News Logo
หน้าแรก
มติเอกฉันท์! ป.ป.ช.ชี้มูล 44 สส.อดีตก้าวไกล เสนอแก้ม.112

มติเอกฉันท์! ป.ป.ช.ชี้มูล 44 สส.อดีตก้าวไกล เสนอแก้ม.112

9 ก.พ. 2569 12:19
ผู้ชม 1,614 คน

ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ ชี้มูลความผิด 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล เสนอแก้ม.112-ส่งเรื่องศาลฎีกาต่อ

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นัดประชุมเพื่อลงมติชี้มูลความผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ถูกร้องในความผิดฐานฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันลงชื่อยื่นแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลอดีต สส.ก้าวไกลทั้ง 44 คน ว่ากระทำผิด เตรียมยื่นส่งฟ้องต่อศาลฎีกาต่อไป

สำหรับความเป็นมาคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่มีผู้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยกล่าวหาว่า กระทำการจงใจฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้างแรง กรณีเสนอร่างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น

มีความเป็นมาสืบเนื่องจากเมื่อเดือน ก.พ.2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำรายชื่อ สส.พรรค 44 คน เข้ายื่นเสนอชุดร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน รวมทั้งร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต่อประธานรัฐสภา จากความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง มีทั้งกลุ่มผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ต่อมาในระหว่างการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ที่กำหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.2566 ปรากฏว่าพรรคก้าวไกล ได้จำนวน สส. 151 ที่นั่ง มากเป็นอันดับ 1 แม้สุดท้าย นายพิธา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคในขณะนั้น ไม่ได้เป็นนายกฯ เนื่องจาก ไม่ได้เสียงสนับสนุนจาก 250 ส.ว. ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 ส่งผลให้พรรคก้าวไกล เป็นฝ่ายค้าน

ถัดมาวันที่ 30 พ.ค.2566 นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ เข้ายื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด ว่า การกระทำของพิธาและพรรคก้าวไกล ที่ยื่นเสนอแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 อาจเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต่อมา นายธีรยุทธ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และสั่งให้พรรคก้าวไกลเลิกหาเสียงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

จากนั้นวันที่ 31 ม.ค.2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า การเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสั่งให้พรรคก้าวไกล เลิกการกระทำทั้งหมดในทันที

ต่อมาคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณา ก่อนมีมติส่งคำร้องพร้อมความคิดเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล จนกระทั่งในวันที่ 7 ส.ค.2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำพิพากษาให้ยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองแก่กรรมการบริหารพรรครวม 11 คน เป็นเวลา 10 ปี แต่ ส.ส.ที่เหลือของอดีตพรรคก้าวไกล ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในสภาต่อไป ก่อนย้ายมาสังกัดพรรคประชาชน และเลือกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นหัวหน้าพรรค

แม้พรรคก้าวไกล ถูกยุบ และกรรมการบริหารพรรค ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้ว แต่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความผู้ร้อง ยังนำจากคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นร้องต่อไปยัง ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและดำเนินคดีแก่อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่ลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งจะมีโทษถูกตัดสิทธิทางการเมือง

สำหรับรายชื่ออดีต 44 สส. แบ่งกลุ่มอดีต สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวม 25 คน ประกอบด้วย

-นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

-น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

-นายนิติพล ผิวเหมาะ

-นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล

-นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์

-นายณัฐวุฒิ บัวประทุม

-นายวรภพ วิริยะโรจน์

-นายคำพอง เทพาคำ

-นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์

-นายองค์การ ชัยบุตร

-นายมานพ คีรีภูวดล

-นายวาโย อัศวรุ่งเรือง

-น.ส.วรรณวิภา ไม้สน

-นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร

-นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

-นายรังสิมันต์ โรม

-นายสุรวาท ทองบุ

-นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

-นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

-นายธีรัจชัย พันธุมาศ

-น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน

-นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์

-นายจรัส คุ้มไข่น้ำ

-นายศักดินัย นุ่มหนู

-นายวุฒินันท์ บุญชู

อีก 11 ราย ไม่ได้เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาชน ประกอบด้วย

-นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์

-นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี

-น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา

-นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์

-นายทองแดง เบ็ญจะปัก

-พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์

-นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์

-พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ

-นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์

-นายทวีศักดิ์ ทักษิณ

-นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล

ส่วนที่เหลือ 8 ราย เป็นกลุ่มที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ประกอบด้วย

-นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

-น.ส.เบญจา แสงจันทร์

-นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

-น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์

-นายสุเทพ อู่อ้น

-นายอภิชาติ ศิริสุนทร

-นายปดิพัทธ์ สันติภาดา

-นายสมชาย ฝั่งชลจิตร

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย