กมธ.การกฎหมายฯ มีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 ไม่รับแนวทางปฏิบัติใหม่ของสภาผู้แทนราษฎร ชี้เอกสาร 3 หน้าไร้ตราประทับ-ไร้ลายเซ็นประธานสภาฯ แถมเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ เดินหน้ายึดหลักปฏิบัติเดิมในการเชิญบุคคลภายนอกให้ข้อมูล พร้อมเตรียมส่งหนังสือเชิญ 'โสภณ' ร่วมถก 12 พ.ย. นี้
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงกรณีที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งหนังสือเวียนแจ้งแนวทางการดำเนินงานถึงประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แต่ละคณะ โดยระบุว่า ที่ประชุม กมธ. การกฎหมายฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 ไม่รับแนวปฏิบัติดังกล่าว
นายรังสิมันต์ ระบุว่า ที่ผ่านมา กมธ. การกฎหมายฯ ได้ทำการตรวจสอบหลายประเด็น กรณีเงินสินบน 40 ล้านบาท การสอบแข่งขันของท้องถิ่น ความคืบหน้าคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และโครงการ TH-AI passport ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจสะท้อนถึงความพยายามในการรวบอำนาจภายในสภาฯ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า หนังสือแนวทางดังกล่าวมิใช่กฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ จึงไม่มีสภาพบังคับใช้และไม่สามารถนำมาใชับังคับกับ กมธ. ได้ แต่สิ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกตคือ แนวทางการปฏิบัติดังกล่าวจะมีผลบังคับกับฝ่ายเลขานุการหรือไม่อย่างไร ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุม กมธ. การกฎหมายฯ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 ไม่รับแนวปฏิบัติดังกล่าว พร้อมเห็นควรให้นำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะกมธ.กฎหมายฯ จำเป็นต้องมีการหารือถึงฐานอำนาจตามกฎหมายในการปฏิบัติงานของกรรมาธิการ ดังนั้น กมธ. จะเชิญนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งหวังว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
พร้อมกันนี้ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความถูกต้องของเอกสาร โดยระบุว่า เอกสารจำนวน 3 หน้าที่ได้รับนั้น ไม่มีตราประทับ ไม่มีลายเซ็นของประธานสภาฯ ทำให้เกิดข้อกังขาเรื่องความน่าเชื่อถือ ซึ่งที่ประชุม กมธ. เห็นพ้องต้องกันว่าไม่สามารถยอมรับแนวปฏิบัตินี้ได้ และจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
สำหรับประเด็นการเชิญบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูล ทั้งที่แนวปฏิบัติใหม่ระบุว่าต้องผ่านมติของคณะ กมธ. ก่อนนั้น นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า แนวทางการทำงานของ กมธ. ยังคงเป็นไปตามหลักปฏิบัติเดิม เนื่องจากหนังสือแจ้งแนวทางดังกล่าวยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมาย และอาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่ง กมธ. ไม่สามารถเห็นชอบกับแนวทางที่ขัดต่อกฎหมายได




