News Logo
หน้าแรก
การผลักดันร่าง กม. กัญชาฯ  แก้ปัญหาอาชญากรรมกัญชาข้ามชาติไม่ได้

การผลักดันร่าง กม. กัญชาฯ แก้ปัญหาอาชญากรรมกัญชาข้ามชาติไม่ได้

8 ก.ค. 2569 13:34
ผู้ชม 13 คน

นโยบายกัญชากลับมาเป็นที่สนใจอย่างมากอีกครั้ง ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เมื่อมีข่าวหลายข่าวในวันเดียว ว่ามีถึงสามประเทศพร้อมๆกันที่จับกัญชาจำนวนมากที่ส่งออกจากประเทศไทย คือ อินโดนีเซีย โปแลนด์ และฮ่องกง (https://www.youtube.com/watch?v=2TvQDjKLNEc)   ทำให้นายกต้องกล่าวคำพูดหลายๆคำ ได้แก่ “กัญชาถ้าไม่ใช่เพื่อการแพทย์ ส่งออกไม่ได้” “อย่าทำนโยบายกัญชาเอาใจรัฐมนตรี หากพิสูจน์แล้วไม่ดี พร้อมปิด” และ “ศักดิ์ศรีความเป็นไทยไม่เหลือ ถ้าแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้” และ กระทรวงสาธารณสุขมีทีท่าว่าจะเร่งผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับกระทรวงสาธารณสุขโดยเร็ว (https://www.hfocus.org/content/2026/07/38602) ตลอดจนพรรคภูมิใจไทยก็เร่งผลักดันกฎหมายกัญชาฉบับพรรคภูมิใจไทยโดยเร็วเช่นกัน (https://mgronline.com/politics/detail/9690000064686)  

เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และ ภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด ขอตั้งประเด็นทำความเข้าใจและข้อเสนอแนะ ดังนี้  

  1. ผลของนโยบายการปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติดของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 นอกจากจะทำให้เกิดการใช้และผลกระทบจากการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการในประเทศไทยอย่างกว้างขวางแล้ว นโยบายนี้กำลังแสดงปรากฏการณ์ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็นแหล่งปฏิบัติการของอาชญากรรมกัญชาข้ามชาติ คือ ผลิต บรรจุ ครอบครอง เตรียมการลักลอบส่งออกดอกกัญชา ในประเทศไทยได้โดยสะดวก เพราะไม่ผิดกฎหมายยาเสพติดใดๆ รอเพียงการลักลอบนำเข้าไปยังประเทศต่างๆให้สำเร็จได้เท่านั้น   ผลกระทบจากนโยบายกัญชาที่ผิดพลาดในครั้งนี้จึงใหญ่หลวงนัก ทั้งในประเทศไทย และกำลังจะเกิดขึ้นในระดับโลก 

  1. คำพูดที่ว่า “กัญชาทางถ้าไม่ใช่เพื่อการแพทย์ ส่งออกไม่ได้” นั้น ข้อเท็จจริงคืออะไร คำตอบ คือปัจจุบันดอกกัญชาถูกควบคุมด้วย พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งห้ามการจำหน่ายและส่งออกดอกกัญชาเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น กฎหมายนี้ไม่มีอำนาจห้ามการส่งออกช่อดอกกัญชา ดังนั้นเมื่อขออนุญาตส่งออกดอกกัญชาแล้วก็ย่อมส่งออกดอกกัญชาที่ไม่ใช่เพื่อการแพทย์ได้ จะเห็นได้ว่าไม่มีการจับกุมการส่งออกดอกกัญชาที่ได้ขออนุญาตส่งออกแล้วในประเทศไทย เพราะประเทศไทยไม่ได้ห้ามส่งออกดอกกัญชา เพียงแค่ห้ามการส่งออกดอกกัญชาที่ไม่ได้รับอนุญาติเท่านั้น   แต่ที่พูดว่าส่งออกดอกกัญชาไม่ได้ น่าจะต้องพูดว่าเป็นการนำเข้าต่างประเทศไม่ได้ต่างหาก เพราะกัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศปลายทางเหล่านั้น   คำพูดนี้จึงเป็นคำพูดลอยๆที่ไม่มีกฎหมายรองรับ   (หมายเหตุ - คำพูดที่ไม่มีกฎหมายรองรับในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ได้แก่ “ห้ามสูบกัญชาในที่สาธารณะ” แต่ที่จริงกฎหมายทำได้แค่ห้ามสูบกัญชาให้ผู้อื่นรำคาญ   “ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่ายี่สิบปีสูบกัญชา” แต่ที่จริงกฎหมายทำได้แค่ห้ามจำหน่ายกัญชาแก่เยาวชนอายุต่ำกว่ายี่สิบปี   หรือ คำที่ได้ยินบ่อยที่สุด คือ “ไม่ได้สนับสนุนกัญชาเพื่อสันทนาการ” แต่ที่จริงคือไม่มีกฎหมายใดห้ามการสูบดอกกัญชา จึงมีการขายและเสพดอกกัญชาเพื่อสันทนาการทั่วประเทศ) 

