News Logo
หน้าแรก
เป้าหมายการเยือนเกาหลีเหนือของ สี จิ้นผิง

เป้าหมายการเยือนเกาหลีเหนือของ สี จิ้นผิง

7 มิ.ย. 2569 11:31
ผู้ชม 4 คน

การประกาศการเยือนเกาหลีเหนือแบบกระทันหันของ สี จิ้นผิง ระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย.2569 ก่อให้เกิดข้อสงสัยกันอย่างกว้างขวางว่า เป้าหมายการเยือนครั้งนี้คืออะไร เหตุใดพญามังกรอย่างจีน ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาเป็นจุดหมายปลายทางการเยือนของผู้นำประเทศต่างๆถึง 17 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯและรัสเซีย ต้องขยับตัวออกเดินทางเยือนมิตรประเทศผู้น้องที่มีพรมแดนติดกันด้วยตนเอง

@ สภาวะแวดล้อมโดยรวม

สี จิ้นผิง เยือนเกาหลีเหนือครั้งสุดท้ายเมื่อ 7 ปีมาแล้ว ส่วน คิม จองอึน เพิ่งเยือนจีนพร้อมกับ ปูติน เพื่อร่วมงานสวนสนามฉลอง 80 ปีชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อก.ย. ปีที่แล้ว

แม้ว่าจีนจะเป็นประเทศที่สำคัญทางทหาร การเมือง และเศรษฐกิจ อันดับ 1 ของเกาหลีเหนือ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านความสัมพันธ์ก็ไม่แนบแน่นเหมือนที่เคย โดยสาเหตุสำคัญมาจากนโยบายส่งเสริมการปลอดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีของจีน

ด้วยการที่เป็นประเทศขนาดเล็ก จึงจำเป็นที่เกาหลีเหนือต้องมีประเทศใหญ่คอยหนุนหลัง ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมาเกาหลีเหนือจึงหันมามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเป็นพิเศษกับรัสเซีย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางทหารและความมั่นคง ถึงขั้นส่งทหาร 4-5 พันนายไปร่วมรบกับรัสเซียในสงครามยูเครน และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีปของเกาหลีเหนือก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดไปพร้อมกัน ซึ่งคาดหมายได้ว่าน่าจะรับการถ่ายเทเทคโนโลยีมาจากรัสเซียนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือเป็นประเทศเดียวที่มีสนธิสัญญาทางการทหารอย่างเป็นทางการกับจีน (Treaty Ally)และในการพึ่งพาทางด้านเศรษฐกิจเกาหลีเหนือก็ยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากจีนเป็นหลัก

จากสถานะการณ์ความมั่นคงของโลกปัจจุบันที่ปรากฏการสู้รบ/ปฏิบัติการทางทหารที่มีความสำคัญพร้อมกันหลายแห่ง โดยเฉพาะสงครามยูเครน สงครามอิหร่าน/ตะวันออกกลาง ความตึงเครียดทางทหารในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก

ขณะเดียวกัน การแข่งขันทางอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงก็เพิ่มความเข้มข้นและดำเนินไปในทิศทางที่มีความไม่แน่นอนสูงอันสืบเนื่องจากการสิ้นสุดอายุของความตกลงจำกัดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ New START (New Strategic Arms Reduction Treaty)ตั้งแต่ก.พ. 2569 และยังไม่มีการเจรจาต่ออายุจนปัจจุบัน

สิ่งต่างๆเหล่านี้ส่งผลให้การเยือนเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง จึงมีความสำคัญต่อสภาวะและทิศทางความมั่นคงระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก

@ ฉากทัศน์ความเป็นไปได้ของเป้าหมายการเยือน

เนื่องจากการเยือนครั้งนี้มีลักษณะที่เป็นความลับสูง ไม่มีประกาศเป็นทางการล่วงหน้านานๆ เหมือนการเยือนระดับประมุขของประเทศโดยปรกติ ประกอบกับเป็นการเยือนภายหลังการเยือนจีนของสหรัฐฯและรัสเซียไม่นาน จึงเป็นที่คาดการณ์กันว่า อาจจะเป็นผลจากการหารือจากการเยือนทั้ง 2 ครั้งนี้ที่ทำให้จีนต้องขยับตัวออกจากถ้ำมังกรเป็นวาระพิเศษนอกตารางการเยือนปรกติและเป็นการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกในรอบปี 2569

เราจึงควรมาดูฉากทัศน์ความเป็นไปได้ของเหตุผลและเป้าหมายในการเยือนของ สี จิ้นผิงในครั้งนี้

