รฟท.อ้างสิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่ยอมทำประกันวินาศภัย ทำให้อุบัติเหตุรถไฟชนกับรถเมล์และเหตุการณ์เครนถล่มที่โคราชเมื่อต้นปี ทางการรถไฟฯ จึงไม่มีการจ่ายเงินเยียวจากการทำประกันภัย แต่ยอมควักงบฯ ปกติมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยแทน
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย Next News ว่า ทราบข้อมูลว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ได้ทำประกันวินาศภัยกับบริษัทใด ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์บริเวณทางแยกอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ทาง รฟท.จึงจ่ายค่าเยียวยาได้แค่ 340,000 บาทต่อราย ซึ่งเป็นการควักเงินงบประมาณปกติของหน่วยงานมาจ่ายเอง เนื่องจากไม่มีการทำประกันไว้
ทั้งนี้ เหตุการณ์เครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ที่บริเวณบ้านถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 32 ราย และบาดเจ็บ 66 ราย ทาง รฟท.ก็ไม่มีการจ่ายเงินเยียวยาจากการทำประกันเช่นเดียวกัน ถือเป็นเรื่องแปลกที่การรถไฟฯ ซึ่งเป็นรถขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ แต่ไม่ยอมทำประกันวินาศภัย
"กรรมการบริหารความเสี่ยง รฟท.เคยสอบถามเรื่องนี้ตอนเกิดอุบัติเหตุเครนถล่มที่โคราชเมื่อต้นปี ตอนนั้นการรถไฟฯ อ้างว่าอยู่ระหว่างการประมูลหาบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งก่อนหน้านั้นทราบว่า การรถไฟฯ เคยทำประกันมาก่อน วงเงิน 10 ล้านบาท แต่ผู้บริหารอ้างว่าทำประกันแล้ว แต่ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ ถือเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ จึงไม่ได้ทำต่อ" แหล่งข่าว ระบุ
ด้าน นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า รถขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองผู้โดยสารและบุคคลภายนอกกรณีเสียชีวิต 1 ล้านบาทต่อราย ซึ่งเดิมทีการรถไฟฯ ไม่มีกฎหมายบังคับการทำประกันภัย ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจะจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบภายในกำหนด ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการหรือฝ่ายบริหาร
อย่างไรก็ตาม ภายหลังมี พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ปี 2568 ซึ่งบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 กฎหมายกำหนดให้รถขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ต้องทำประกันวินาศภัย แต่จนขณะนี้ยังไม่มีการออกกฎหมายลูก ทำให้การรถไฟฯ ต้องใช้ระเบียบภายในสำหรับการจ่ายเงินเยียวยาไปก่อน
ทั้งนี้ ในการแถลงข่าวของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนาย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้แจกแจงมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์บริเวณทางแยกอโศก-ดินแดง ดังนี้
กรณีเสียชีวิต (รับเงินเยียวยาเบื้องต้นรวม 2,090,000 บาท/ราย + เงินสมทบเพิ่มเติม)
• ขสมก.: จ่ายรวม 1,750,000 บาท (ประกอบด้วย ประกันภัย/พ.ร.บ. 1.5 ล้านบาท จ่ายภายใน 7 วัน, เงินจากภาคีเครือข่าย 50,000 บาท และรับผิดชอบค่าจัดการศพทั้งหมด)
• รฟท.: จ่ายรวม 340,000 บาท (เงินช่วยเหลือเบื้องต้นและค่าปลงศพ 80,000 บาท และจ่ายเพิ่มอีก 260,000 บาทหลังพิสูจน์ทายาทแล้ว)
• เงินสมทบพิเศษ: รับเพิ่ม 300,000 บาท จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
กรณีบาดเจ็บ
• ขสมก.รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลตามจริง 80,000 - 1,000,000 บาท (หากเกินกำหนด ขสมก. จ่ายส่วนต่างให้ทั้งหมด) พร้อมมอบเงินจากภาคีเครือข่าย 30,000 บาท และกองทุนอุบัติเหตุอีก 20,000 บาท
• รฟท.: มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาท และจ่ายเยียวยาเพิ่มตามระดับอาการสูงสุด 50,000 บาท (กรณีเข้า ICU)
การดูแลต่อเนื่องและผู้ได้รับผลกระทบ
• ขสมก. รับผิดชอบค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกทั้งหมด (เช่น รถยนต์/จักรยานยนต์บริเวณรอบข้าง) และจัดทีมลงพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจผู้บาดเจ็บทุกวันจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล
• นายกรัฐมนตรีสั่งให้นำเงินสมทบจากกรมการขนส่งทางราง และกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ช่วยดูแลเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ
เครดิต: เพจ BMTA องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ




