ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประกาศหลักเกณฑ์จัดสรรโควต้านมโรงเรียนปี 69 หากผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมมที่จะเข้าร่วมโครงการสนอข้อมูลเป็นเท็จมาแสดง ถือว่าขาดคุณสมบัติเข้าร่วม และจะถูกตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการเป็นเวลา 2 ปีการศึกษา พร้อมถูกดำเนินคดี
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ได้ออกประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 โดยมีเนื้อหาทั้งหมด 6 หมวด
สาระสำคัญ เช่น หมวด 1 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่เข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และการสมัครเข้าร่วมโครงการ ข้อ 6 ข้อ ในการสมัครเข้าร่วมโครงกาสร 6.1 ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมมที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการต้องสนอข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง ไม่ใช้ข้อมูลเท็จมาแสดง หากพบว่านำข้อมูลเท็จมาแสดงจะถือว่าผู้ประกอบการผลิตภัตภัณฑ์นมไม่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการ และจะถูกตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการ เป็นระยะเวลา 2 ปีการศึกษา พร้อมถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นทำหนังสือผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน
6.2 ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมต้องจัดทำคำเสนอขอเข้าร่วมโครงการ (ตามแบบ นร.1) แนบท้ายประกาศนี้ และต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมแนบหลักฐานคุณสมบัติตามข้อ 5 โดยยื่นสมัครเข้าโครงการแยกตามรายโรงงานเท่านั้น และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ 1 โรงงาน สามารถยื่นแบบสมัคร นร.1 ในแต่ละกลุ่มพื้นที่ได้เพียง 1 ฉบับต่อปีการศึกษา
6.3 ปริมาณน้ำนมโคทั้งหมดที่ยื่นสมัคร โดยไม่รวมโควต้านำเข้านมผงขาดมันเนยและนมและครีมกับกรมปศุสัตว์ ต้องไม่เกิน
6.3.1 สัญญาซื้อขายน้ำนมโคของโครงการ (ข้อ 6.4)
6.3.2 ปริมาณน้ำนมโคจากผลการตรวจสอบรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม 2568 - ธันวาคม 2568) ของกรมปศุสัตว์
6.3.3 ปริมาณน้ำนมโคจากผลการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคและประชากรโคนมเฉพาะกิจ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
นอกจากนั้น หมวด 3 หลักเกณฑ์การจัดสรรสิทธิและพื้นที่การจำหน่ายนมโรงเรียน
ส่วนที่ 1 หลักเกณฑ์การจัดสรรสิทธินมโรงเรียน
ข้อ 12 ให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกลุ่มพื้นที่ เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกและจัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียนในโครงการดังนี้
12.1 การพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมเข้าร่วมโครงการ หลังจากปิดรับสมัครผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่เข้าร่วมโครงการ ให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกลุ่มพื้นพื้นที่คัดเลือกผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติข้อ 5 และหลักฐานการสมัคร ตามข้อ 6 โดยให้รวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการและปริมาณน้ำนมโคที่ยื่นสมัคร แบ่งเป็น ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่ตั้งอยู่ในกลุ่มพื้นที่ และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นท์นมที่ตั้งอยู่นอกกลุ่มพื้นที่พิจารณาในขั้นตอนถัดไป
หากพบว่าไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 5 และหลักฐานการสมัครตามข้อ 6 ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมรายนั้นจะไม่ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมโครงการ
12.2 การกำหนดปริมาณน้ำนมโคที่จะจัดสรรสิทธิการจำหน่ายในแต่ละกลุ่มพื้นพื้นที่ให้คำนวณปริมาณจากจำนวนนักเรียนที่บริโภคนมในโครงการ (โดยอ้างอิงจากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ) ในแต่ละกลุ่มพื้นที่ในรอบปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยคำนวณจากจำนวนวัน 260 วันต่อปีการศึกษา คนละ 1 ถุง หรือกล่องต่อวัน (200 มล.) ทั้งนี้ ให้ปรับเพิ่มเพื่อชดเชยการสูญเสียจากกระบวนการแปรรูปประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณน้ำนมโครวมที่ใช้ในการผลิตเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และแนวทางการบริหารจัดการโครงการ ให้แบ่งสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียน ดังนี้
ส่วนที่ 1 ได้แก่ ภาคสหกรณ์โคนม รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา
ส่วนที่ 2 ได้แก่ ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมอื่น
12.3 การจัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียนในกลุ่มพื้นพื้นที่ให้นำปริมาณน้ำนมโคที่ต้องการในกลุ่มพื้นที่ตามข้อ 12.2 มาจัดสรรตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 โดยต้องให้ความสำคัญกับภาคสหกรณ์โคนม รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในลำดับแรก โดยจัดสรรสิทธิให้ส่วนที่ 1 และ 2 ด้วยวิธีแบบสัดส่วน ในการกำหนดสัดส่วนให้อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการตามแนวทางบริหารจัดการโครงการ โดยให้รายละเอียดแต่ละหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานอื่นๆ ที่จำเป็นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม ภายหลังปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ออกหลักเกณฑ์โครงการนมโรงเรียน ประจำปี 2569 ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๖.๒/ว๒๓๐๔ ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เรื่อง ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 และประกาศคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เรื่อง มาตรฐานการขนส่งและเก็บรักษานมโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด
เนื้อหาระบุว่า ด้วยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับแจ้งจากกรมปศุสัตว์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ว่า คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน, คณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ได้มีประกาศเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 จึงขอส่งสำเนาประกาศดังกล่าวให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาแล้ว เพื่อให้การดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนประจำปีการศึกษา 2569 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุวัตถุประสงค์ โดยส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ จึงขอความร่วมมือจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทราบและถือปฏิบัติตามประกาศเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 ดังนี้
1. ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 ประกาศ ณ วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. ๒2569
2. ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม)โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 ฉบับที่ 2 ประกาศ ณ วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
3. ประกาศคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เรื่อง มาตรฐานการขนส่งและเก็บรักษานมโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2569 ประกาศ ณ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
ทั้งนี้ ขอให้จังหวัดกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐนตรี และมาตรฐานของทางราชการให้ถูกต้องครบถ้วน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการเป็นสำคัญ
หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 (ฉบับเต็ม)




