News Logo
หน้าแรก
เดือดร้อนนับล้าน! ศาลฎีกาตัดสินบำนาญ ม.39 ไม่เป็นธรรม-สปส.แก้ไขชักช้า

เดือดร้อนนับล้าน! ศาลฎีกาตัดสินบำนาญ ม.39 ไม่เป็นธรรม-สปส.แก้ไขชักช้า

22 เม.ย. 2569 14:34
ผู้ชม 623 คน

“...ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมระบุว่า เดือน พ.ย. 2568 (เป็นข้อมูลล่าสุดที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของสปส.) มีจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 รับบำนาญ 941,881 คน ซึ่งในจำนวนผู้ที่รับบำนาญข้างต้นย่อมมีผู้ได้รับผลกระทบจากการที่ประกันสังคมคำนวณบำนาญไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ในปัจจุบันเดือนเม.ย. 2569 จากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจึงคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ขอรับบำนาญถึงหลักล้านคน…”

จากกรณีสำนักข่าว Next News นำเสนอคำพิพากษาศาลฎีกามีที่ 3307/2567 กรณีผู้ประกันตน (โจทก์) ฟ้องสำนักงานประกันสังคม (จำเลย) เนื่องจากโจทก์เปลี่ยนสถานะผู้ประกันตนจากมาตรา 33 เป็นมาตรา 39 แต่เมื่อมายื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กลับไม่คำนวณเงินทดแทนโดยใช้ฐานเงินสมทบตามมาตรา 33 ในการคำนวณ ทั้งที่ส่งเงินสมทบมาแล้ว 181 งวด แต่ใช้ฐานเงินสมทบตามมาตรา 39 ในการคำนวณเงินทดแทนฯ ซึ่งจะทำให้ได้บำนาญเพียงเดือนละ 1,320 บาท 

ศาลแรงงานภาค 1 พิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำนาญชราภาพให้แก่โจทก์จำนวน 2,644.40 บาท ต่อเดือน นับแต่เดือนมกราคม 2557 เป็นต้นไป ต่อมาจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงาน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินบำนาญชราภาพประจำเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ 2557 เดือนละ 2,644.40 บาท และจ่ายเงินบำนาญชราภาพตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นไปเดือนละ 3,636.05 บาท แก่โจทก์ และสุดท้ายจำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน

ทั้งนี้ศาลฎีกาพิเคราะห์ว่าค่าจ้างเฉลี่ยหกสิบเดือนสุดท้ายของโจทก์ก่อนความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 สิ้นสุดลง คือเดือนละ 13,222 บาท โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละยี่สิบของจำนวนเงิน 13,222 บาท คิดเป็นเงิน 2,644.40 บาท แต่เมื่อได้ความว่าในเดือนมีนาคม 2557 โจทก์กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ย่อมเป็นเหตุให้สิ้นสุดเงื่อนไขการได้รับเงินบำนาญชราภาพที่จะได้รับต่อไป จำเลยจึงต้องงดการจ่ายเงินบำนาญชราภาพให้แก่โจทก์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 เป็นต้นไปถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 อันเป็นวันที่โจทก์ลาออกจากความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และทำให้ความเป็นผู้ประกันตนของโจทก์สิ้นสุดลงอีกครั้ง

ข้อเท็จจริงยุติว่าโจทก์ส่งเงินสมทบในกรณีเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 รวมเป็นเวลา 60 เดือน จำเลยจึงต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกร้อยละหนึ่งจุดห้าของค่าจ้างที่ใช้ในการคำนวณเงินบำนาญชราภาพเดิม ก่อนกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุกสิบสองเดือนในช่วงระยะเวลาที่กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนในครั้งหลัง คิดเป็นเงินเพิ่มเดือนละ 991.65 บาท รวมเป็นเงินบำนาญชราภาพที่จำเลยต้องจ่ายให้แก่โจทก์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นไปเดือนละ 3,636.05 บาท

เปิดคำพิพากษาฎีกาให้สปส.จ่ายบำนาญผู้ประกันตนต้องใช้ฐาน ม.33+ม.39

เปิดคำพิพากษาฎีกาให้สปส.จ่ายบำนาญผู้ประกันตนต้องใช้ฐาน ม.33+ม.39

เมื่อนำคำพิพากษามาเรียบเรียงเป็นสูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์จะพบว่า ในการคำนวณบำนาญของสำนักงานประกันสังคมที่คำนวณบำนาญของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่เปลี่ยนมาจากผู้ประกันตนมาตรา 33 ไม่ได้ใช้ฐานเงินเดือนจากมาตรา 33 มาคำนวณแต่อย่างใด ส่วนสูตรที่ศาลฎีกาใช้คำนวณบำนาญ คือ การนำเงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายของโจทก์ (13,222 บาท) มาคำนวณทั้งในส่วนของบำนาญและเงิ่นเพิ่มจากการส่งเงินตามมาตรา 39 จำนวน 60 เดือน

