News Logo
หน้าแรก
'อุดม' ปธ.ศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เจ้าของโหวตไม่ให้ 'ศักดิ์สยาม' พ้น รมต.

'อุดม' ปธ.ศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เจ้าของโหวตไม่ให้ 'ศักดิ์สยาม' พ้น รมต.

16 ก.ค. 2569 16:33
ผู้ชม 39 คน

เปิดเส้นทาง ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ จากอดีตประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องฯ ศาลฎีกา สู่เก้าอี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ย้อนรอยตุลาการเสียงข้างน้อยคดีซุกหุ้น ‘ศักดิ์สยาม’ และเจ้าของวาทะเดือด “ต้องขอบคุณผม ที่ยุบพรรคก้าวไกล” ที่สังคมยังไม่ลืม

หลังจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญตกอยู่ในภาวะสุญญากาศนานกว่า 2 ปี ล่าสุด ที่ประชุมร่วมระหว่างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันและผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา มีมติเลือก ‘นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม’ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ 

สำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลประวัติพบว่า นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ในวัย 71 ปี เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2497 สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2517 ก่อนสอบได้เป็นเนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 28 ในปี 2518 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี 2525 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เส้นทางชีวิตของนายอุดมคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างยาวนาน โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา, ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 6, รองประธานศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 และอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้, ผู้พิพากษาศาลฎีกา, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 โดยเขาดำรงตำแหน่งเป็นประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและอุทธรณ์ในศาลฎีกา ก่อนจะได้รับเลือกให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในปี 2563

โดยในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ‘วุฒิสภาชุดพิเศษ’ หรือ สว. ที่มาจากกลไกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เปิดประชุมเพื่อลงคะแนนลับว่าจะให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งในการประชุมครั้งนั้น นายอุดมได้รับความเห็นชอบอย่างท่วมท้นถึง 216 เสียง พร้อมกับบุคคลอื่นๆ ที่ได้รับคะแนนเห็นชอบไม่ต่ำกว่าคนละ 200 เสียงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น นายนพดล เทพพิทักษ์, นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์ 

เจ้าของวาทะ “ต้องขอบคุณผม ที่ยุบพรรคก้าวไกล” 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย คือการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล ในคดีล้มล้างการปกครอง จากกรณีมีนโยบายแก้ไขและยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในการหาเสียงเลือกตั้ง 

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรทนูญทั้ง 9 คนประกอบไปด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญในตอนนั้น นายปัญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียนนายจิรนิติ หะวานนท์ นายนภดล เทพพิทักษ์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ

ต่อมาในวันที่ 21 สิงหาคม 2567 ในการบรรยายเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 โดนในช่วงหนึ่งนายอุดมได้กล่าวถึงกรณีวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล 

นายอุดกล่าวว่า “จริงๆ ต้องขอบคุณผมนะ มีการยุบพรรคเขา (ก้าวไกล) เห็นไหมครับ เขาได้เงินตั้งกี่ล้าน ภายใน 2 วัน ถ้าไม่ยุบเนี่ย เขาร้องไห้ฟรีเลยนะ ก่อนหน้านั้น เงินไม่มี ต้องขอบคุณผมนะทำให้เขามีเงินเข้าไปตั้ง 20 30 ล้าน สมาชิกเก่าเข้าไปจดทะเบียนเป็นสมาชิกตามไปด้วยเห็นไหม ไม่เห็นจะเดือดร้อนตรงไหนเลย” 

ภายหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง โดยเฉพาะการตั้งคำถามถึง ‘ความเป็นกลาง’ ในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมวินิจฉัยคดีสำคัญดังกล่าว 

เจ้าของโหวตไม่ให้ ‘ศักดิ์สยาม’ พ้นรัฐมนตรี ปมซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ

อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของนายอุดมเกิดขึ้นในปี 2566 หลังจากที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ถูกร้องเรียนกรณีคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรวมถึงเป็นเจ้าของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างแท้จริง ซึ่งทำให้ผู้ถูกร้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และต้องพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่

ต่อมาวันที่ 17 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติ 7 ต่อ 1 เสียง ให้นายศักดิ์สยามพ้นจากการเป็นรัฐมนตรี โดยรายละเอียดมติในส่วนของผู้โหวตให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ได้แก่ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม, นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์, นายปัญญา อุดชาชน, นายจิรนิติ หะวานนท์, นายนภดล เทพพิทักษ์, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และนายอุดม รัฐอมฤต

สำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 1 คน ที่เห็นว่าความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ก็คือ ‘นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม’

อย่างไรก็ตาม คดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยามได้มีความคืบหน้าอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติยกคำร้องกรณีนายศักดิ์สยามปกปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และกรณีการเป็นคู่สัญญาระหว่างกระทรวงคมนาคมกับ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนและฝ่ายค้าน ส่งผลให้ล่าสุด ฝ่ายค้านและ สว. ส่วนหนึ่ง ได้ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อยื่นคำร้องผ่านประธานรัฐสภา ในการส่งต่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งบนเส้นทางของ 'นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม' จากอดีตตุลาการเสียงข้างน้อยในคดีการเมืองใหญ่ สู่เก้าอี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ท่ามกลางสายตาของสังคมที่ยังคงจับจ้องและตั้งคำถามถึงความเที่ยงตรงในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การทำหน้าที่นับจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

อ้างอิง

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลรธน.ยังไม่ชี้คดีบัตรเลือกตั้งส.ส.ติดบาร์โค้ด-รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ
ศาลรธน.ยังไม่ชี้คดีบัตรเลือกตั้งส.ส.ติดบาร์โค้ด-รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