กสทช.มีมติตั้งอนุ กก.ปรึกษากฎหมายเร่งด่วน กอบกู้ความเชื่อมั่นองค์กร "ธนพันธุ์" ชี้พฤติกรรมบางฝ่ายกำลังท้าทายอำนาจ ยอมรับสำนักฯขวางทำงาน บั่นทอนขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ โรดแมปทีวีดิจิทัล-เดินหน้าอนุมัติผู้แทนประชุม ITU เยียวยาภัยน้ำท่วม
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีกรณีการนัดหมายประชุมซ้อนกันถึง 2 วง ในเวลา 09.30 น. ซึ่งวงประชุมแรกคือวงประชุมของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งจัดการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 (ต่อเนื่อง) ที่ชั้น 12 ของอาคาร แต่ไม่สามารถเปิดการประชุมได้เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมเพียงคนเดียวคือตัว นพ.สรณ เอง และไม่มีกรรมการคนอื่นเข้าร่วมแม้เวลาจะผ่านไปแล้วกว่า 30 นาที ทำให้ต้องสั่งงดการประชุมไปในที่สุด
ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งคือการประชุมนัดพิเศษที่ 4/2569 ของคณะกรรมการ กสทช. 6 คน ซึ่งนำโดย นายศุภัช ศุภชลาศัย ผู้ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในการประชุมนัดพิเศษ ดำเนินการไปจนเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 13.30 น. ที่ชั้น 2 ของอาคาร กสทช.
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตที่สำคัญคือ ป้ายบิลบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์แจ้งนัดหมายการประชุมแสดงเฉพาะการประชุมนัดพิเศษที่ 4/2569 เท่านั้น โดยไม่มีการแจ้งนัดหมายของวงประชุมของ นพ.สรณ แต่อย่างใด

บิลบอร์ดแจ้งหมายงานของ กสทช.
ทั้งนี้หลังจากการประชุมนัดพิเศษเสร็จสิ้น พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, นางพิรงรอง รามสูต และ นายศุภัช ศุภชลาศัย ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยมีประเด็นสำคัญหลายประการที่ถูกพิจารณาและ
ตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายเร่งด่วน
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ได้เปิดเผยถึงหนึ่งในมติสำคัญที่สุดที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์ในการประชุมนัดพิเศษ นั่นคือการพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. ซึ่งเป็นเรื่องที่กรรมการทั้ง 6 คน เห็นพ้องต้องกันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ชี้แจงว่า ปัจจุบันสถานะของรักษาการเลขาธิการ กสมช.ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่รักษาการเลขาธิการยังคงยืนยันในสถานะดังกล่าว ทำให้การพิจารณาของกรรมการจำเป็นต้องมีความรอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การมีคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายเข้ามาช่วยพิจารณาจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคณะอนุกรรมการชุดเดิมได้หมดวาระไปนานแล้ว ที่ประชุมจึงมีมติเร่งรัดให้สำนักงานจัดประชุมคณะอนุกรรมการภายในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ เพื่อให้คณะอนุกรรมการเลือกประธานเอง และจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวย้ำว่า มติดังกล่าวเกิดจากความเห็นพ้องต้องกันของกรรมการทั้ง 6 คน ว่า สถานะของ นพ.สรณ ไม่น่าจะอยู่ในสถานะที่มาทำหน้าที่ประธานได้ในขณะนี้ การมีที่ปรึกษาด้านกฎหมายจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นธรรม
การตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านกฎหมายให้กับองค์กร และทำให้การดำเนินงานของ กสทช. เป็นไปอย่างโปร่งใสและชอบด้วยกฎหมายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ กสทช. กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านธรรมาภิบาลและข้อพิพาทภายในที่ไม่จบสิ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างรุนแรง
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ยังได้กล่าวถึงพฤติกรรมของบุคคลบางคนในสำนักงาน กสทช. ที่มีการขัดขวางการทำงานของคณะกรรมการ เช่น การจัดประชุมซ้อนหรือการไม่ให้ความร่วมมือ โดยเปรียบเทียบถึงระดับความรุนแรงของพฤติกรรม ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงลักษณะการกระทำที่ท้าทายต่อกฎระเบียบและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของ กสทช. และเป็นการบั่นทอนการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของชาติ
เดินหน้าวาระสำคัญ: ITU-ชำระหนี้-มาตรการเยียวยาภัยน้ำท่วม