@ สูตรคำนวณบำนาญประกันสังคมก่อน VS คำพิพากษาศาลฎีกา  

สูตรบำนาญที่ประกันสังคมใช้คำนวณบำนาญ (ในคำพิพากษา 3307/2567) : 4,800 บาท (ฐานเงินเดือนสูงสุดของผู้ประกันตนมาตรา 39) x 20% +  60 (จำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบมาตรา 39)/12 x 1.5% x 4,800 บาท = 960+360 = 1,320 บาท

สูตรที่ศาลฎีกาใช้คำนวณบำนาญ (ในคำพิพากษา 3307/2567) : 13,222 (ฐานเงินเดือนของโจทก์) x 20% + (13,222 x 1.5%) x (60/12) = 2,644.40 + 991.65 = 3,636.05 บาท

จากคำพิพากษาคดีข้างต้นส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่เปลี่ยนจากมาตรา 33 ซึ่งได้รับบำนาญตามวิธีคำนวนของประกันสังคมก่อนที่จะมีคำพิพากษาดังกล่าว 

สำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลที่น่าสนใจมานำเสนอให้สาธารณชนรับทราบโดยทั่วกัน ดังนี้

@ ปี 68 มีผู้ประกันตนม.33+39 จำนวน 9.4 แสนคน รับบำนาญ-ปี 69 คาดมีถึงหลักล้าน

ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมระบุว่า เดือน พ.ย. 2568 (เป็นข้อมูลล่าสุดที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของสปส.) มีจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 รับบำนาญ 941,881 คน ซึ่งในจำนวนผู้ที่รับบำนาญข้างต้นย่อมมีผู้ได้รับผลกระทบจากการที่ประกันสังคมคำนวณบำนาญไม่เป็นธรรม เป็นเหตุให้มีตัวแทนผู้ประกันตนมาตรา 39 มาเรียกร้องความเป็นธรรมที่กระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569

ทั้งนี้ในปัจจุบันเดือนเม.ย. 2569 จากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจึงคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ขอรับบำนาญถึงหลักล้านคน

สถิติผู้รับบำนาญประกันสังคม

สถิติผู้รับบำนาญประกันสังคม

@ ผู้ประกันตน ม.39 831 คน ลงชื่อเรียกร้องสปส.คำนวณบำนาญไม่เป็นธรรม

นายบูรณ์ อารยพล ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายผู้ประกันตนมาตรา 39 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News ว่า ขณะนี้มีผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 831 คนมาลงชื่อเรียกร้องความเป็นธรรมกรณีที่สำนักงานประกันสังคมคำนวณเงินบำนาญไม่เป็นธรรม และกลุ่มมีการวางแผนไว้ว่าหลังจากที่ส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว จะฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป

จากข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของประกันสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนทำงานส่งเงินสมทบมาเกินครึ่งชีวิต แล้วหวังพึ่งเงินบำนาญยามชราภาพ

ประกันสังคมจะนำคำพิพากษาศาลฎีกา 3307/2567 มาเป็นบรรทัดฐานการจ่ายเงินบำนาญให้ผู้ประกันตนที่เปลี่ยนจากมาตรา 33 เป็นมาตรา 39 หรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันปี 2569 หลังจากที่มีคำพิพากษามาแล้ว 2 ปี ก็ยังไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวใด ๆ และจะดำเนินการจ่ายเงินย้อนหลังให้กับผู้ประกันตนรายอื่นหรือไม่ หรือมีแนวทางชดเชยให้กับผู้รับบำนาญที่ได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

และสุดท้ายนี้ผู้ประกันตนกลุ่มข้างต้นที่ได้รับบำนาญแค่เดือนละพันกว่าบาท ทั้งที่ควรได้ถึงเดือนละสามพันกว่าบาท

ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ประกันสังคม
เงินบำนาญ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วราวุธ' มุ่งผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว-พลังงานสะอาด ควบคุมมลพิษโรงงาน
'วราวุธ' มุ่งผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว-พลังงานสะอาด ควบคุมมลพิษโรงงาน