News Logo
หน้าแรก
ทำผิดคดีคอร์รัปชัน ศาลควรรอลงอาญาหรือไม่?

ทำผิดคดีคอร์รัปชัน ศาลควรรอลงอาญาหรือไม่?

5 ก.ค. 2569 18:09
ผู้ชม 93 คน

การทุจริตที่เกิดขึ้นแพร่หลายทั่วไปในประเทศไทยมากมายจนประเทศใกล้จะล่มจมอยู่แล้วนั้น​

กระบวนการยุติธรรม​ โดยเฉพาะ การบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่ต้นทางที่ไร้ประสิทธิภาพตั้งแต่ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฯลฯ อัยการรวมถึงการตัดสินคดีของศาล​ทำให้ไม่สามารถ ปราบปรามกการทุจริตคอร์รัปชันให้ลดน้อยถอยลงได้

อาชญากรรมการทุจริตคอร์รัปชัน​ เป็นอาชญากรรมที่จัดเป็น​ white collar​ crime คือเป็นอาชญากรรมที่มีการวางแผน​ ช่อนเร้น​

บางรายมีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ให้และผู้รับ​ ทำให้หาพยานหลักฐานได้ยากมาก​ คนที่ร้องเรียนมีน้อย​ กว่าจะหาหลักฐานมาจับและฟ้องได้แต่ละราย​ ยากเย็นมาก​ เรียกได้ว่า​ ในบรรดาการทุจริตหายร้อยหลายพันราย​ จะจับได้หนึ่งรายที่มีหลักฐานชัดในการพิสูจน์ความผิด​

​ แต่รายที่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดได้​ มีหลายรายมาก ได้รับโทษ​ แต่ศาลให้รอลงอาญา​ แบบไม่น่าจะรอลงอาญา ทำให้คนทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ขอถามความเห็นของวิญญูชนคนธรรมดาทั่วไปว่า​ ความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน​เมื่อเทียบกับความผิดฐานมีและขายยาเสพติด​นั้น ความผิดไหนร้ายแรงกว่ากัน

คดียาเสพติด​ ศาลไทยมักจะจำคุกจำเลยเกือบทุกราย​ ไม่ค่อยปล่อยให้เล็ดรอดออกมาได้ด้วยการรอลงอาญา​

แต่คดีทุจริตจำนวนมาก​ ศาลตัดสินว่าผิด​ มีโทษจำคุก​ แต่ให้รอลงอาญา​ คนทำผิดก็สบายไป​ กลับไปนอนบ้านได้อย่างสบายใจ

ผู้พิพากษาท่านไม่รู้หรือว่า​ การจับคดีทุจริต​ กว่าจะจับได้​ กว่าจะหาหลักฐานมาฟ้องศาลได้​ กว่าจะนำสืบพิสูจน์ว่าจำเลยทำผิดจริง​ มันยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน​

เรียกว่า​การทุจริตพันราย​ จะจับมาฟ้องคดีได้เพียงหนึ่งรายเท่านั้น​ แล้วคดีที่จับมาฟ้องจนพิสูจน์ได้ว่าทำผิดจริง​ ศาลก็รอลงอาญาเสียอีก

บางรายศาลให้เหตุผลในคำพิพากษาว่า​ จำเลยคืนเงินที่ทุจริตให้รัฐแล้ว​ จึงควรรอลงอาญา​ แต่การชดใช้คืนเงิน​ เป็นการคืนเงินสำหรับการทุจริตครั้งนั้นเท่านั้น​

เงินที่ได้ไปจากการทุจริตครั้งก่อนๆ​ ที่ได้เงินไป​ แต่ไม่อาจฟ้องได้​ เพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ​ หรือไม่มีคนร้องอีกมากมายที่ไม่ได้คืน

การตัดสินให้รอการลงอาญา​ เท่ากับศาลส่งสัญญานให้กับสังคมว่าไม่ถือว่าเรื่องการทุจริตเป็นเรื่องร้ายแรง​ ทำไปเถอะ​ รอลงอาญาได้นะ​

อย่างนี้แล้วใครจะไปกลัวการลงโทษ​ เพราะทำเป็นพันครั้งอาจพลาดพลั้งถูกจับได้สักครั้ง​ รายได้จากการทุจริตมันคุ้มค่าเสี่ยง​ ถ้าถูกจับได้​ ถูกฟ้อง​ ก็ไปวิ่งเต้นให้ศาลรอลงอาญา​ ยังไงก็ไม่ติดคุก

นโยบายศาลยุติธรรมไม่มุ่งเป้าเน้นการปราบปรามการทุจริตหรือครับ​ ศาลจึงปล่อยให้มีการรอลงอาญาจำนวนมากมาย​

ต่างกับคดียาเสพติด​ ที่แทบจะไม่มีการรอลงอาญาเลย​

ศาลยุติธรรมไม่มีความตั้งใจจะแก้ปัญหาการทุจริตเลยหรือครับ​ จะปล่อยให้สังคมไทยเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันเพราะคนไม่กลัวการลงโทษหรือครับ

อยากรู้ว่านโยบายของประธานศาลฎีกา​ถึงไม่มีความชัดเจนเลยหรือ​ ทำไมไม่มีคำแนะนำของประธานศาลฎีกาในเรื่องนี้เลย

ถ้าเป็นอย่างนี้​ ประเทศไทยจะไปรอดหรือครับ

เขียนแบบนี้ ก็อาจจะถูกข้อหาว่าละเมิดอำนาจศาลได้ง่ายๆ​ ทำให้คิดแล้วคิดอีกว่าควรจะเขียนหรือไม่​

แต่ถ้าไม่เขียน​ ศาลก็จะรอลงอาญาไปเรื่อยๆ​ โดยไม่เห็นใจคนปราบที่กว่าจะจับได้แต่ละราย​ ยากเย็นแสนเข็ญ อย่างที่ว่าทุจริตพันครั้ง​ จะจับได้พร้อมหลักฐานสักครั้ง​ เลยต้องตัดสินใจเขียนเพื่อรักษาสังคมไทยไว้ และถามหาความชัดเจนเรื่องนโยบายของศาลยุติธรรมว่า

ไม่คิดจะแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันให้ประเทศไทยเลยหรือครับ

แล้วการรอลงอาญาแต่ละคดี​ ท่านคิดหรือครับว่าประชาชนจะเชื่อว่าทำโดยสุจริตทุกครั้ง​ ไม่มีการวิ่งเต้น​

หรือเราจะปล่อยให้ประเทศไทยมีการทุจริตคอร์รัปชันจนประเทศล่มจมไปเลย​

ไม่ห่วงอนาคตของลูกหลานบ้างหรือครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บุญผ้าป่ามหากุศลสันติสุข
บุญผ้าป่ามหากุศลสันติสุข