ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี ‘ซอลีฮะห์ - บัดรียะห์ - ศรีสุภรณ์ -ปิยนุช’ 4 ผู้มีสิทธิเลือก สว. ระดับจ.ยะลา จับคู่แลกลงคะแนน นัดพบร้านอาหาร ไม่แนะนำตัวอย่างเดียวส่งไลน์ “อย่าลืมนะเดะห์ เราต้องมีสัจจะ” - อีกคู่คุยตรง บอก“ฉันเลือกเธอ เธอเลือกฉัน ใครไม่เลือกเป็นหมา” - 1 รายเบี้ยว ปลอบเสนอตำแหน่งที่ปรึกษา ถือกระทำทุจริต
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ศาลฎีกามีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางสาวซอลีฮะห์ อาเย๊าะแซ ผู้คัดค้านที่ 1 นางบัดรียะห์ ยะโตะ ผู้คัดค้านที่ 2 นางศรีสุภรณ์ แซ่เจ็ง ผู้คัดค้านที่ 3 และ นางปิยนุช รัตน์ศรีจันทร์ ผู้คัดค้านที่ 4 เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา ในความผิดกรณีจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนน กระทำการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62

เอกสาร
พฤติการณ์แห่งคดี นัดพบร้านอาหาร จับคู่แลกคะแนน
พฤติการณ์แห่งคดีรายนางสาวซอลีฮะห์ อาเย๊าะแซ ผู้คัดค้านที่ 1 นางบัดรียะห์ ยะโตะ ผู้คัดค้านที่ 2
ผู้คัดค้านที่ 1 ให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดยะลาว่า ผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดกลุ่มที่ 14 มีการตกลงแลกเปลี่ยนคะแนนกัน โดยเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2567 ผู้คัดค้านทั้ง 4 คนและผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดยะลา นัดแนะนำตัวกันที่ร้านอาหารฮาสานะห์ชั้น 2 พรุบาโกย ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา แล้วผู้คัดค้านที่ 1 ตกลงแลกคะแนนกับผู้คัดค้านที่ 2 ในการลงคะแนนรอบเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน จากนั้น ผู้คัดค้านที่ 1 และ ผู้คัดค้านที่ 2 ติดต่อกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ว่า “อย่าลืมนะ เบอร์ 1 เบอร์ 3”
พรุ่งนี้“อย่าลืมนะเดะห์ เราต้องมีสัจจะ”
และวันที่ 15 มิ.ย.2567 ผู้คัดค้านที่ 2 ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ถึงผู้คัดค้านที่ 1 ว่า “อินซาลัลอฮ์นะ เบอร์ 3 เบอร์ 1 อย่าลืมพรุ่งนี้เดะ เราต้องมีสัจจะนะเดะ อินซาอัลอฮ์เจอกันนะค่ะ”
ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย.2567 วันเลือกระดับจังหวัด ผู้คัดค้านที่ 2 ได้แจ้งถึงผู้คัดค้านที่ 1 ว่า “อย่าลืมนะเดะห์”
ผู้คัดค้านที่ 2 เบี้ยวลงคะแนนให้คนอื่น-ปลอบหากได้ สว. จะให้เป็นที่ปรึกษา
และปรากฏว่า ในการลงคะแนนเลือกกลุ่มเดียวกัน ผู้คัดค้านที่ 1 ลงคะแนนให้ผู้คัดค้านที่ 2 แต่ผู้คัดค้านที่ 2 ลงคะแนนให้บุคคลอื่น และก่อนออกจากสถานที่เลือก ผู้คัดค้านที่ 2 บอกผู้คัดค้านที่ 1 ว่า “ไม่เป็นไรนะเดะห์ หากได้เป็น สว. จะให้เด๊ะเป็นที่ปรึกษาใน 8 คน”
ในวันเลือกระดับจังหวัดวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ปรากฏว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ได้เพียง 1 คะแนน ที่ลงคะแนนให้ตัวเอง ส่วนผู้คัดค้านที่ 2 ได้ 5 คะแนน และไม่ลงคะแนนให้ผู้คัดค้านที่ 1
