News Logo
หน้าแรก
น้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ผวาซ้ำรอย 'ดินถล่ม' อุโมงค์ถนนสามเสน

น้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ผวาซ้ำรอย 'ดินถล่ม' อุโมงค์ถนนสามเสน

10 ก.ค. 2569 18:18
ผู้ชม 41 คน

สรุปเหตุการณ์น้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้บริเวณวงเวียนใหญ่ พร้อมเทียบกับกรณีอุโมงค์สามเสน และข้อควรระวังเรื่องชั้นทรายอุ้มน้ำแรงดันสูง ย้ำต้องคุมงานก่อสร้างให้รัดกุมเพื่อความปลอดภัย

จากเหตุการณ์น้ำท่วมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ สัญญาที่ 4 (ช่วงสะพานพุทธ - ดาวคะนอง) ส่งผลให้หลายหน่วยงานเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยในเบื้องต้นการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดเผยว่า สาเหตุอาจมาจากรอยรั่วบริเวณบ่อรับน้ำของอุโมงค์ใต้ดิน หรือที่เรียกว่า ‘Sump pit’

สำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลพบว่า 'บ่อพักน้ำ' (Sump pit) จะอยู่ในจุดที่ต่ำสุดของอุโมงค์และทำหน้าที่กักเก็บน้ำที่ไหลลงมา ก่อนจะใช้เครื่องปั๊มสูบระบายน้ำขึ้นสู่ด้านบน ซึ่งตามมาตรฐานวิศวกรรมจะต้องมีการสร้างบ่อนี้ไว้ตลอดแนวทางวิ่ง ยกเว้นพื้นที่เฉพาะ เช่น ช่วงเชื่อมต่อสะพานหรือจุดที่มีท่อ แต่ชนวนเหตุสำคัญของเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้เป็นเพราะโครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเกิดรอยรั่วใกล้กับบริเวณบ่อพักน้ำจนทำให้น้ำทะลักเข้ามา จึงสรุปได้ว่า ‘ตัวร้าย’ ในเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ระบบบ่อพักน้ำ แต่คือมาตรฐานและความรัดกุมในขั้นตอนการก่อสร้างอย่างปฏิเสธไม่ได้

สอดคล้องกับที่ นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการ รฟม. ได้ยืนยันว่า ความบกพร่องนี้เกิดขึ้นจากขั้นตอนการก่อสร้างโดยตรง ซึ่งเบื้องต้นได้สั่งการให้เพิ่มระบบสูบน้ำและเตรียมเจาะบ่อบาดาลลึก 50 เมตร เพื่อเร่งระบายน้ำใต้ดินออก ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่บ่อพักน้ำของโครงการได้

เทียบเคียงกรณีหลุมยุบหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

ทางด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุน้ำรั่วบริเวณวงเวียนใหญ่ พร้อมระบุว่า เหตุการณ์นี้แตกต่างจากกรณีหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลที่โครงสร้างอุโมงค์ยุบจนดินผิวถนนทรุดตัว เนื่องจากครั้งนี้เจ้าหน้าที่พบรอยรั่วตั้งแต่แรก จึงเข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที โดยขณะนี้กำลังเร่งอุดรอยรั่วและเฝ้าติดตามระดับน้ำในอุโมงค์อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีและไม่มีสัญญาณว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ทาง รฟม. ได้ประสานงานติดตั้งเครื่องวัดการเคลื่อนตัวของอาคารโดยรอบเพื่อความปลอดภัย ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดยังคงปกติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเสร็จสิ้นการตรวจสอบ

ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ตามหลักวิศวกรรมการสร้างบ่อรองรับน้ำ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงชั้นดินด้วยการฉีดสารเคมีและซีเมนต์ให้แข็งตัวในระดับหนึ่ง ซึ่งหากดำเนินการอย่างสมบูรณ์ โอกาสที่น้ำจะรั่วซึมเข้ามาก็จะน้อยลง ทั้งนี้ระบุว่าขณะนี้ได้มีการเสริมซีเมนต์บริเวณดังกล่าวเพื่อทำให้ดินแข็งตัวแล้ว แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่เรื่องของน้ำ แต่คือ ‘ดิน’ ที่อาจพัดตามน้ำเข้ามา ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ถนนทรุดตัว และอาจทำให้โครงสร้างอาคารบริเวณโดยรอบเกิดการชำรุดเสียหายได้ ซึ่งขณะนี้ตรวจพบว่าเริ่มมีการทรุดตัวจริง

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกรณีดังกล่าวกับ 'กรณีหลุมยุบหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล' จะพบว่ามีความแตกต่างกันทางด้านโครงสร้าง เนื่องจากเหตุการณ์ที่วงเวียนใหญ่ในครั้งนี้ แม้ตัวสถานีจะมีช่องโล่งจำนวนมากและตั้งอยู่จุดต่ำสุดของอุโมงค์ จนมีความเสี่ยงที่ดินจะไหลทะลักลงสู่บ่อด้านล่าง แต่คาดว่าจะมีปริมาตรไม่มากนัก เพราะหน้างานมีการปรับปรุงสภาพดินรอบบ่อให้แข็งแรงรองรับไว้ล่วงหน้าแล้ว ต่างจากกรณีหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่โครงสร้างอุโมงค์ตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียว ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวจนผิวถนนด้านบนพังทลายกลายเป็นหลุมลึกกว่า 20 เมตร พร้อมส่งแรงฉุดให้โครงสร้างอาคาร สน.สามเสน ทรุดพังเสียหายจนต้องรื้อทิ้ง

ปัจจัยเสี่ยงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเมืองหลวงกับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งนอกเหนือจากมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติงานแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพึงระวังในการก่อสร้างในเขตกรุงเทพมหานครคือลักษณะของ ‘ชั้นดิน’ เนื่องจากดินในกรุงเทพฯ เป็นดินเหนียวอ่อน หรือ Bangkok Clay ซึ่งมีความอ่อนตัวสูงและมีโอกาสทรุดหรือยุบตัวได้ง่ายเมื่อมีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่นเกินไป ทั้งยังมีอัตราการระบายน้ำต่ำและมีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงถึง 24-30%

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Thai PBS ระบุว่า นักธรณีวิทยาและวิศวกรวิชาชีพเคยวิเคราะห์ถึงข้อจำกัดในการขุดเจาะอุโมงค์ย่านวงเวียนใหญ่ไว้ว่า พื้นที่ใต้ดินย่านวงเวียนใหญ่และคลองสาน ที่ระดับความลึก 25-40 เมตร เป็นชั้นทรายกรวดขนาดใหญ่ที่มีน้ำใต้ดินกักเก็บหนาแน่นและมีแรงดันสูง ดังนั้น เมื่อมีการขุดเจาะอุโมงค์ น้ำแรงดันสูงนี้จะพยายามแทรกตัวเข้ามาตามรอยต่อ ซึ่งหากสูบน้ำออกโดยไม่มีมาตรการป้องกันดินที่มีประสิทธิภาพ ทรายใต้ดินจะไหลทะลักตามน้ำเข้ามาสู่ภายใน

ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าว โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อาจจำเป็นต้องออกแบบและคำนึงถึงข้อจำกัดของชั้นดินอย่างถี่ถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย จนทำให้คำว่า 'กรุงเทพฯ ชีวิตดีดีที่ลงตัว' กลายเป็นเพียงเรื่องตลกร้าย และปล่อยให้ชีวิตคนเมืองต้องตั้งอยู่บนความเสี่ยงที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

อ้างอิง

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' แจงถนัดทุกสเปก ยันรถขยะ EV ไม่มีล็อก-'ทักษิณ'ไปอินโดฯส่วนตัว
'อนุทิน' แจงถนัดทุกสเปก ยันรถขยะ EV ไม่มีล็อก-'ทักษิณ'ไปอินโดฯส่วนตัว