News Logo
หน้าแรก
เครือซีพีแพ้คดีชาวบ้านศาลปค.สูงสุดให้อบต.สั่งรื้อถอนห้างแม็คโครปากช่อง

เครือซีพีแพ้คดีชาวบ้านศาลปค.สูงสุดให้อบต.สั่งรื้อถอนห้างแม็คโครปากช่อง

16 มิ.ย. 2569 16:15
ผู้ชม 962 คน

ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง ส่วนที่เกิน 300 ตร.ม. จากพื้นที่รวม 9,857 ตร.ม. มีผลย้อนหลัง 13 ปี ให้นายก อบต.หนองน้ำแดง สั่งให้รื้อถอน หรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ว่า ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองนคราชสีมา (ชั้นต้น) ที่ยกฟ้อง องค์การบรหารส่วนตำบล (อบต.)หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา, นายก อบต.หนองน้ำแดง และบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ) โดยศาลปกครองสูงสุดสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาต และใบรับรองการก่อสร้างห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง เฉพาะส่วนที่เกิน 300 ตารางเมตร (ตร.ม.) จากพื้นที่ใช้สอยรวม 9,857 ตร.ม.

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ศาลปกครองนครราชสีมาอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ในคดีคดีหมายเลขดำที่ อส.139/2558 คดีหมายเลขแดงที่ อส.12/2569 ว่า ให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร เลขที่ 3/2556 เฉพาะส่วนที่เกิน 300 ตร.ม.ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2556 และเพิกถอนใบรับรองการก่อสร้างอาคาร เลขที่ 133/2557 ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 เนื่องจากเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่ก่อสร้างห่างจากเขตเทศบาลเพียงประมาณ 1.5 กิโลเมตร น้อยกว่าระยะ 15 กิโลเมตร ขัดกับประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2555

ภาพที่ตั้ง ห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง

ภาพที่ตั้ง ห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง

คำพิพากษาระบุว่า คดีดังกล่าว มีนางสาวพัชรี ตุลาบดี และนางศิริรัตน์ กิจสัมฤทธิ์ เป็นผู้ฟ้องคดีที่ 1 และ 2 ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมา(ศาลชั้นต้น) โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หนองน้ำแดง, นายก อบต.หนองน้ำแดง และบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ที่ 1-3 ในคดีหมายเลขดำที่ ส. 22/2557 หมายเลขแดงที่ ส. 31/2558

คำพิพากษาระบุว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง มีบ้านพัก อยู่ที่ซอยคุรุสามัคคี 2 ถนนคุรุสามัคคี ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ห่างจากห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ประมาณ 3-4 กิโลเมตร ต่อมาได้สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และใบรับรองการก่อสร้างอาคารใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรม มีพื้นที่ใช้สอยอาคารถมรวมกันเพื่อประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน 23,908 ตร.ม. แต่มีระยะห่างจากเขตเทศบาลเมืองปากช่องน้อยกว่า 15 กิโลเมตร ขัดต่อประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่กำหนดให้การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่มีพื้นที่ใช้สอยเกิน 1,000 ตร.ม.ต้องมีระยะห่างจากเขตเทศบาลไม่น้อยกว่า 15 กิโลเมตรจึงขอให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาตและใบรับรองการก่อสร้างอาคารดังกล่าว

คำพิพากษาระบุว่า ต่อมาศาลปกครองนครราชสีมา พิพากษายกฟ้อง โดยชี้ว่า อาคารของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไม่ใช่อาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และมิใช่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ตามประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และใบรับรองการก่อสร้างอาคาร ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 จึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง ต่อมาผู้ฟ้องคดีทั้งสองยื่นอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดระบุว่า ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2555

  • ข้อ 1 กำหนดว่า อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ 300 ตร.ม.ขึ้นไป

  • ข้อ 2 กำหนดว่า ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา

  • ข้อ 3 กำหนดว่า ที่ดินในบริเวณท้องที่กำหนด ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป

  • ข้อ 5 กำหนดว่า การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอย อาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภท ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกิน 1,000 ตร.ม.ต้อง มีระยะห่างจากเขตเทศบาลไม่น้อยกว่า 15 กิโลเมตร

ห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง

ห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง

คำพิพากษาระบุว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ทำการก่อสร้างอาคารในที่ดิน ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้แก่ อาคาร 1 ชั้น พื้นที่ 9,857 ตร.ม. เพื่อใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรม โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ให้การยอมรับว่า เป็นอาคารพาณิชยกรรมทั่วไป โดยแยกพื้นที่ใช้สอยอาคารออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 พื้นที่พาณิชยกรรมประเภทบริโภค ได้แก่ อาหารสด อาหารแห้ง อาหารแช่แข็ง และอาหารสัตว์ มีพื้นที่ใช้สอย 4,827 ตร.ม. ส่วนที่ 2 พื้นที่พาณิชยกรรมประเภทสินค้าอุปโภคที่ไม่ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหารในร้านอาหาร เป็นต้น มีพื้นที่ใช้สอย 2,193 ตร.ม. รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 7,020 ตร.ม. จึงเห็นได้ว่าสินค้าประเภทอาหารสด อาหารแห้ง อาหารแช่แข็ง และอาหารสัตว์ ซึ่งวางจำหน่ายในพื้นที่ส่วนที่ 1 เป็นสินค้าที่ใช้ในการรับประทานในชีวิตประจำวัน อันเป็นสินค้าบริโภค ส่วนสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น อุปกรณ์สำนักงาน และอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหารในร้านอาหาร ซึ่งวางจำหน่ายในพื้นที่ส่วนที่ 2 ถือเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอันเป็นสินค้าอุปโภค

