ศธ. ประกาศ 7 มาตรการสำคัญ ยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียน ทั้งจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ซักซ้อมแผนฉุกเฉิน ดูแลสุขภาพจิต บูรณาการร่วมกับชุมชน เปิดให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม ส่งเสริมสันติวิธี และประกาศให้สถานศึกษาเป็นเขตปลอดอาวุธและสิ่งอันตรายทุกชนิดโดยเด็ดขาด
สืบเนื่องจากกรณีเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี กระทรวงศึกษาธิการ โดยนายประเสริฐ จันทรทรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการป้องกัน ป้องปราม เฝ้าระวัง ลดความเสี่ยง ควบคุมดูแลพฤติกรรมของนักเรียน และบริหารจัดการระบบความปลอดภัยอย่างรอบด้าน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว ครอบคลุม 7 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยระดับสถานศึกษา เพื่อเป็นศูนย์กลางการรับแจ้งเหตุ ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือในประเด็นต่าง ๆ เช่น การละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ปัญหาความรุนแรง ปัญหาสุขภาพจิต และข้อขัดแย้ง โดยศูนย์ฯ จะทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือ เร่งรัดแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งเยียวยา บำบัด ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบอย่างทันท่วงที
2.กำหนดให้จัดทำแผนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณพื้นที่ของสถานศึกษา โดยให้สถานศึกษากำหนดมาตรการความปลอดภัยสำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่เข้ารับการฝึกงาน โดยมาตรการความปลอดภัยจะต้องครอบคลุมทั้งการเดินทางไป-กลับระหว่างสถานที่พักกับสถานศึกษา และการเดินทางไปทัศนศึกษา พร้อมทั้งให้ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นประจำ
ทั้งนี้ สำหรับกรณีมีความจำเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ หรือสิ่งของอื่นใดในการจัดการเรียนการสอนหรือการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มีลักษณะเป็นสิ่งของมีคมหรือมีลักษณะที่อาจเป็นอันตราย ให้สถานศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลและเฝ้าระวังการใช้งานวัสดุ อุปกรณ์ หรือสิ่งของเช่นว่านั้นอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
3.กำหนดให้มีระบบดูแล คัดกรอง ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต และการพัฒนาครูแนะแนว โดยสถานศึกษาจะต้องจัดระบบดูแล คัดกรอง ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต และประสานการปฏิบัติกับบุคลากรด้านจิตวิทยาหรือนักจิตวิทยาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและพฤติกรรมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ใกล้เคียงสถานศึกษา เพื่อเร่งเข้ามาดูแล ช่วยเหลือ คัดกรอง ให้คำปรึกษา คำแนะนำ บำบัดรักษา ฟื้นฟู เยียวยาด้านสุขภาพจิตแก่นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา ผู้ปกครอง หรือผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรวดเร็วและมีความเหมาะสม ตลอดจนการประสานส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ให้สถานศึกษาจัดให้มีการพัฒนาครูแนะแนวหรือครูที่ปรึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจในการปฐมพยาบาลทางจิตใจเบื้องต้น รวมทั้งการดูแล ช่วยเหลือ คัดกรอง ให้คำปรึกษา คำแนะนำ บำบัดรักษา ฟื้นฟู เยียวยาด้านสุขภาพจิตแก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจ
4.กำหนดให้มีการบูรณาการความปลอดภัยของสถานศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสถานศึกษาต้องบริหารจัดการความปลอดภัยและการกำกับดูแลการส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาในสถานศึกษา โดยพิจารณาขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการป้องกัน ป้องปราม เฝ้าระวัง ลดความเสี่ยง การฟื้นฟู บำบัดรักษา เยียวยา รวมทั้งการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
5.กำหนดให้มีการเปิดพื้นที่สถานศึกษาให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์ โดยสถานศึกษาทุกแห่งต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองของนักเรียนและนักศึกษาได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสังเกตการณ์หรือเยี่ยมเยียนการจัดการเรียนการสอนหรือการจัดการศึกษาของสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยดำเนินการตามแผนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณพื้นที่ของสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด
6.กำหนดให้มีการสร้างความตระหนักรู้และการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในสถานศึกษา โดยสถานศึกษาทุกแห่งต้องสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี การหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง การจัดการความขัดแย้ง การจัดการและการควบคุมอารมณ์ของตนเอง การสื่อสารอย่างถูกต้อง ไม่ให้เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ และการประณีประนอม รวมทั้งการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างนักเรียนด้วยกัน ระหว่างนักเรียนกับผู้ปกครอง และระหว่างนักเรียน ผู้ปกครอง กับข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา
7.กำหนดให้สถานศึกษาเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัย โดยห้ามไม่ให้นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา ผู้ปกครองหรือบุคคลอื่นใดนำพาหรือพกพาสิ่งของต้องห้ามตามกฎหมาย อาทิ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง ยาเสพติด สารระเหย แก๊สน้ำตา เครื่องช็อตไฟฟ้า สเปรย์พริกไทย บุหรี่ สนับมือเป็นต้น รวมถึงสิ่งของที่แม้ไม่ผิดกฎหมายแต่อาจเป็นอันตรายเข้ามาในบริเวณพื้นที่ของสถานศึกษาโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่เข้ามาในพื้นที่สถานศึกษาต้องแสดงตนและเปิดเผยสัมภาระต่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ให้ผู้มีอำนาจสั่งปิดสถานศึกษาได้ตามความจำเป็น พร้อมทั้งปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องโดยทันที

-1-

-2-

-3-

-4-




