กสม. ระบุชัดการสำรวจเพื่อปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ หรือ One Map เมื่อปี 2563 พบว่าแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กว่า 40 ปี กระทบสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน
นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนประชาชนบ้านเนินกระถิน หมู่ที่ 1 ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กรณีการสำรวจเพื่อปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) เมื่อปี 2563 พบว่าแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดิน
ทั้งนี้ ทำให้ประชาชนผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนอาจถูกเพิกถอน ส.ป.ก. 4-01 และไม่สามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทั้งที่ประชาชนผู้ร้องได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขต ส.ป.ก. มาตั้งแต่ปี 2527
อย่างไรก็ตาม กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงออก 2 ประเด็น ประเด็นแรก การประกาศแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดินพบว่า เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2507 พื้นที่ อ.มวกเหล็กถูกประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ได้แก่ ป่าท่าฤทธิ์ ป่าลำทองกลาง และป่าลำพญากลาง ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2520 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2525 มีการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติบางส่วนเพื่อให้ ส.ป.ก.ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน
สำหรับ แผนที่ท้ายกฎกระทรวงเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ลำพญากลาง ส่งผลให้พื้นที่พิพาทยังคงมีสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาในปี 2527 ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ลำพญากลาง ได้รับเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 และได้อยู่อาศัยและทำประโยชน์ในที่ดินอย่างต่อเนื่องโดยมิได้มีการบุกรุกเพิ่มเติม ปัจจุบันพบว่ามีแปลงที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ได้รับผลกระทบจากการทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 103 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 1,519 ไร่ โดยบางแปลงอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินทั้งแปลง และบางแปลงมีพื้นที่ทับซ้อนเพียงบางส่วน
ด้วยเหตุนี้ จ.สระบุรีจึงมีคำสั่งลงวันที่ 10 มิ.ย. 2567 แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการปฏิรูปที่ดินทับซ้อนกับพื้นที่เป้าหมายที่จะดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีมติเมื่อเดือน พ.ค. 2568 มอบหมายให้ ส.ป.ก.สระบุรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ร่วมกับกรมป่าไม้นำภาพถ่ายจากสำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ปี 2495 - 2509 มาซ้อนทับกับพื้นที่ที่มีการออก ส.ป.ก. 4-01 เพื่อแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ เอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ของประชาชนยังไม่ถูกเพิกถอน และประชาชนยังสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามสิทธิเดิม
กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) ใช้มาตราส่วนแผนที่แตกต่างกัน ประกอบกับไม่ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบสภาพการทำประโยชน์ก่อนออก ส.ป.ก. 4-01 ทำให้ข้อมูลและแผนที่ไม่ตรงกัน ความผิดพลาดดังกล่าวจึงเกิดขึ้นจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ ผลของความผิดพลาดทำให้ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ลำพญากลาง ไม่ได้รับสิทธิอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินที่ตนเคยใช้ประโยชน์มาแต่บรรพบุรุษ จึงเป็นการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ประเด็นที่สอง กรณีประชาชนไม่สามารถนำที่ดิน ส.ป.ก. ไปเป็นหลักประกันสินเชื่อกับ ธ.ก.ส.ได้ กสม.พิจารณาแล้วพบว่า ผลจากการออก ส.ป.ก. 4-01 นอกเขตปฏิรูปที่ดินที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถนำที่ดินขอรับสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพจาก ธ.ก.ส. หรือจะต้องหาหลักทรัพย์อื่นมาทดแทน ถือว่าเป็นกระทำที่กระทบสิทธิของประชาชน และเป็นการลิดรอนสิทธิ ทำให้ประชาชนขาดความมั่นคงในการดำรงชีพทั้งของตนเองและครอบครัว จึงถือเป็นกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ ที่ประชุม กสม. เมื่อวันที่ 13 มค. 2569 จึงมีมติให้จังหวัดสระบุรีให้เร่งรัดคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศพื้นที่ที่ออก ส.ป.ก. 4-01 นอกเขตพระราชกฤษฎีกา และเสนอกรมป่าไม้เพื่อเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติบริเวณพิพาท เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว





