'รักชนก' นำ กมธ.งบฯ ตรวจสอบโครงการ TH-AI PASSPORT ชี้กระทรวงส่งเอกสารไม่ครบ รมว.ดีอี เบี้ยวประชุมเป็นครั้งที่ 4 จ่อใช้พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ชี้แจง พร้อมจวกกรณีฟ้อง 'ธีระชาติ' เข้าข่ายปิดปาก
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญของการประชุมในวันนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขคู่สัญญาระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับคู่สัญญาในโครงการ TH-AI PASSPORT
น.ส.รักชนก ระบุว่า ก่อนหน้านี้ทาง กมธ. เคยส่งหนังสือขอเอกสารข้อเสนอโครงการ (Proposal) ของบริษัทคู่สัญญาที่เข้าร่วมประมูล เพื่อตรวจสอบรายละเอียดในส่วนของการประชาสัมพันธ์ที่อาจเข้าข่ายล็อกสเปก โดย กมธ. ต้องการตรวจสอบว่า แต่ละบริษัทได้ยื่นชื่อบริษัทใดเข้าร่วมประมูลบ้าง แต่เอกสารที่ได้รับกลับมีเพียงสัญญาของบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และบริษัท ทีเคซี เท่านั้น ส่วนอีก 2 บริษัท ทางกระทรวงดีอียังไม่ได้จัดส่งให้ รวมถึงบันทึกรายงานการประชุมเกี่ยวกับโครงการของกองทุนดีอีก็ยังไม่ได้รับเช่นเดียวกัน
น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือ ในขอบเขตงาน (TOR) ได้กำหนดส่วนการประชาสัมพันธ์โครงการไว้อย่างชัดเจนว่าต้งใช้จอออฟไลน์ที่อยู่ในระดับท็อป 5 ของประเทศ ซึ่งตามหลักการพิจารณาให้คะแนน บริษัทที่เข้าร่วมประมูลควรต้องระบุชื่อบริษัทเจ้าของจออย่างชัดเจน เพื่อใช้ในการประเมินว่าเป็นจอระดับท็อป 5 จริงหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบของ กมธ. พบว่า ไม่มีบริษัทใดระบุชื่อเจ้าของจอที่จะใช้บริการ แต่กระทรวงดีอีกลับสามารถให้คะแนนในหมวดนี้ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ จึงต้องตั้งคำถามไปยังกระทรวงดีอีว่า ใช้เกณฑ์ใดในการประเมินและให้คะแนนในส่วนดังกล่าว
นอกจากนี้ น.ส.รักชนก เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กมธ. ได้ขอเอกสารเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละส่วนของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นระบบ AI, งานประชาสัมพันธ์, การจัดอบรม, การดำเนินงานศูนย์บริการข้อมูล (Call Center) ตลอดจนองค์ประกอบอื่น ๆ แต่จนถึงปัจจุบัน ทาง กมธ. ยังคงไม่ได้รับเอกสารดังกล่าวแต่อย่างใด
สำหรับประเด็นที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมเป็นครั้งที่ 4 โดยแจ้งว่าติดภารกิจนั้น น.ส.รักชนก ระบุว่า รัฐมนตรีไม่เคยเดินทางมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ กมธ. เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งหากในการประชุมครั้งหน้ายังคงไม่มาชี้แจง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีประเด็นเงื่อนงำและทางกระทรวงยังส่งเอกสารให้ กมธ. ไม่ครบถ้วน ตนจะเสนอหารือในที่ประชุม กมธ. เพื่อพิจารณาใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการฯ ในการเรียกรัฐมนตรีเข้ามาชี้แจงต่อไป
ส่วนประเด็นที่ นายไชยชนกยืนยันจะเดินหน้าโครงการต่อไปให้ได้ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นั้น น.ส.รักชนก ระบุว่า เดิมทีโครงการนี้มีกำหนดเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่หลังจากฝ่ายค้านออกมาเปิดเผยข้อมูล ส่งผลให้โครงการต้องชะลอออกไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและความไม่พร้อมมาตั้งแต่ต้น ต่อมาพบว่ามีการแก้ไขสัญญาจากรูปแบบเหมาจ่าย เป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay Per Use) จึงเกิดคำถามตามมาว่า การแก้ไขสัญญาดังกล่าวเป็นไปเพื่อปกปิดข้อบกพร่อง ความผิดพลาด หรือร่องรอยการทุจริตหรือไม่
นอกจากนี้ น.ส.รักชนก ได้ตอบคำถามกรณีที่หนึ่งในบริษัทคู่สัญญาดำเนินการฟ้องร้อง นายธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้านและทีมนโยบายดิจิทัล พรรคประชาชน โดยระบุว่า คดีดังกล่าวเข้าข่ายการฟ้องคดีเพื่อปิดปาก (SLAPP) ที่ผ่านมา นายธีระชาติ ได้วิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI PASSPORT ร่วมกับ กมธ. มาโดยตลอด แม้เนื้อหาจะมีความดุดันเนื่องจากการชี้ประเด็นอย่างตรงไปตรงมา แต่การถูกฟ้องร้องครั้งนี้กลับเกิดจากการแชร์โพสต์วิพากษ์วิจารณ์ ทั้งที่มีผู้แชร์โพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แต่นายธีระชาติ กลับเป็นคนเดียวที่ถูกดำเนินคดี จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นการฟ้องร้องที่เจตนาพุ่งเป้า
พร้อมกันนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมส่งกำลังใจให้ นายธีระชาติ เนื่องจากไม่ได้ดำรงตำแหน่ง สส. และไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มกันเหมือน สส. แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น คุ้มค่าภาษีและเบี้ยประชุมของประชาชน




