การทุจริตที่เกิดขึ้นแพร่หลายทั่วไปในประเทศไทยมากมายจนประเทศใกล้จะล่มจมอยู่แล้วนั้น
กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะ การบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่ต้นทางที่ไร้ประสิทธิภาพตั้งแต่ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฯลฯ อัยการรวมถึงการตัดสินคดีของศาลทำให้ไม่สามารถ ปราบปรามกการทุจริตคอร์รัปชันให้ลดน้อยถอยลงได้
อาชญากรรมการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นอาชญากรรมที่จัดเป็น white collar crime คือเป็นอาชญากรรมที่มีการวางแผน ช่อนเร้น
บางรายมีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ให้และผู้รับ ทำให้หาพยานหลักฐานได้ยากมาก คนที่ร้องเรียนมีน้อย กว่าจะหาหลักฐานมาจับและฟ้องได้แต่ละราย ยากเย็นมาก เรียกได้ว่า ในบรรดาการทุจริตหายร้อยหลายพันราย จะจับได้หนึ่งรายที่มีหลักฐานชัดในการพิสูจน์ความผิด
แต่รายที่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดได้ มีหลายรายมาก ได้รับโทษ แต่ศาลให้รอลงอาญา แบบไม่น่าจะรอลงอาญา ทำให้คนทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ขอถามความเห็นของวิญญูชนคนธรรมดาทั่วไปว่า ความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชันเมื่อเทียบกับความผิดฐานมีและขายยาเสพติดนั้น ความผิดไหนร้ายแรงกว่ากัน
คดียาเสพติด ศาลไทยมักจะจำคุกจำเลยเกือบทุกราย ไม่ค่อยปล่อยให้เล็ดรอดออกมาได้ด้วยการรอลงอาญา
แต่คดีทุจริตจำนวนมาก ศาลตัดสินว่าผิด มีโทษจำคุก แต่ให้รอลงอาญา คนทำผิดก็สบายไป กลับไปนอนบ้านได้อย่างสบายใจ
ผู้พิพากษาท่านไม่รู้หรือว่า การจับคดีทุจริต กว่าจะจับได้ กว่าจะหาหลักฐานมาฟ้องศาลได้ กว่าจะนำสืบพิสูจน์ว่าจำเลยทำผิดจริง มันยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน
เรียกว่าการทุจริตพันราย จะจับมาฟ้องคดีได้เพียงหนึ่งรายเท่านั้น แล้วคดีที่จับมาฟ้องจนพิสูจน์ได้ว่าทำผิดจริง ศาลก็รอลงอาญาเสียอีก
บางรายศาลให้เหตุผลในคำพิพากษาว่า จำเลยคืนเงินที่ทุจริตให้รัฐแล้ว จึงควรรอลงอาญา แต่การชดใช้คืนเงิน เป็นการคืนเงินสำหรับการทุจริตครั้งนั้นเท่านั้น
เงินที่ได้ไปจากการทุจริตครั้งก่อนๆ ที่ได้เงินไป แต่ไม่อาจฟ้องได้ เพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ หรือไม่มีคนร้องอีกมากมายที่ไม่ได้คืน
การตัดสินให้รอการลงอาญา เท่ากับศาลส่งสัญญานให้กับสังคมว่าไม่ถือว่าเรื่องการทุจริตเป็นเรื่องร้ายแรง ทำไปเถอะ รอลงอาญาได้นะ
อย่างนี้แล้วใครจะไปกลัวการลงโทษ เพราะทำเป็นพันครั้งอาจพลาดพลั้งถูกจับได้สักครั้ง รายได้จากการทุจริตมันคุ้มค่าเสี่ยง ถ้าถูกจับได้ ถูกฟ้อง ก็ไปวิ่งเต้นให้ศาลรอลงอาญา ยังไงก็ไม่ติดคุก
นโยบายศาลยุติธรรมไม่มุ่งเป้าเน้นการปราบปรามการทุจริตหรือครับ ศาลจึงปล่อยให้มีการรอลงอาญาจำนวนมากมาย
ต่างกับคดียาเสพติด ที่แทบจะไม่มีการรอลงอาญาเลย
ศาลยุติธรรมไม่มีความตั้งใจจะแก้ปัญหาการทุจริตเลยหรือครับ จะปล่อยให้สังคมไทยเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันเพราะคนไม่กลัวการลงโทษหรือครับ
อยากรู้ว่านโยบายของประธานศาลฎีกาถึงไม่มีความชัดเจนเลยหรือ ทำไมไม่มีคำแนะนำของประธานศาลฎีกาในเรื่องนี้เลย
ถ้าเป็นอย่างนี้ ประเทศไทยจะไปรอดหรือครับ
เขียนแบบนี้ ก็อาจจะถูกข้อหาว่าละเมิดอำนาจศาลได้ง่ายๆ ทำให้คิดแล้วคิดอีกว่าควรจะเขียนหรือไม่
แต่ถ้าไม่เขียน ศาลก็จะรอลงอาญาไปเรื่อยๆ โดยไม่เห็นใจคนปราบที่กว่าจะจับได้แต่ละราย ยากเย็นแสนเข็ญ อย่างที่ว่าทุจริตพันครั้ง จะจับได้พร้อมหลักฐานสักครั้ง เลยต้องตัดสินใจเขียนเพื่อรักษาสังคมไทยไว้ และถามหาความชัดเจนเรื่องนโยบายของศาลยุติธรรมว่า
ไม่คิดจะแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันให้ประเทศไทยเลยหรือครับ
แล้วการรอลงอาญาแต่ละคดี ท่านคิดหรือครับว่าประชาชนจะเชื่อว่าทำโดยสุจริตทุกครั้ง ไม่มีการวิ่งเต้น
หรือเราจะปล่อยให้ประเทศไทยมีการทุจริตคอร์รัปชันจนประเทศล่มจมไปเลย
ไม่ห่วงอนาคตของลูกหลานบ้างหรือครับ




