คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประเด็นร้อนเรื่องไอเดียที่จะแช่แข็ง freeze เงินเดือน #ข้าราชการไทย จะส่งกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งระบบอย่างไร บทวิเคราะห์นี้อธิบายผ่านมุมมอง #เศรษฐศาสตร์มหภาค นะคะ
ใครที่เคยเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นน่าจะเข้าใจกลไก #การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ (economic circulation) นี้ได้ไม่ยาก
#เงินเดือนข้าราชการ คือ รายได้ (income) ของผู้บริโภคที่จะนำมาใช้จ่าย spending จึงเป็นปัจจัยสำคัญของตัว C : consumption ในระบบเศรษฐกิจ มีผลต่อการหมุนเวียนและการเติบโตของ GDP ประเทศผ่านแนวคิด #ตัวทวีคูณ (K)
ดังนั้น ไอเดียที่จะไปแช่แข็ง freeze เงินเดือนข้าราชการก็เปรียบเสมือนการไประงับการเพิ่มขึ้นของรายได้ข้าราชการ ซึ่งจะส่งผลต่อตัว C (Consumption) ใน GDP ผ่านกลไกทางเศรษฐศาสตร์มหภาคและตัวทวีคูณ (Multiplier: K) กระทบการทำงานของ Circular Flow of Income ดังนี้
1. ผลโดยตรงต่อ Consumption (C)
ข้าราชการเป็นกลุ่มที่มีความโน้มเอียงในการบริโภคส่วนเพิ่ม (MPC) ค่อนข้างสูงและมีรายได้มั่นคง เมื่อรายได้ถูกกระทบ (เช่น ถูกแช่แข็งเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง หรือค่าตอบแทน) พวกเขาก็จะลดการใช้จ่ายลง ในขณะที่ มีเงินเฟ้อและราคาข้าวของสูงขึ้น ดังนั้น ก็จะใช้จ่ายผ่านกลไก circular flow คือ ภาคการบริโภค C ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนของการบริโภคในประเทศ (internal circulation ) เป็นส่วนใหญ่ด้วย
ตามฟังก์ชันการบริโภค: C = a + b(Yd)
· เมื่อ Yd (รายได้ที่ใช้จ่ายได้) ลดลง → C ลดลงตามสัดส่วน MPC (b)
2. กลไกตัวทวีคูณ (Multiplier: K)
ตัวทวีคูณ คือ อัตราส่วนการเปลี่ยนแปลงของรายได้ประชาชาติ (ΔY) ต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายอิสระ (ΔA) เช่น การลดลงของการบริโภค
ขออธิบายให้เห็นภาพผลกระทบเป็นทอดๆ ดังนี้
1) เมื่อข้าราชการถูกแช่แข็งรายได้ → บริโภคลดลง (ΔC)
2) พ่อค้า/ผู้ผลิตที่ขายสินค้าให้ข้าราชการก็ขายสินค้าได้น้อยลง จึงมีรายได้ลดลงเช่นกัน ->ลดการบริโภคต่อ
3. เกิดการลดลงของรายได้เป็นทอดๆ ตามค่า MPC ในแต่ละรอบ
4. ผลรวมการลดลงของรายได้ทั้งระบบ = ΔC × K
หากมองเจาะลึกเฉพาะในบริบทข้าราชการไทย พบว่า มีผลกระทบต่อ เศรษฐกิจท้องถิ่น ด้วยนะคะ
ข้าราชการไทยมีสัดส่วนการบริโภคใน GDP ผ่านการใช้จ่ายในท้องถิ่นค่อนข้างสูง (domestic consumption ) โดยเฉพาะในท้องถิ่นต่างจังหวัด ดังนั้น การไประงับรายได้ข้าราชการไทย ก็จะส่งผลกระทบร้านค้ารายย่อย เกษตรกร และบริการในพื้นที่ท้องถิ่นนั้นๆ ด้วยเช่นกัน
(ข้าราชการไทยทั่วไป “ส่วนใหญ่” เป็นผู้มีรายได้ไม่สูงมาก จึงไม่ได้นำรายได้ไปใช้จ่ายเที่ยวเมืองนอก/บริโภคสินค้านำเข้าฟุ่มเฟือยเหมือนกลุ่มคนรายได้สูง/เอกชน/นายทุน)
ดังนั้น ในกรณีข้าราชการ: เมื่อถูกแช่แข็งรายได้ → ครัวเรือนข้าราชการลด C -> C ที่ลดลง = รายได้ที่ลดลงของพ่อค้า/ผู้ผลิต -> พ่อค้า/ผู้ผลิตมีรายได้ลด → ลด C ของตัวเองต่อ = วนซ้ำเป็นรอบๆ → เกิด ผลรวมการหดตัว มากกว่าจุดเริ่มต้น
นี่คือที่มาของ ตัวทวีคูณ K ซึ่งเป็นตัววัดความแรงของวงจรนี้
สรุปสั้นๆ:
· Economic Circulation = กลไก/โครงสร้างที่รายได้หมุนเวียน
· Multiplier K = ขนาด/ความแรงของผลที่เกิดขึ้นจากวงจรนั้น
ดังนั้น หากผู้บริหารประเทศเดินเกมพลาดไปคล้อยตามกระแสอารมณ์ทางการเมือง แล้วไประงับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ เพื่อลดรายจ่ายค่าตอบแทนข้าราชการ หวังเพื่อลดการขาดดุลงบประมาณ ลด deficit → ก็อาจทำให้ GDP หดตัวมากกว่าที่คาดคิดไว้นะคะ (เพราะตัวคูณทวี K > 1)
โดยสรุป รายได้ข้าราชการที่จะถูกแช่แข็ง/ระงับการขึ้นเงินเดือน → C การบริโภคของประเทศลดลง → ผ่านตัวทวีคูณ K ทำให้ GDP เศรษฐกิจของไทยยิ่งลดลงมากกว่าการลดลงเริ่มต้นของการบริโภคหลายเท่า และจะกระทบเศรษฐกิจในท้องถิ่นต่างจังหวัดด้วยนะคะ
ดังนั้น การแช่แข็งรายได้ข้าราชการนาน 1-2 ปีตามที่เสนอมา ก็จะยิ่งกระทบการบริโภค C แล้วลามไปทั้งระบบ นั่นคือ การทำงานของ Circular Flow ผ่าน ตัวทวีคูณ นั่นเอง (ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ MPC, ระบบภาษี, และการนำเข้า ฯลฯ)
Note :
1) ข้าราชการไทยจ่ายภาษีเงินได้ให้รัฐตามหน้าที่ครบทุกบาททุกสตางค์ เพราะถูกหักภาษีจากเงินเดือนทันทีทุกเดือน (ไม่ได้หลบเลี่ยง/หนีภาษีแบบคนบางกลุ่ม/บางอาชีพที่มีเสียงดังในสังคม รวมทั้งอินฟลูทั้งหลาย)
2) ตัวเลขกำลังคนภาครัฐของไทยมีประมาณ 3 ล้านคน แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มข้าราชการ ประมาณ 1.7 ล้านคน(สัดส่วน 58% )และกลุ่มกำลังคนประเภทอื่น อีก 1.2 ล้านคน เช่น ลูกจ้างชั่วคราว, พนักงานราชการ, พนักงานมหาวิทยาลัย และพนักงานรัฐวิสาหกิจ