รับสารภาพ อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ผู้คัดค้านที่ 2 ให้ถ้อยคำรับสารภาพตามข้อกล่าวหาแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่รู้ว่าการกระทำนั้นผิดกฎหมาย และไม่ได้มีเจตนาชั่วร้ายที่จะกระทำผิด ไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องจึงคิดว่าไม่น่าผิดกฎหมาย การตกลงจะลงคะแนนให้แก่กันนั้นเข้าใจว่าเป็นสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดในรอบแรกที่ทุกคนมีสิทธิลงคะแนนให้แก่ตนเองและเพื่อในกลุ่มซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกัน
คำพิพากษาระบุ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และ ผู้คัดค้านที่ กระทำการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นการฝ่าฝืน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62
ผู้คัดค้านที่ 3 จับคู่ผู้คัดค้านที่ 4 “ใครไม่เลือกเป็นหมา”
รายนางศรีสุภรณ์ แซ่เจ็ง ผู้คัดค้านที่ 3 และ นางปิยนุช รัตน์ศรีจันทร์ ผู้คัดค้านที่ 4 ร่วมกระทำผิดด้วย
ผลการสืบสวนและไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2567 ผู้คัดค้านทั้ง 4 คนและผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัดยะลา นัดแนะนำตัวกันที่ร้านอาหารฮาสานะห์ชั้น 2 พรุบาโกย ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ผู้คัดค้านที่ 3 ตกลงจับคู่แลกคะแนนกับผู้คัดค้านที่ 4 ในการลงคะแนนรอบเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันโดยตงลงกันว่า “เธอเลือกฉัน ฉันเลือกเธอ” ซึ่งผู้คัดค้านที่ 3 และ ผู้คัดค้านที่ 4 ให้ถ้อยคำยอมรับว่าแลกคะแนนให้แก่กันจริง วันที่ผู้คัดค้านที่ 3 พบผู้คัดค้านที่ 4 ที่ร้านกาแฟมวลชน ผู้คัดค้านที่ 4 พูดว่า “ฉันเลือกเธอ เธอเลือกฉัน ใครไม่เลือกเป็นหมา”
อ้างคำสัมภาษณ์เลขา กกต. ทำได้ ไม่ผิด กม.
ผู้คัดค้านที่ 4 ให้ถ้อยคำยอมรับว่า มีการพบกันที่ร้านอาหารฮาสานะห์ชั้น 2 กลุ่มสตรีได้ลงมานั่งคุยกันที่โต๊ะกลมชั้น 1 ของร้านอาหาร ผู้คัดค้านที่ 4 กับ ผู้คัดค้านที่ 3 และ ผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ตกลงจับคู่ลงคะแนนให้แก่กัน เมื่อถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ผู้คัดค้านที่ 4 ให้ถ้อยคำว่าการตกลงแลกคะแนนกันไม่ผิดกฎหมายเนื่องจากในการลงคะแนนในรอบกลุ่มเดียวกันหรือรอบแรกนั้น ผู้คัดค้านที่ 4 มีสิทธิลงคะแนนให้ตัวเองและผู้สมัครอื่น การตกลงกันจึงเป็นเรื่องที่สมยอมตกลงแลกคะแนนกันตามสิทธิที่พึงมี ไม่มีเรื่องเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้อง ประกอบกับได้ฟังการสัมภาษณ์จากเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าการแลกคะแนนกันไม่ผิดกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า ในวันที่ผู้คัดค้านที่ 3 พบผู้คัดค้านที่ 4 ที่ร้านกาแฟมวลชน ผู้คัดค้านที่ 4 พูดว่า “ฉันเลือกเธอ เธอเลือกฉัน ใครไม่เลือกเป็นหมา” ย่อมเห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า วันที่ผู้คัดค้านที่ 3 และผู้คัดค้านที่ 4 มิได้พบปะกันเพียงเพื่อแนะนำตัว แต่เป็นการสมยอมโดยจับคู่แลกเปลี่ยนคะแนนกันอันเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 73/2569)

เอกสาร
อ่านประกอบ :




