"ทวี" ซัด ปัญหา"รัฐรวมศูนย์" ทำบริหารจัดการน้ำล้มเหลว งบแสนล้านสูญเปล่า ท้องถิ่นไร้อำนาจ เสนอคืนบทบาทให้ชุมชน จัดการปัญหาภัยพิบัติ ชี้ กนช.-สทนช. "รัฐซ้อนรัฐ" เป็นคอขวด เรียกร้องกระจายอำนาจ-งบประมาณสู่ผู้รับผิดชอบจริง
สำนักข่าว Next News รายงานว่ามื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย ที่ใช้งบหลายแสนล้านบาท แต่มีปัญหาในเรื่องการทำงานแบบรวมศูนย์ที่อาจทำให้ท้องถิ่นขาดเครื่องมือและงบประมาณ เนื้อหาระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและพื้นที่อื่น ๆ ได้สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักแก่ประชาชน ทรัพย์สินเสียหาย รายได้หยุดชะงัก และภาระฟื้นฟูที่ไม่รู้จะหาเงินจากไหน ขณะที่ภาครัฐใช้งบประมาณมหาศาล
ตั้งคำถามงบแสนล้านไม่คุ้มค่า ประชาชนยังเดือดร้อน
รายงานระบุว่า วงเงินแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงปี 2560-2570 รวมกว่า 6.6 แสนล้านบาท เฉลี่ยปีละประมาณ 6 หมื่นล้านบาท คำถามสำคัญคือ งบประมาณเหล่านี้ทำให้ประชาชนปลอดภัยขึ้นเพียงใด และจัดสรรถึงท้องถิ่นที่ต้องช่วยเหลือหน้างานเท่าใด พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่า คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งมีบทบาทสร้างเอกภาพในการบริหารน้ำ แต่กลับเพิ่มขั้นตอนเหนือหน่วยงานปฏิบัติ ในขณะที่ท้องถิ่นยังคงขาดงบประมาณ เครื่องจักร และบุคลากร ทำให้ระบบบูรณาการเสี่ยงกลายเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ที่แยกอำนาจออกจากผู้รับผิดชอบต่อประชาชน
วิจารณ์การรวมศูนย์อำนาจ: คอขวดและขาดความรับผิดชอบ
พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ผู้รับผิดชอบหน้างานมีเครื่องมือไม่เพียงพอ ขณะที่ผู้ตัดสินใจส่วนกลางอยู่ห่างจากความเดือดร้อน จึงเรียกร้องให้เปิดเผยหลักเกณฑ์การจัดลำดับโครงการ ผู้ที่ได้รับงบประมาณ และผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับอย่างโปร่งใส การตอบว่า "ไม่มีในแผน จึงไม่มีงบประมาณ" ไม่เพียงพอ ต้องตอบด้วยว่าใครจะปรับแผน เมื่อใด และจะช่วยเหลือประชาชนระหว่างนั้นอย่างไร หากกระบวนการวางแผนและงบประมาณผ่าน สทนช. กลายเป็นคอขวด การเพิ่มขั้นตอนและการยึดสายการตัดสินใจจะทำให้การแก้ปัญหาล่าช้า โดยเฉพาะโครงการที่ท้องถิ่นต้องขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลาง ขณะที่ความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้
เสนอแก้ไขกฎหมาย-ยุบโครงสร้างรวมศูนย์ คืนอำนาจท้องถิ่น
พ.ต.อ.ทวี เสนอให้แก้ไข พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และยุบหรือยกเลิกโครงสร้าง กนช. และ สทนช. ในรูปแบบรวมศูนย์ปัจจุบัน พร้อมจัดระบบใหม่ที่เชื่อมอำนาจกับความรับผิดชอบ โดยเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงกรุงเทพมหานคร มีอำนาจตัดสินใจและปฏิบัติงานภายในพื้นที่ตามขีดความสามารถ ให้หน่วยงานเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สนับสนุนเครื่องมือและความเชี่ยวชาญ ส่วนกลางดูแลมาตรฐาน ความปลอดภัยของโครงสร้างขนาดใหญ่ และเหตุที่เกินกำลังพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่า การปรับโครงสร้างทั้งหมดต้องมีแผนเปลี่ยนผ่านรองรับทุกภารกิจอย่างต่อเนื่อง และอำนาจต้องตามความรับผิดชอบ งบประมาณต้องตามภารกิจ และทุกบาทที่ใช้ต้องตอบได้ว่าประชาชนปลอดภัยขึ้นอย่างไร




