News Logo
หน้าแรก
ปชป.ชี้ รบ.แก้ปัญหาปืนไม่ตรงจุด-'เล่าต๋า' คุก 8 ปี การเมืองบงการลดโทษ

ปชป.ชี้ รบ.แก้ปัญหาปืนไม่ตรงจุด-'เล่าต๋า' คุก 8 ปี การเมืองบงการลดโทษ

21 ส.ค. 2569 12:16
ผู้ชม 8 คน

ปชป. จี้รัฐบาลแก้ปัญหาอาวุธปืนไม่ตรงจุด เหตุไม่จัดการปืนเถื่อน-ไม่แก้ปัญหาปืนดัดแปลง แบลงค์กัน หวั่นมีเหตุกราดยิงซ้ำรอยอีก ชี้นโยบาย รบ.เท่ากับ "มัดมือคนดี ปล่อยผีคนร้าย" แฉคดี "เล่าต๋า" ราชายาเสพติดพ้นคุก 8 ปี สะท้อนอิทธิพลการเมืองบงการลดโทษ เรียกร้องบังคับโทษจริง จี้เบิกงบช่วย ตชด.ชายแดนไทย-กัมพูชาหลังค้างเบี้ยเลี้ยงมาแล้ว 3 เดือน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวถึงประเด็นสำคัญหลายเรื่อง เกี่ยวกับประเด็นปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน และปัญหาการบ่อนทำลายหลักธรรมาภิบาล รวมถึงความอ่อนแอของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการควบคุมอาวุธปืนที่บกพร่อง ช่องโหว่ในกระบวนการอภัยโทษนักโทษคดีร้ายแรง และการละเลยสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า

รัฐบาลแก้ปัญหาอาวุธปืนไม่ตรงจุด: ห้ามปืนถูกกฎหมาย แต่ปืนเถื่อน-ดัดแปลงแพร่หนัก

นายพงศกร เริ่มต้นด้วยการหยิบยกประเด็นปัญหาอาวุธปืน โดยชี้ถึงการที่รัฐบาลในยุคนายอนุทิน ชาญวีรกุล สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ได้มีคำสั่งระงับการนำเข้าปืนถูกกฎหมาย (ใบอนุญาต ป.2) มาตลอดกว่า 3 ปี หลังเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างสยามพารากอน ซึ่งส่วนตัวยอมรับว่าในแง่ของความสะเทือนใจและไม่ต้องการให้เกิดเหตุซ้ำนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ได้ชี้ให้เห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดและไม่ได้แก้ไขที่ต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การตัดสินใจระงับการนำเข้าปืนถูกกฎหมายนั้นเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ เนื่องจากปืนที่ใช้ในเหตุกราดยิงพารากอนนั้นเป็น "ปืนดัดแปลง" ซึ่งไม่ใช่ปืนที่ถูกกฎหมายและซื้อขายผ่านกระบวนการปกติ แต่เป็นปืนที่ถูกปรับแต่งจากอาวุธประเภทอื่น ผลจากการระงับการนำเข้าปืนถูกกฎหมาย กลับก่อให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่า นั่นคือ "ปืนดัดแปลงยิ่งแพร่หลาย"

นายพงศกรยืนยันว่าในปัจจุบันนี้ การค้นหาคำว่า "ปืนเถื่อน ปืนไทยประดิษฐ์" สามารถพบเห็นการซื้อขาย รีวิว และทดสอบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีคลิปวิดีโอในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น YouTube ที่ "สอนได้หมดเลยนะครับ วิธีการที่จะปรับปืนแบลงค์กันให้ได้ใช้" ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนหรือผู้ที่ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงความรู้และวิธีการดัดแปลงอาวุธได้เองอย่างเปิดเผย ทำให้การเข้าถึงอาวุธผิดกฎหมายง่ายกว่าที่เคยเป็นมา

พรรคประชาธิปัตย์จึงเรียกร้องอย่างจริงจังให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย "เอาจริงเรื่องนี้" ด้วยการเร่งปราบปรามปืนเถื่อน ปืนไทยประดิษฐ์ และที่สำคัญที่สุดคือการประสานงานกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อาทิ YouTube, Facebook, TikTok เพื่อระงับเนื้อหาที่สอนผลิตหรือดัดแปลงปืน