คำพิพากษาระบุว่า เมื่ออาคารของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมมีพื้นที่ใช้สอยเพื่อประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน 4,827 ตร.ม.จึงเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งตามข้อ 1 ของประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง และเมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ก่อสร้างอาคารดังกล่าวในท้องที่ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นท้องที่ที่อยู่ในบังคับตามข้อ 2 และข้อ 3 ของประกาศดังกล่าวที่ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ 300 ตร.ม.ขึ้นไป อาคารของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 จึงขัดต่อข้อ 2 และข้อ 3 ของประกาศดังกล่าว

คำพิพากษาระบุว่า ประกอบกับอาคารอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกิน 1,000 ตร.ม.จึงต้องอยู่ในบังคับตามข้อ 5 (1) ของประกาศดังกล่าว ที่ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินที่มีระยะห่างจากเขตเทศบาลน้อยกว่า 15 กิโลเมตร เพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกิน 1,000 ตร.ม. เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามหนังสือสำนักงานเทศบาลเมืองปากช่อง ที่ นม 52024/540 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2556 ว่าระยะห่างจากเขตเทศบาลเมืองปากช่องถึงอาคารของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 มีระยะประมาณ 1.5 กิโลเมตร อาคารของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 จึงขัดต่อข้อ 5 (1) ของประกาศเดียวกัน

คำพิพากษาระบุว่า ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร เลขที่ 3/2556 ลงวันที่ 18 มกราคม 2556 ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ทำการก่อสร้างอาคารสำหรับใช้เพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันทั้งหมด 9,857 ตร.ม.เกินกว่า 300 ตร.ม.จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร เลขที่ 3/2556 ลงวันที่ 18 มกราคม 2556 เฉพาะส่วนที่เกินกว่า 300 ตารางเมตร จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ต้น

ห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง

ห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง

คำพิพากษาระบุว่า สำหรับกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกใบรับรองการก่อสร้างอาคารว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้ทำการก่อสร้างอาคารถูกต้องตามที่ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารนั้น เห็นว่า เป็นใบอนุญาตก่อสร้างอาคารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ต้น จึงต้องถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ดำเนินการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตามมาตรา 21 แห่งพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกใบรับรองการก่อสร้างอาคาร เลขที่ 133/2557 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 รับรองว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้ทำการก่อสร้างอาคารถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร เลขที่ 3/2556 ลงวันที่ 18 มกราคม 2556 จึงเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยเช่นกัน อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีทั้งสองฟังขึ้น

คำพิพากษาระบุว่า ส่วนกรณีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกคำสั่งห้ามมิให้บุคคลใดๆ เข้าไปใช้อาคารทั้งหมดทันทีจนกว่าจะทำการรื้อถอนอาคารดังกล่าวจนแล้วเสร็จ และให้ออกคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 รื้อถอนอาคารในส่วนที่เกิน 1,000 ตร.ม.ออกทั้งหมดทันที โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น เห็นว่า เมื่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร เลขที่ 3/2556 ลงวันที่ 18 มกราคม 2556 เฉพาะส่วนที่อนุญาตผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ให้ทำการก่อสร้างสำหรับใช้เพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารเกินกว่า 300 ตร.ม.เป็นใบอนุญาตก่อสร้างอาคารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ต้น จึงต้องถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ดำเนินการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จะต้องดำเนินการตามมาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 แห่งพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดยมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ระงับการกระทำ สั่งห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดของอาคาร หรือบริเวณอาคาร และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ยื่นคำขออนุญาตและดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 30 วันหรือมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารต่อไป แล้วแต่กรณี

“การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร เลขที่ 3/2556 ลงวันที่ 18 มกราคม 2556 เฉพาะส่วนที่เกิน 300 ตร.ม. โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2556 และเพิกถอนใบรับรองการก่อสร้างอาคาร เลขที่ 133/2557 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก”คำพิพากษาระบุ

คำพิพากษายังระบุ ข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ใช้อำนาจตามมาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 แห่งพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เฉพาะส่วนที่เกิน 300 ตารางเมตร ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ระบุว่า ในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการดังนี้

(1) มีคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ควบคุมงาน ผู้ดำเนินการ ลูกจ้าง หรือบริวารของบุคคล ดังกล่าว ระงับการกระทำดังกล่าว

(2) มีคำสั่งห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคาร หรือบริเวณที่มีการกระทำดังกล่าวและจัด ให้มีเครื่องหมายแสดงการห้ามนั้นไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ อาคารหรือบริเวณดังกล่าว

(3) พิจารณามีคำสั่งตามมาตรา 41 หรือมาตรา 42 แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีคำสั่งตาม(1)

 มาตรา 41 ถ้าการกระทำตามมาตรา 40 เป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ ให้เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขออนุญาตหรือดำเนินการแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ หรือดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะขยายเวลา ดังกล่าวออกไปอีกก็ได้ และให้นำมาตรา 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 มาตรา 42 ถ้าการกระทำตามมาตรา 40 เป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ หรือเจ้าของอาคาร มิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 41 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง อาคาร ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน โดยให้ดำเนินการรื้อถอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8(11) หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา 9 หรือมาตรา 10

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวนโยบายสาธารณะ
ห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง
ศาลปกครองสูงสุด



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลัด มท. แจงปม 'โชตินรินทร์' นั่งผู้ว่าฯ แทน 'นิรัตน์' แก้ปัญหาพื้นที่
ปลัด มท. แจงปม 'โชตินรินทร์' นั่งผู้ว่าฯ แทน 'นิรัตน์' แก้ปัญหาพื้นที่