News Logo
หน้าแรก
จ่อปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังยอดยื่นอุทธรณ์พุ่ง 2.9 ล้านราย

จ่อปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังยอดยื่นอุทธรณ์พุ่ง 2.9 ล้านราย

20 ก.ค. 2569 13:06
ผู้ชม 77 คน

คมนาคมเตรียมชง ครม. ปรับหลักเกณฑ์คัดกรองใหม่ เล็งปลดล็อกเงื่อนไขการครอบครองรถยนต์-กลุ่มนักศึกษานอกระบบ หลังประชาชนยื่นอุทธรณ์ทะลัก 2.9 ล้านราย พบร้อยละ 40 ติดปัญหาเรื่องรถเก่า-รถสิ้นสภาพแต่ชื่อค้างในระบบ ด้านคลังขีดเส้นเร่งปรับปรุงเงื่อนไขให้สอดคล้องความจริง ทันประกาศใช้ 1 ต.ค. นี้ ขณะที่มหาดไทยเปิดวันสต็อปเซอร์วิสทุกอำเภอช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมขยายเวลายื่นอุทธรณ์ยาวถึง 20 ก.ย. 69

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา หลังจากมีการปรับเกณฑ์การเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยระบุว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ทำหนังสือขอให้กระทรวงการคลังทบทวนเกณฑ์ดังกล่าว และในวันพรุ่งนี้จะมีการเสนอปรับเกณฑ์โดยเฉพาะในส่วนของรถยนต์เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 

นายสิริพงศ์ ระบุว่า หลังจากที่มีหลักเกณฑ์ต่างๆ ออกมาเพื่อคัดกรองกลุ่มคนในการเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นคือประเด็นเกี่ยวกับการครอบครองรถยนต์ กล่าวคือ หลักเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระบุว่า ผู้ที่รับสิทธิ์ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ใดๆ ในรถยนต์ ยกเว้น 1. มีรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี 2. มีรถสามล้อ 3. มีรถยนต์ 4 ล้อรับจ้าง และ 4. รถใช้งานเพื่อการเกษตร โดยกำหนดให้มีได้ไม่เกินคนละ 1 คัน 

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนได้ร้องเรียนเข้ามาว่า บางคนมีรถเก่าที่มีมูลค่าต่ำและไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ไม่ได้นำทะเบียนออกจากระบบ, รถสูญหายหรือสิ้นสภาพแล้วแต่ไม่ได้นำทะเบียนออก, ขายรถไปแล้วแต่ไม่ได้นำทะเบียนออก หรือถูกนำชื่อไปสวมสิทธิเพื่อซื้อรถ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ทบทวนเกณฑ์ดังกล่าว โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการเสนอเกณฑ์เข้าสู่ ครม. โดยขอให้รถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 20 ปีขึ้นไป หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป รวมถึงการมีรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี จำนวนไม่เกิน 2 คัน หากประชาชนครอบครองรถในลักษณะนี้จะไม่ถูกตัดสิทธิ

นายสิริพงศ์ ระบุด้วยว่า สำหรับรถยนต์ที่สิ้นสภาพไปแล้ว หรือจำหน่ายรถไปแล้วและมีการโอนลอยแต่ไม่ได้ต่อทะเบียน รวมถึงกรณีถูกสวมสิทธิ์ ให้ประชาชนเข้าแจ้งต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดเพื่อลงบันทึกข้อมูล โดยแนบหลักฐานประกอบ แต่หากไม่มีหลักฐานก็สามารถจัดทำเป็นบันทึกถ้อยคำได้ ทั้งนี้ หลายภาคส่วนเข้าใจถึงข้อจำกัดในการยื่นอุทธรณ์ จึงจะมีการอำนวยความสะดวกด้วยการนำแบบฟอร์มไปให้ประชาชนกรอกในพื้นที่

นอกจากนี้ สำหรับเกณฑ์ของนักเรียนนักศึกษานอกระบบก็จะมีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน โดยนักเรียนนักศึกษาที่อยู่นอกระบบ สกร. อาชีวะ หรือระดับอื่นๆ ที่ยากจนและเข้าข่ายจะไม่ถูกตัดสิทธิ์ แต่ทางกระทรวงการคลังจะนำองค์ประกอบอื่นมาพิจารณาควบคู่ไปด้วย 

ด้าน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ระบุว่า หลักเกณฑ์ที่เกิดขึ้นต้องการให้โครงการนี้เข้าถึงกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม ซึ่งเรื่องรถยนต์ก็มาจากเรื่องร้องเรียนที่ได้รับมา วันนี้เมื่อเรามีข้อมูลหลังจากการประมวลผลแล้ว จึงต้องนำข้อเท็จจริงมาพิจารณา โดยการปรับเกณฑ์ในครั้งนี้ได้มีการสำรวจข้อมูล ซึ่งที่ผ่านมาทางกระทรวงคมนาคมอาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล แต่เมื่อมีข้อเท็จจริงปรากฏออกมาและมีการเสนอเรื่องเข้ามา ขั้นตอนต่อไปกระทรวงการคลังก็จะรับเรื่องเพื่อนำไปกำหนดเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการจัดการฐานข้อมูล 

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชาชนยื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว 2.9 ล้านราย โดยร้อยละ 40 เป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ ซึ่งหลังจากนี้เรื่องดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ก่อนจะเสนอต่อ ครม. เพื่อเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยจะพยายามเร่งรัดดำเนินการให้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ 

ขณะที่ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ระบุว่า กรมการปกครองได้ดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. ประสานงานกับจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยในส่วนของผู้ที่ลงทะเบียนและผ่านเกณฑ์จะประชาสัมพันธ์ในเรื่องการตรวจสอบสิทธิ สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาจะประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับขั้นตอนการอุทธรณ์หรือทบทวนสิทธิ์ 2. จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อโครงการของรัฐ ในรูปแบบวันสต็อปเซอร์วิส (One Stop Service) ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อแจ้งเรื่องได้ทันที และ 3. มอบหมายให้นายอำเภอและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำความเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อนำไปสื่อสารลดความสับสนของประชาชน นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง และปลัดจังหวัด ลงพื้นที่กำกับติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดอีกทางหนึ่งด้วย 

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยจะถูกส่งต่อไปยังกระทรวงการคลังเพื่อดำเนินการคัดกรอง ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลในครั้งนี้มีความละเอียดเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ประชาชาชนบางรายเพิ่งทราบว่าชื่อของตนถูกนำไปใช้เพื่อเป็นกรรมการบริษัท หรือสวมเป็นบัญชีม้า โดยพี่น้องประชาชนสามารถมอบข้อมูลให้แก่กระทรวงมหาดไทยเพื่อนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมได้ 

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว สามารถมาลงทะเบียนกับการไฟฟ้าเพื่อรับสิทธิสนับสนุนค่าไฟฟ้า 315 บาท ส่วนค่าน้ำประปาก็ได้รับสิทธิฟรีเช่นกัน ขณะที่ระยะเวลาในการยื่นขออุทธรณ์นั้น อยากขอให้ขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ส่วนในระหว่างนี้ หากประชาชนท่านใดไม่ได้รับสิทธิ์และไม่เข้าหลักเกณฑ์ ก็สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'คลัง' จ่อรื้อเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ปมถือครองสิทธิรถยนต์-จยย.-นักเรียน
'คลัง' จ่อรื้อเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ปมถือครองสิทธิรถยนต์-จยย.-นักเรียน