News Logo
หน้าแรก
เปิดครบผล 5 คดีทุจริต ‘สุรชาติ’ อดีตนายก อบต.ตะขบ - โดนคุกแล้ว 11 ปี

เปิดครบผล 5 คดีทุจริต ‘สุรชาติ’ อดีตนายก อบต.ตะขบ - โดนคุกแล้ว 11 ปี

10 ต.ค. 2569 08:27
ผู้ชม 236 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เปิดรายละเอียด 5 คดี 'สุรชาติ ปักสำโรง' อดีตนายก อบต.ตะขบ จ.นครราชสีมา หลังถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบชี้มูลความผิด 2 คดีศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก รวม 11 ปี จากโครงการก่อสร้างฝายดิน–ขุดลอกสระประปา /โครงการกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดแข่งขันจักรยานยนต์โมโตครอส “ตะขบซุปเปอร์ครอส” ส่วนคดีติดตั้งกล้อง CCTV 16 โครงการ ถูกชี้มูลทางอาญา แต่ยังไม่ปรากฏผลคำพิพากษา ส่วนอีก 2 คดีเกี่ยวกับการคืนเงินเบี้ยยังชีพ–เบี้ยปรับโครงการถนน และการลงนามสั่งจ่ายเช็ค โดนชี้ผิดวินัย

สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหาทุจริต นายสุรชาติ ปักสำโรง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุก จำนวน 2 คดี

คดีแรก กรณีกล่าวหาร่วมกับพวก เข้าไปมีส่วนได้เสียในโครงการก่อสร้างฝายดินบ้านตะเคียนคู่ หมู่ 13 ประจำปีงบประมาณ 2557 และโครงการขุดลอกสระประปาบ้านโคกสำราญ หมู่ 10 ประจำปีงบประมาณ 2558 ของ อบต.ตะขบ

ศาลฯ พิพากษาลงโทษจำคุก กระทงละ 6 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก กระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา

คดีสอง กรณีกล่าวหาร่วมกับพวก เข้าไปมีส่วนได้เสียในโครงการกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2558 กิจกรรมการแข่งขันจักรยานยนต์โมโตครอส “ตะขบซุปเปอร์ครอส”

ศาลฯ พิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา นับโทษต่อกัน 2 คดี เท่ากับถูกตัดสินลงโทษจำคุก จำนวน 11 ปี

อย่างไรก็ดี นายสุรชาติ ปักสำโรง ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก

'สุรชาติ' อดีตนายกอบต.ตะขบ โคราช โดนคุกทุจริต 2 คดีรวด นับโทษรวม11 ปี

มาดูรายละเอียดผลคำพิพากษาทั้ง 2 คดีแบบชัดๆ กัน

คดีที่ 1 ทุจริตก่อสร้างฝายดิน–ขุดลอกสระประปา ศาลสั่งจำคุก 6 ปี

คดีแรก กรณีที่นายสุรชาติ ปักสำโรง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบต.ตะขบ ถูกกล่าวหาว่าเข้าไปมีส่วนได้เสียในโครงการก่อสร้างฝายดินบ้านตะเคียนคู่ หมู่ 13 ประจำปีงบประมาณ 2557 และโครงการขุดลอกสระประปาบ้านโคกสำราญ หมู่ 10 ประจำปีงบประมาณ 2558 ของ อบต.ตะขบ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา ก่อนส่งเรื่องให้ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม 2566

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาว่า จำเลยสองรายในคดีนี้ คือ นายสุรชาติ ปักสำโรง จำเลยที่ 1 และห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) หลังเขาคอนสตรัคชั่น จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามกฏหมาย

พิพากษาลงโทษจำคุกนายสุรชาติ กระทงละ 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี

ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด หลังเขาคอนสตรัคชั่น จำเลยที่ 2 พิพากษาปรับกระทงละ 200,000 บาท ก่อนลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับกระทงละ 100,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นเงิน 200,000 บาท

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น

คดีนับเป็นคดีสำคัญที่สะท้อนประเด็นการเข้าไปมีส่วนได้เสียของผู้บริหารท้องถิ่นในโครงการก่อสร้างซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานตนเอง

เอกสารผลคำตัดสินคดีของป.ป.ช.

เอกสารผลคำตัดสินคดีของป.ป.ช.

คดีที่ 2 โครงการโมโตครอส ‘ตะขบซุปเปอร์ครอส’ ศาลสั่งคุก 5 ปี

คดีที่สองเป็นกรณีกล่าวหา นายสุรชาติ ปักสำโรง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบต.ตะขบ กับพวก เข้าไปมีส่วนได้เสียในโครงการกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งเป็นกิจกรรมการแข่งขันจักรยานยนต์โมโตครอส ภายใต้ชื่อ “ตะขบซุปเปอร์ครอส”

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567

คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหารวม 7 ราย ได้แก่

  • นายสุรชาติ ปักสำโรง จำเลยที่ 1

  • นางนิภา ปักสำโรง หรือ นางนิภา ประยูรหงษ์ จำเลยที่ 2

  • นางสาวนาฏสุดา กาวินตะคุ จำเลยที่ 3

  • นางกานดา เที่ยงอินทร์ จำเลยที่ 4

  • นายขวัญชัย เสริฐสูงเนิน จำเลยที่ 5

  • นางสาวประภา เปลี่ยนขุนทด จำเลยที่ 6

  • นายอารียา ยมหา จำเลยที่ 7

ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569

ศาลฯ วินิจฉัยว่า นายสุรชาติ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 162 (เดิม) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

การกระทำเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90

พิพากษาจำคุกนายสุรชาติ 5 ปี โดยไม่รอการลงโทษ

ส่วนจำเลยที่ 2 ศาลฯ กำหนดโทษจำคุก 8 เดือน และปรับ 20,000 บาท ก่อนลดโทษกึ่งหนึ่ง เนื่องจากให้การรับสารภาพ คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท

ขณะที่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ศาลฯ กำหนดโทษจำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 12,000 บาท ก่อนลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คงจำคุกคนละ 8 เดือน และปรับคนละ 8,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ศาลฯ พิเคราะห์พฤติการณ์และความประพฤติของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 แล้ว เห็นว่ายังอยู่ในวิสัยที่สามารถแก้ไขขัดเกลาได้ จึงให้โอกาสโดยรอการลงโทษจำคุกไว้คนละ 2 ปี

เท่ากับว่าคดีนี้ นายสุรชาติเป็นจำเลยรายที่ได้รับโทษจำคุก 5 ปี โดยไม่รอการลงโทษ

ส่วนจำเลยอีก 6 รายได้รับการรอการลงโทษจำคุก

ภายหลังคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาบางส่วน แต่เห็นควรให้อุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 4

ประเด็นสำคัญของคดีนี้ไม่ได้อยู่เพียงการจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น หากแต่อยู่ที่การใช้อำนาจหน้าที่และการเข้าไปมีส่วนได้เสียในโครงการที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ดำเนินการ

สกรีนช็อต 2026-10-10 073156

สกรีนช็อต 2026-10-10 073156

ทั้งนี้ นอกจากสองคดีข้างต้น สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า นายสุรชาติ ปักสำโรง ยังถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด อีก 3 คดี คือ

คดีที่ 3 จ้างติดตั้งกล้อง CCTV 16 รอฟังคำตัดสินของศาลฯ

อีกคดีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับนายสุรชาติ คือกรณีถูกกล่าวหาว่าทุจริตการดำเนินโครงการจ้างเหมาติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 16 โครงการ ในช่วงปีงบประมาณ 2558–2559 โดยมิชอบ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ปัจจุบัน ยังไม่มีรายละเอียดผลคำพิพากษาของศาลในคดีนี้

คดีที่ 4 ปมคืนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ–ผู้พิการ และเบี้ยปรับถนน โดนวินัย

คดีที่สี่เป็นกรณีกล่าวหานายสุรชาติ เกี่ยวกับการทุจริตการคืนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ ประจำปีงบประมาณ 2558 และ 2559 รวมถึงกรณีทุจริตการคืนเงินเบี้ยปรับโครงการซ่อมแซมถนนลาดยางสายบ้านเขาพญาปราบ–บุตาสง หมู่ 15 ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ให้แก่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา

ภายหลังการตรวจสอบ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่เห็นว่ามีมูลความผิดทางวินัย

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าผลการลงโทษทางวินัยคดีนี้

คดีที่ 5 ลงนามสั่งจ่ายเช็คไม่รอบคอบ เปิดช่องแก้ไขเช็ค ป.ป.ช. ชี้มูลวินัย

คดีสุดท้ายเป็นกรณีที่นายสุรชาติถูกกล่าวหาว่าลงนามสั่งจ่ายเช็คธนาคาร โดยไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดการเขียนเช็คให้รอบคอบ เป็นเหตุให้สามารถแก้ไขข้อความหรือรายละเอียดในเช็คได้โดยง่าย

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางวินัย

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าผลการลงโทษทางวินัยคดีนี้เช่นกัน

สรุปชัดๆ ข้อมูล 5 คดี

สรุปข้อมูล 5 คดีของ นายสุรชาติ ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. สอบสวนและชี้มูลความผิดครอบคลุมการบริหารงานของ อบต.ตะขบ หลายด้าน ตั้งแต่โครงการก่อสร้างฝายดินและขุดลอกสระประปา การจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดซื้อจัดจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด ไปจนถึงการบริหารเงินเบี้ยยังชีพและการควบคุมเอกสารการเงิน

  • 2 คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกนายสุรชาติ รวม 11 ปี

  • 1 คดี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ยังไม่ปรากฏผลคำพิพากษาของศาล

  • 2 คดี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัย

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งสถานะคำพิพากษาว่าถึงที่สุดแล้วหรือไม่ การนับโทษจำคุกต่อระหว่างคดี ความคืบหน้าของคดี CCTV จำนวน 16 โครงการ ตลอดจนผลการดำเนินการทางวินัยในอีก 2 คดี

แต่พฤติการณ์คดีทั้งหมด สะท้อนให้เห็นปัญหาการเข้าไปมีส่วนได้เสียในโครงการของหน่วยงานตนเองของผู้มีอำนาจ ความบกพร่องในการบริหารเงินราชการอาจนำไปสู่ความรับผิด แม้ไม่ถูกชี้มูลทางอาญา การกระทำแต่ละโครงการอาจนำไปสู่ความรับผิดหลายคดี และโทษจำคุกอาจถูกนับต่อกัน

ที่สำคัญ ตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นเป็นอำนาจชั่วคราว แต่ความรับผิดจากการใช้อำนาจอาจติดตามไปอีกยาวนาน การพ้นจากตำแหน่งไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวหาหรือความรับผิดที่เกิดขึ้นระหว่างดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ

อ่านข่าวหมวดเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
‘สุรชาติ’ อดีตนายก อบต.ตะขบ
โคราช
5 คดีทุจริต

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จำคุก 2 เดือน-ให้รอลงโทษ! รองนายก อบต.ควนโส จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ 2 ครั้ง
จำคุก 2 เดือน-ให้รอลงโทษ! รองนายก อบต.ควนโส จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ 2 ครั้ง