สถานการณ์น้ำท่วมกรุง 28 ก.ย. 69: บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกยังวิกฤตหนัก มีน้ำท่วมสูงหลายจุด การสัญจรเป็นอัมพาต กทม. ระดมเครื่องสูบ ระบายน้ำ เร่งคลี่คลายวิกฤต โฆษกรัฐบาลชี้ภัยธรรมชาติ วอนทุกฝ่ายร่วมมือ ไม่มองหาคนผิด ขณะยอดเสียชีวิตพุ่ง 19 ราย เตือนระวังไฟฟ้าลัดวงจร
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงเย็นวันที่ 28 กันยายน 2569 พบว่าสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณซอยเสนานิคมที่ระดับน้ำได้แห้งสนิท ทำให้รถยนต์สามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว นอกจากนี้ ถนนพัฒนาการ ถนนรามคำแหง และบางส่วนของถนนลาดกระบัง ก็มีระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเย็นของวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังคงมีพื้นที่ลุ่มต่ำและตรอกซอยย่อยอีกหลายแห่งที่ยังมีน้ำท่วมขัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครกำลังเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเปิดทางน้ำไหลอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาสถานการณ์และคืนสภาพการสัญจรที่สะดวกปลอดภัยให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด
ในส่วนของพื้นที่วิกฤตที่ยังคงน่าเป็นห่วง กรุงเทพมหานครยังคงมี 8 เขตที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ประกอบด้วย เขตลาดกระบัง เขตบางกะปิ เขตมีนบุรี เขตสะพานสูง เขตสวนหลวง เขตบึงกุ่ม เขตคลองสามวา และเขตสายไหม ขณะที่ระดับน้ำในคลองแสนแสบและคลองลาดพร้าวยังคงล้นตลิ่งขั้นวิกฤต ทาง กทม. จึงต้องเร่งลำเลียงน้ำเข้าสู่อุโมงค์บางซื่อและอุโมงค์คลองแสนแสบ เพื่อดึงน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเต็มกำลัง นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังคงเฝ้าระวังมวลน้ำเหนือที่เริ่มไหลลงมาเติมในระบบ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบให้เขตบางพลัดและเขตทวีวัฒนามีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บรรยากาศช่วงเย็นวันนี้ที่บริเวณด้านหน้าพันธุ์ทิพย์ ตลาดสดบางกะปิ พบว่ามีประชาชนจำนวนมากออกมาจับจ่ายซื้ออาหาร แม้ว่าจะมีน้ำท่วมขังสูง แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ยังคงเปิดร้านค้าขาย ท่ามกลางสภาพการสัญจรที่ประชาชนต้องลุยน้ำ ประชาชนบางส่วนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงก็ทยอยเดินฝ่าน้ำออกมาซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นสำรองไว้ เนื่องจากยังไม่มั่นใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายลงเมื่อใด
รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงภาพรวมผลกระทบและการเร่งช่วยเหลือประชาชน
ย้อนไปเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แถลงความคืบหน้าการบริหารจัดการอุทกภัยและระบบระบายน้ำ พร้อมอัปเดตมาตรการเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่วิกฤต ดร.ทวิดาเปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์ฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีแนวโน้มลดลง โดยคาดว่าวันนี้จะมีฝนตกร้อยละ 60 เน้นหนักในโซนฝั่งตะวันออก และจะลดลงเหลือร้อยละ 30 ในวันพรุ่งนี้ (29 กันยายน)
จากสถิติการดำเนินงาน พบว่ามีพื้นที่น้ำท่วมสะสมถึง 42 เขต และล่าสุดมี 8 เขตที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตบางกะปิ เขตมีนบุรี เขตสะพานสูง เขตสวนหลวง เขตบึงกุ่ม เขตคลองสามวา และเขตสายไหม จากการประเมินเบื้องต้น มีครัวเรือนประชาชนในกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์ประมาณ 300,000 ครัวเรือน คิดเป็นประชาชนประมาณ 700,000 คน
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การเรียกใช้สายด่วน 1669 พุ่งสูงถึงกว่า 7,200 สายต่อวัน จากปกติที่มีเพียง 3,000 สาย กรุงเทพมหานครจึงได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อส่งชุดแพทย์เข้าถึงตัวผู้ป่วยเปราะบางในพื้นที่ และได้แปรสภาพโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกให้เป็นศูนย์พักพิงเพื่อรองรับผู้ป่วยติดเตียงที่มีเงื่อนไขซับซ้อน
ในส่วนของการปฏิบัติงานในพื้นที่วิกฤต ทีมงานเผชิญกับข้อจำกัดด้านยานพาหนะ เนื่องจากรถ 6 ล้อของสำนักการโยธากว่า 70 คัน และรถฉุกเฉิน (Ambulance) จำนวน 7 คัน เครื่องยนต์ดับจากน้ำท่วมสูง กรุงเทพมหานครจึงต้องประสานขอสนับสนุนรถ GMC ทรงสูงจากทหารเพิ่มเติมอีก 15 คัน เพื่อประกบทีมแพทย์เข้าพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ด้านการจัดหาอาหาร เขตลาดกระบังมีความต้องการสูงถึงมื้อละ 20,000 กล่อง และเขตบางกะปิ 3,000 กล่อง ซึ่งกรุงเทพมหานครได้จัดรถครัวกลางเข้าสนับสนุนเป็นการเฉพาะ
เร่งแก้ไขปัญหาความล่าช้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยคลองจั่น
สำหรับกรณีความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 95,000 คน ที่แฟลตคลองจั่นในช่วง 24 ชั่วโมงแรกนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา ชี้แจงว่าเกิดจากระดับน้ำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีรถขนาดใหญ่จอดกีดขวางเส้นทาง ทำให้รถทรงสูงของเขตไม่สามารถออกปฏิบัติงานได้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ปลัดกรุงเทพมหานครได้ลงพื้นที่ควบคุมศูนย์บัญชาการด้วยตนเอง พร้อมปรับยุทธวิธีแจกจ่ายอาหารใหม่ โดยเริ่มแจกจากอาคารด้านในสุดแล้วไล่กลับออกมาด้านหน้า ทั้งนี้ ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ จะยังคงอยู่ช่วยงานต่อร่วมกับผู้อำนวยการเขตคนใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารงานและให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของหลักเกณฑ์การเยียวยาผู้ประสบภัย แม้กรณีการพักอาศัยในคอนโดมิเนียมจะไม่เข้าเกณฑ์ความเสียหายตามปกติ แต่กรุงเทพมหานครกำลังหารือเพื่อกำหนดหมวดช่วยเหลือพิเศษเทียบเคียงกับค่าล้างบ้าน แบบที่เคยดำเนินการในจังหวัดเชียงราย เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมและทั่วถึงที่สุด
นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา ยังได้ฝากแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งสถิติพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จากเฉลี่ย 10 ครั้งต่อวัน เพิ่มเป็น 27-53 ครั้งต่อวัน ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา จึงขอให้หมั่นตรวจสอบรอยรั่วซึมและระบบสายไฟในบ้าน โดยรถดับเพลิงทรงสูงของกรุงเทพมหานครพร้อมลุยน้ำเข้าช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับการรับบริจาค ประชาชนสามารถนำสิ่งของไปมอบได้ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) และศูนย์ฝึกอาชีพเขตประเวศ ส่วนการบริจาคอาหารกล่องปรุงสุกปริมาณมาก ขอให้ติดต่อสายด่วน 1555 ล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่บูดเสียง่าย เพื่อให้การจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
กระทรวงสาธารณสุขเร่งแผนช่วยเหลือ 23 จังหวัด
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (EOC น้ำท่วม) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่า ความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ต่างๆ และได้สั่งการด่วน 8 ข้อเพื่อรับมือสถานการณ์ใน 23 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร
มาตรการสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้ดำเนินการ คือ การจัดทีมแพทย์ดูแลทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การเตรียมแผนอพยพ การจัดเตรียมความพร้อมของศูนย์พักพิง และการประสานงานกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เพื่อเตรียมทีม Sky Doctor สำหรับการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังได้กำชับให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงสูงในวันนี้ ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี ระยอง นครนายก กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมจนถึงขณะนี้มีจำนวน 19 ราย ส่วนใหญ่มาจากการพลัดตกน้ำ/จมน้ำ และไฟฟ้าช็อต ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งมีสถิติพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จากเฉลี่ย 10 ครั้งต่อวัน เพิ่มเป็น 27-53 ครั้งต่อวัน ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา จึงขอให้ประชาชนหมั่นตรวจสอบรอยรั่วซึมและระบบสายไฟในบ้าน หากน้ำท่วมเข้าภายในบ้านควรตัดการจ่ายไฟและงดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด นอกจากนี้ยังมีการเตือนให้ระมัดระวังระดับน้ำ กระแสน้ำ และพื้นที่ใต้น้ำที่อาจเปลี่ยนไปจากเดิม หากจำเป็นต้องลงน้ำควรนำอุปกรณ์ช่วยพยุงตัว เช่น เสื้อชูชีพ หรือแกลลอนพลาสติกติดไปด้วย
สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ต่างๆ เช่น ทีม MiniMERT จากกรมการแพทย์ลงพื้นที่เคหะร่มเกล้าเพื่อดูแลความปลอดภัยและสุขภาพประชาชน เขตสุขภาพที่ 9 ลงพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และเขตสุขภาพที่ 4 ลงพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อเยี่ยมผู้ป่วยและผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ติดตามการเข้าถึงยาและบริการรักษาพยาบาล พร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ในส่วนของโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ มีหน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบรวม 49 แห่ง เปิดบริการปกติ 24 แห่ง ปิดบางส่วน 3 แห่ง และปิดบริการ 22 แห่ง โดยมีโรงพยาบาลที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เช่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และโรงพยาบาลนครนายก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ส่งทีมวิศวกรฉุกเฉินเข้าดูแลเครื่องมือแพทย์ที่โรงพยาบาลนครนายกเพื่อให้มีความพร้อมใช้งาน
โฆษกรัฐบาลชี้เป็นภัยธรรมชาติ
ด้านนพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ประชาชนตั้งคำถามถึงการเกิดน้ำท่วมซ้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แม้จะมีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่แล้ว โดยระบุว่าเรื่องน้ำท่วมและภัยพิบัติเป็นภัยธรรมชาติ และสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้เกิดจากฝนตกในพื้นที่สูงเกินกว่า 300 มิลลิเมตร ซึ่งเกินศักยภาพการระบายน้ำของกรุงเทพฯ ไม่ใช่ปัญหาจากระบบการระบายน้ำเหมือนปี 2554 ที่มีการระบายน้ำออกจากเขื่อนเจ้าพระยาลงมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ปัญหา และ "เลิกมองหาคนผิด"

อินโฟกราฟฟิกเส้นทางน้ำ

อินโฟกราฟฟิกเส้นทางน้ำ

อินโฟกราฟฟิกเส้นทางน้ำ

อินโฟกราฟฟิกเส้นทางน้ำ