  1. คำพูดที่ว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นไทยไม่เหลือ ถ้าแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้” ประชาชนและสื่อมวลชนต้องติดตามพฤติกรรมการกระทำว่าจะมีการออกมาตรการหรือกฎหมายที่มีประสิทธิผลหรือไม่   ประชาชนและสื่อมวลชนต้องรู้เท่าทันว่า “คำพูดที่ทำให้ดูดี” ไม่ใช่การแก้ปัญหา 

  1. คำพูดที่ว่า “อย่าทำนโยบายกัญชาเอาใจรัฐมนตรี หากพิสูจน์แล้วไม่ดี พร้อมปิด” เป็นอีกคำพูดหนึ่งที่ดูดี และเป็นนิมิตหมายที่ดีมากหากทำจริง   เนื่องจากว่า “การปิดกัญชาเสรี” โดยนำกัญชากลับไปอยู่ภายใต้การควบคุมของประมวลกฎหมายยาเสพติด “ทันที” คือ ทางออกที่ถูกต้อง   การเร่งผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ทางออก เพราะ (1) ต้องใช้เวลาเป็นปีๆสำหรับกระบวนการสองสภา เพราะมีรายละเอียดที่ต้องถกเถียงกันมาก จึงเร่งไม่ได้   (2) ขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง อย่างน้อยสองร่างที่หลักการพื้นฐานต่างกันโดยสิ้นเชิง คือ ฉบับกระทรวงสาธารณสุขปัจจุบันที่เป็น “กัญชาทางการแพทย์” และ ฉบับพรรคภูมิใจไทย “ที่อนุญาตให้สูบกัญชาได้ ควบคุมเพียงการสูบกัญชาในที่สาธารณะเท่านั้น” และ มีมาตรการ “ให้รัฐมนตรีสามารถกำหนดพื้นที่สูบกัญชาได้” ซึ่งเป็นนโยบายที่เอื้อให้มีการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ธุรกิจจะวิ่งเข้าหาฝ่ายการเมืองเพื่อขอให้ตนสามารถเปิดพื้นที่สูบกัญชาได้ แม้จะไม่ต้องพูดให้ชัดเจนว่าจะส่งเสริมกัญชาเพื่อสันทนาการก็ตาม   ที่สำคัญคือจำนวน ส.ส. และ ส.ว. ที่มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทยมีจำนวนมาก หากในที่สุดร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับพรรคภูมิใจไทย เป็นร่างหลักในการพิจารณาของสภาฯ โอกาสที่ประเทศไทยจะมีกฎหมายไม่ห้ามการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ เป็นไปได้สูงมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบทั้งในประเทศและระดับโลกอย่างที่ผ่านมาหนักขึ้นไปอีก 

  1. ดังนั้นเพื่อควมรวดเร็วในการแก้ปัญหาทันที ต้องดำเนินการดังนี้ (1) กระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด ดำเนินการประชุมและมีมติให้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำกัญชากลับไปถูกควบคุมภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด แล้วนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ส.   (2) คณะกรรมการ ป.ป.ส. ที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานด้วยตนเอง และประกาศอย่างจริงจังว่าต้องปราบยาเสพติด และจะปิดนโยบายกัญชาเสรีหากเป็นนโยบายที่ไม่ดีมากกว่าดี ดำเนินการประชุมและมีมติเห็นชอบประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ และ รัฐมนตรีลงนาม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้ต่อไป   ปัญหาไทยเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมกัญชาของโลกจะหมดไป เพราะประมวลกฎหมายยาเสพติดมีอำนาจควบคุม “การครอบครองกัญชา” จะทำให้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทำกิจกรรมเตรียมการลักลอบขนกัญชาข้ามประเทศไม่ได้   จากนั้น (3) จึงผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในขณะที่กัญชาได้กลับไปอยู่ภายใต้การควบคุมของประมวลกฎหมายยาเสพติดแล้ว   วิธีการนี้จึงจะทำให้ ส.ส. และ ส.ว. มีเวลาถกเถียงกันอย่างรอบคอบ รอบด้าน ตลอดจนสามารถมีเวลารับฟังความเห็นประชาชนได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศไทยมีกฎหมายกัญชาที่เอื้อต่อกัญชาเพื่อสันทนาการหรือไม่ และควรทำอย่างไรจึงจะทำให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อการรักษาจริงๆจะได้รับประโยชน์อย่างถูกต้องและเพียงพอ 

จะ “พูดแล้วทำ” หรือ “พูดให้ดูดีไปวันๆ” รอดูกัน 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนกำลังกลัว AI แย่งงาน ขณะที่องค์กรกำลังกลัวขาดคน
คนกำลังกลัว AI แย่งงาน ขณะที่องค์กรกำลังกลัวขาดคน