'สส.ไอซ์' เปิดเอกสารชี้ สปส. อ้างต่อศาลว่าการลงทะเบียนเลือกตั้งช่วยประหยัดงบเหลือเพียง 30 ล้านบาท แต่เอกสารจัดสรรงบประมาณจริงกลับขอสูงถึง 275 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถาม โกหกศาลหรือกำลังหลอกถลุงเงินผู้ประกันตน
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ได้โพสต์เอกสารพร้อมระบุข้อความว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้แจ้งต่อศาลปกครองถึงเหตุผลในการเลือกวิธีลงทะเบียนก่อนการเลือกตั้งว่า เป็นเพราะสามารถบริหารจัดการได้ง่ายกว่าและใช้งบน้อยกว่า หากไม่ลงทะเบียนจะต้องใช้เงินถึง 350 ล้านบาท แต่หากให้ลงทะเบียนจะประหยัดงบลงเหลือเพียง 30 ล้านบาท แต่จากเอกสารขอจัดสรรงบประมาณของ สปส. ที่ประมาณการผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งไว้ 50% (ประมาณ 6 ล้านคน) กลับพบว่ามีการขอใช้งบทั้งหมดถึง 275 ล้านบาท โดยมีการเบิกจ่าย ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ไปแล้วประมาณ 14 ล้านบาท และปัจจุบันยังไม่มีการอัปเดตตัวเลขว่ามีการเบิกจ่ายเพิ่มเติมอีกเท่าใด
“สำนักงานประกันสังคมกำลังโกหกศาล หรือกำลังหลอกถลุงเงินผู้ประกันตน หรือทุกคนกำลังโดนหลอกกันแน่” น.ส.รักชนกระบุ

-1-

-2-

-3-
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการเลือกตั้งฯ (ฉบับวันที่ 25 พฤษภาคม 2569) ไว้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีผู้ร้องว่า ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้อย่างชัดเจนแล้ว โดยสิทธิดังกล่าวจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อผู้ประกันตนมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมและปลัดกระทรวงแรงงาน) ออกประกาศกำหนดให้ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า จึงเป็นการเพิ่มเงื่อนไขและจำกัดสิทธิของประชาชนเกินกว่าที่กฎหมายแม่บทมอบอำนาจไว้
ด้วยเหตุนี้ ผู้ฟ้องคดีจึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1. เพิกถอนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงทะเบียนล่วงหน้า และ 2. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองดำเนินการให้ผู้ประกันตนทุกคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้โดยตรงในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยไม่มีเงื่อนไขต้องลงทะเบียนล่วงหน้า
ขณะที่ทาง สปส. ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณโดยระบุว่า หากจัดเลือกตั้งโดยไม่ให้ลงทะเบียนล่วงหน้า จะต้องใช้งบประมาณสูง เนื่องจากข้อมูล ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 มีผู้ประกันตนที่มีสิทธิเลือกตั้งรวม 11,942,932 คน หากไม่เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 357,644,420 บาท แต่หากใช้ระบบลงทะเบียนล่วงหน้า จะลดค่าใช้จ่ายลงเหลือประมาณ 32,736,765 บาท