ด้านนายศุภัช ศุภชลาศัย ประธานชั่วคราวในการประชุมนัดพิเศษ ได้กล่าวโดยสรุปว่า การประชุมในวันนี้แม้จะมีวาระไม่มากนัก แต่เป็นวาระที่มีคุณภาพและสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีการลงมติเห็นชอบใน 6 วาระสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคณะกรรมการในการขับเคลื่อนภารกิจขององค์กร แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและถูกขัดขวาง
ประเด็นแรกที่ได้รับการพิจารณาและมีมติเห็นชอบคือ เรื่องการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU)
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้สำนักงาน กสทช. ได้ส่งเรื่องนี้โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วนโดยตรงไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. ก่อน ซึ่งทั้ง พล.อ.ท.ธนพันธุ์ และกรรมการคนอื่นได้ทักท้วงถึงความไม่ถูกต้องของกระบวนการนี้ และเป็นไปตามคาดการณ์ เมื่อเลขาธิการ ครม. ตีกลับหนังสือแจ้งให้ส่งเรื่องผ่านการพิจารณาของ กสทช. ก่อนเป็นอันดับแรก
ซึ่งในที่สุดที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบให้ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร เป็นหัวหน้าคณะทำงานผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม ITU โดยกรรมการคนอื่นจะร่วมเป็นที่ปรึกษา ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งถือเป็นมติที่สำคัญในการแก้ไขความผิดพลาดในกระบวนการส่งเรื่อง และยืนยันอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแล
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติรายจ่ายเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้กับบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเรื่องการดำเนินการตามคำสั่งศาล ส่วนวาระการพิจารณาเรื่องการอนุญาตสิทธิในการใช้งานวงโคจรดาวเทียมสำหรับไทยคมไอพี 1 ในวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก อย่างไรก็ตาม วาระดังกล่าวถูกขอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เนื่องจาก นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. เห็นว่ายังมีข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานต้องนำเสนอ เพื่อให้การพิจารณามีความรอบคอบและเป็นไปตามข้อเท็จจริงมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากข้อมูลที่บริษัทได้ชี้แจงมาเพิ่มเติมและข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องกับเอกสารเดิม ซึ่งเคยผ่านการพิจารณาจากอนุคณะกรรมการที่นายสมภพรับผิดชอบไปแล้ว ทำให้การเลื่อนวาระนี้ออกไปเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้เอกสารและข้อเท็จจริงสอดคล้องกัน
อีกวาระเร่งด่วนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาโดย พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ซึ่งไม่ได้อยู่ในวาระการประชุมปกติ คือมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ชี้แจงว่า เนื่องจาก กสทช. ไม่สามารถดำเนินการได้ในทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ที่ประชุมจึงมีมติเร่งด่วนให้ผู้ประกอบการมือถือและอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทุกรายดำเนินการขยายระยะเวลาการใช้งานสำหรับผู้ใช้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน (prepaid) ออกไปอย่างน้อย 7 วัน และขยายระยะเวลาการชำระเงินสำหรับผู้ใช้บริการแบบรายเดือน (postpaid) ออกไปอีก 7 วัน เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประสบภัย
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ยังได้เน้นย้ำว่า มาตรการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระประชาชน โดยให้สำนักงานแจ้งผู้ประกอบการทุกรายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และให้สามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ รวมถึงหากเกิดภัยพิบัติขึ้นจริง ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวทันที พร้อมทั้งเชิญชวนให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น การให้อินเทอร์เน็ตเพิ่มเป็นต้น
ที่ประชุมยังได้มีมติรับรองวาระทั้งหมด และจะส่งหนังสือแจ้งสำนักงานให้ไปดำเนินการต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องรอรายงานการประชุม ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้นความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุดในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า "ในครั้งนี้ แม้ว่าการประชุมจะได้ล่าช้าไปนิดนึง แต่ยังไงเราก็ต้องเร่งรัดดำเนินการเหล่านี้เพื่อมีมติต่อไป ซึ่งนี้ถือว่า เป็นมติที่ขอแบบเร่งด่วนนะ ไม่ได้มีอยู่ในวาระการประชุมมาก่อน
โรดแมปทีวีดิจิทัล: ความคืบหน้าและประเด็นที่ค้างคา ชี้ความไม่แน่นอนทำภาคธุรกิจกังวล
นางพิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ได้ให้ข้อมูลความคืบหน้าของโรดแมปทีวีดิจิทัล ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าว่าใน 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เรื่องการส่งเสริมการประกอบกิจการและการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับการพิจารณาผ่านไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีอีก 2 ส่วนของโรดแมปที่ยังคงค้างการพิจารณาอยู่ คือเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับดูแล ซึ่งมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในที่ประชุมและยังคงต้องการความชัดเจนเพิ่มเติม
ประเด็นสำคัญที่ยังคงค้างอยู่ได้แก่ เรื่องคลื่นความถี่ซี-แบนด์ ซึ่งมีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการยุติการใช้งานคลื่นความถี่ 3700-4200 MHz ที่ใช้สำหรับโครงข่ายทีวีดาวเทียม (TBRO) ภายในปี 2572 และการย้ายผู้ใช้คลื่นซี-แบนด์ทั้งหมดไปใช้คลื่น Ku-band นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องคลื่น International Mobile Telecommunication (IMT) ซึ่งยังต้องรอผลการทดลองทดสอบที่ชัดเจนว่าสามารถอยู่ร่วมกันได้กับทีวีดาวเทียมหรือไม่ หากไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ก็จะต้องยุติการใช้งานคลื่น IMT ภายในปี 2572 เช่นกัน โดยกรรมการบางคนต้องการรายงานผลการศึกษาที่ชัดเจนก่อนการตัดสินใจในเรื่องสำคัญเช่นนี้ เนื่องจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีวงกว้างและอาจก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ แนวคิด "คิดใหม่ทำใหม่" ในการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งเสนอให้ผู้ประกอบการโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิทัล (MUX) เป็นผู้รับใบอนุญาตการจัดสรรคลื่นแทนช่องรายการ เพื่อลดภาระต้นทุนของการประมูล แต่แนวคิดนี้ยังคงมีข้อถกเถียงหลายประเด็น ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมและโครงสร้างตลาด ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ไปวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย และเปรียบเทียบกับการดำเนินงานแบบเดิม เพื่อให้ได้ข้อสรุปและจัดทำแผนแม่บทต่อไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งคณะกรรมการหวังว่าจะได้รับข้อสรุปในคราวหน้า เพื่อให้โรดแมปทีวีดิจิทัลเดินหน้าต่อไปได้โดยเร็ว เนื่องจากความล่าช้าส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอุตสาหกรรมสื่อและสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก
กังวลอนาคตสื่อ หลัง ประชุม 22 ต.ค. ถูกยกเลิก
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ได้กล่าวแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนใน กสทช. ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข่าวการปิดตัวของบริษัทสื่อบางแห่ง (บริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด ของนายไตรภพ ลิมปพัทธ์) โดยกล่าวว่า อันนี้ส่วนตัวก็กังวล ถึงต้องการที่จะให้มีการประชุม กสทช. ให้ได้มากที่สุด แต่มันก็ติดขัดอย่างที่ว่า สำนักงานก็ไม่ยอมสนับสนุนให้อย่างชัดเจน ทั้งที่ ผู้ประกอบการโทรทัศน์ต้องการความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งความล่าช้าในการพิจารณาโรดแมปและสถานการณ์ภายในของ กสทช. ยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับภาคส่วนนี้อย่างมาก
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ยังได้กล่าวถึงปัญหาการจัดประชุมของ กสทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่สำนักงานมีการจัดประชุมซ้ำซ้อนในเวลาเดียวกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุม กสทช. ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนงานที่ตั้งใจไว้ ดังเช่นที่เกิดขึ้นในการประชุมวันที่ 21 ตุลาคม ที่มีการจัดประชุมซ้อน และยังส่งผลให้การประชุมที่คณะกรรมการได้นัดหมายไว้ในวันที่ 22 ตุลาคม ก็ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ของสำนักงานต้องเข้าร่วมการประชุมที่จัดโดยรักษาการเลขาธิการ
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวเพิ่มเติมว่าจนถึง ช่วงเวล 16.00 น.ยังไม่ปรากฎชัดเจนว่าจะมีการประชุม กสทช.ในวันที่ 22 ต.ค.หรือไม่