นายพงศกรเน้นย้ำว่า "เราต้องเอาจริงเรื่องนี้ อย่าให้เขาสอนให้เยาวชนดัดแปลงปืนเป็น" พร้อมเตือนว่า หากไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นตออย่างแท้จริง การแก้ปัญหาจะไม่สำเร็จ และอาจนำไปสู่เหตุการณ์กราดยิงซ้ำอีกได้ รัฐบาลต้องไม่ "มัดมือคนดี ปล่อยผีคนร้าย" แต่ต้องทำให้คนร้ายไม่มีปืนก่อเหตุ และปกป้องคนดีให้ได้มากที่สุด ด้วยการดำเนินการที่ถูกต้องและตรงจุด ซึ่งจะนำไปสู่ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง

คดี "เล่าต๋า" บ่อนทำลายกระบวนการยุติธรรม: ราชายาเสพติดพ้นโทษใน 8 ปี

นายพงศกรกล่าวต่อถึงกรณีนายเล่าต๋า ราชายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดครั้งแรกแต่มีอิทธิพลและเครือข่ายกว้างขวาง โดยถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ทว่ากลับได้รับการอภัยโทษถึง 6 ครั้งภายในระยะเวลาเพียง 7 ปี ทำให้นายเล่าต๋าพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตอิสระในเวลาเพียง 8-9 ปี จากโทษประหารชีวิตที่ถูกลดเป็นจำคุกตลอดชีวิต (เทียบเท่า 50 ปี)

นายพงศกรตั้งคำถามว่า "คนที่พิพากษาคือศาล หรือกระทรวงยุติธรรม หรือนักการเมืองกันแน่" เพราะความแตกต่างระหว่างคำพิพากษาของศาลและการจำคุกจริงนั้น "ต่างกันมาก" จนน่าตกใจและบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบยุติธรรม

นายพงศกรได้ชี้ให้เห็นถึง "ช่องว่าง" สองประการในกระบวนการยุติธรรมที่อาจนำไปสู่การปล่อยตัวผู้กระทำผิดร้ายแรงอย่างรวดเร็ว ประการแรกคือ กระบวนการเลื่อนชั้นนักโทษในเรือนจำ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ชั้น (ชั้นเยี่ยม, ดีมาก, ดี, กลาง, ต้องปรับปรุง, ต้องปรับปรุงมาก) โดยนักโทษชั้นเยี่ยมจะได้รับ "วันโบนัส" เพื่อลดวันจำคุกได้ถึง 5 วันต่อเดือน

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตว่า "ผู้มีอิทธิพล หรือผู้ค้ายารายใหญ่ เขามีเงินมาก" และมักถูกพิจารณาให้เป็นนักโทษชั้นเยี่ยมหมดเลยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสัยและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและกระบวนการพิจารณาว่ามีความเที่ยงธรรมหรือไม่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำจะเป็นผู้ให้คะแนน แต่ไม่มีใครสามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำได้อย่างแท้จริง ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้เงินและอิทธิพลเพื่อแลกกับสถานะที่ดีขึ้น

ประการที่สองและเป็นปัญหาสำคัญที่สุดคือ กระบวนการอภัยโทษ ซึ่งนายพงศกรระบุว่า "เป็นเรื่องของนักการเมือง" เพราะในการนำเสนอพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การอภัยโทษนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจในการแก้ไขรายชื่อ ออกบัญชีแนบท้าย กำหนดหลักเกณฑ์ ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อออกเป็นพระราชกฤษฎีกาต่อไป ซึ่งหมายความว่านักการเมืองมีบทบาทโดยตรงในการลดหย่อนโทษให้กับผู้ต้องขัง และอาจมีการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบธรรม

พรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่าปัญหาเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่ยังเคยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งได้แก้ไขปัญหานี้ไปกว่า 20-30 ปีแล้ว โดยออกกฎหมายที่เรียกว่า "Truth in Sentencing" (TIS) หรือ "การบังคับโทษตามจริง" เพื่อกำหนด "เพดาน" หรือ "ขั้นต่ำ" ที่ผู้ต้องขังจะต้องรับโทษจริง เช่น 85% ของคำพิพากษา ซึ่งหากนำมาใช้กับคดีจำคุกตลอดชีวิต (50 ปี) ผู้ต้องขังก็จะต้องรับโทษจริงอย่างน้อย 45 ปี ซึ่งแตกต่างจากการติดคุกเพียง 8-9 ปีของนายเล่าต๋าอย่างสิ้นเชิง

นายพงศกรกล่าวเน้นว่า การอ้างว่า "เขาเป็นคนแก่ เขาชราภาพ เขาไม่ต้องรับโทษแล้ว" นั้น "ไม่ได้" เพราะหลักการสากลในการลดโทษให้คนชราภาพนั้น พิจารณาจากความชราที่ลดศักยภาพในการก่อคดีที่ใช้พละกำลัง เช่น คดีทำร้าย คดีปล้น หรือคดีที่เป็นเรื่องของอาชญากรรมที่ต้องใช้พละกำลัง แต่สำหรับคดีค้ายาเสพติดโดยเฉพาะรายใหญ่ "เขาไม่ได้ใช้พละกำลัง เขาใช้อิทธิพล เขาใช้เครือข่าย เขาใช้อำนาจมืด" ดังนั้น "ความชราภาพไม่ได้ป้องกันให้เขาก่ออาชญากรรมซ้ำ ไม่ได้ลดอุปสรรคในการสร้างอาชญากรรมของเขาเลย" พรรคประชาธิปัตย์จึงมองเห็นปัญหานี้และไม่ต้องการให้สังคมเกิดค่านิยมที่ "ส่งเสริมให้คนแก่ไปค้ายา เพราะติดคุกแป๊บเดียวก็ได้ออก และสุดท้ายก็ออกมาใช้เงินที่ซุกซ่อนอย่างสุขสบาย" ซึ่งเป็นค่านิยมที่บ่อนทำลายหลักคุณธรรมและยุติธรรม

พรรคประชาธิปัตย์จึงประกาศว่าจะพิจารณาดำเนินการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บังคับโทษตามจริงตามคำพิพากษาเหมือนในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา หรือแก้ไขกฎกระทรวงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชทัณฑ์ เพื่อให้ประเทศไทยมีแต่ความยุติธรรม และต้องการลบภาพที่ว่า "ตำรวจเสี่ยงตาย (ทำงานหนัก) จากศาลลงดาบพิพากษา สุดท้ายนักการเมืองไขประตูปล่อย" ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องไม่ให้นักการเมืองใช้อำนาจปล่อยทุกคนที่เป็นพวกพ้องของตน ซึ่งจะนำไปสู่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของชาติ

รบ.ละเลยสวัสดิภาพ ตชด.ค้างเบี้ยเลี้ยง 3 เดือน

นายพงศกร ยังแถลงข่าวแสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกค้างจ่ายเบี้ยเลี้ยงมานานกว่า 5 เดือน หลังจากที่ข่าวถูกนำเสนอออกไป ปัจจุบัน ตชด. ได้รับเบี้ยเลี้ยงแล้ว 2 เดือน ทว่ายังคงเหลืออีก 3 เดือนที่ยังขาดงบประมาณ ซึ่งส่วนตัวยอมรับว่าผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และระดับ ตชด. พยายามอย่างเต็มที่ในการหมุนเวียนงบประมาณเพื่อนำมาจ่าย แต่เงินที่มีอยู่จำกัดและสามารถทำได้เพียงเท่านี้ ที่เหลือต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาล

นายพงศกรตั้งคำถามไปยังรัฐบาลถึงความเดือดร้อนของ ตชด. ที่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อประทังชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ดังนั้นพรรคจึงเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณที่เหลือเพียง 3 เดือน ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่มากนัก เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ ตชด.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปัญหากระบวนการยุติธรรม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสียงผู้บริโภคผ่านงานศิลปะปลุกพลัง‘ไม่ยอมจำนน’ดันเปลี่ยนแปลง4เรื่อง
เสียงผู้บริโภคผ่านงานศิลปะปลุกพลัง‘ไม่ยอมจำนน’ดันเปลี่ยนแปลง4เรื่อง