•ฉากทัศน์ ที่ 1: การแสดงบทบาทคนกลางจัดการไกล่เกลี่ย(mediator)ให้มีการประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ

เป็นฉากทัศน์ที่มีการพูดถึงกันมากในสื่อหลักของตะวันตกเนื่องจากทรัมป์ได้แสดงความประสงค์ไว้ในหลายโอกาสว่า พร้อมจะพบหารือเป็นทางการกับ คิม จองอึน แบบที่ไม่มีการกำหนดเงื่อนไขล่วงหน้า หลังจากที่เคยพบหารือกันมา 3 ครั้ง เมื่อปี 2018 และ 2019 แต่ไม่สามารถบรรลุความตกลงอะไรกันได้

ความเป็นไปได้: ลำพังเพียงการทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้ผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือได้พบปะหารือกัน เพื่อแสดงสถานะภาพการเป็นประเทศใหญ่ที่แม้แต่สหรัฐฯ ยังต้องขอความร่วมมือ น่าจะไม่มีน้ำหนักเพียงพอเพราะจากการที่ประเทศสำคัญๆ ของโลกต่างต้องต่อคิวเยือนจีน น่าจะยืนยันสถานะภาพจีนในเวทีการเมืองโลกได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว

•ฉากทัศน์ที่ 2: การไปรับทราบสถานะล่าสุดและร่วมหารือในเรื่องการบริหารจัดการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

สืบเนื่องจากพัฒนาการแบบก้าวกระโดดในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามประเทศของเกาหลีเหนือ หลังจากที่เพิ่มความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับรัสเซีย

ซึ่งแม้จีน-เกาหลีเหนือมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน แต่การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลี เหนือก็เป็นเรื่องที่สร้างความไม่สบายใจให้กับจีนมาตลอด เนื่องจากมีเขตแดนติดกันและเกาหลีเหนือก็มีชื่อเสียงในการดำเนินนโยบายที่สุ่มเสี่ยง

การได้พบปะพูดคุยกันในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งอาศัยความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาก็จะช่วยสร้างความเคารพเกรงใจในประเทศจีนและตัว สี จิ้นผิง ได้ดีขึ้น

อีกทั้งจะเป็นการดึงเกาหลี เหนือออกมาจากการพึ่งพารัสเซียมากเกินไป เพราะตอนนี้รัสเซียกำลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจของตัวเองอยู่มากและอาจจะเข้าสู่ภาวะหลังชนฝาหากต้องเพี่ยงพล้ำจากการสู้รบกับยูเครน

นอกจากนี้ จากข้อมูลหลายแหล่งที่ชี้ว่า เกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในประเทศให้การสนับสนุนยุทโธปกรณ์รบให้อิหร่านในสงครามกับสหรัฐฯ-อิราเอล ซึ่งอาจรวมถึงส่วนประกอบสำคัญของอาวุธนิวเคลียร์ด้วย ดังนั้น หากข้อมูลดังกล่าวมีมูลความจริง การพบปะหารือโดยตรงกับคิม จองอึน จึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เนื่องจากจีนมีนโยบายสำคัญในการระงับการแพร่ขยายของอาวุธนิวเคลียร์และความตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านก็ยืนบนหลักการที่ว่า อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

ความเป็นไปได้ : ฉากทัศน์นี้มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากสถานะภาพล่าสุดด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ที่เพิ่งมีการเปิดตัวโรงงานผลิตวัสดุนิวเคลียร์ (nuclear material) ขนาดใหญ่และทันสมัย ทำให้มีความจำเป็นที่จีนต้องเร่งสร้างกลไกถาวรเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือให้มั่นคง

การเดินทางเยือนหลังจากที่จีนได้ต้อนรับและพบหารือกับผู้นำสหรัฐฯและรัสเซียเป็นการส่งสัญลักษณ์ของการให้เกียรติสูงสุดแก่เกาหลีเหนือ นอกจากนี้ จีนยังมีอาวุธสำคัญที่จะมัดใจ คือ ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาและเศรษฐกิจที่เกาหลีเหนือต้องการมากและรัสเซียไม่สามารถให้ได้

•ฉากทัศน์ที่ 3 : การใช้เกาหลีเหนือเป็นตัวแทนสร้างความกดดันต่อญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตัวแทนสหรัฐฯในความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ทะเลจีนตะวันออก และปัญหาไต้หวัน

ในการดำเนินความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ซึ่งซับซ้อนและเกี่ยวโยงกันหลายมิติ ในส่วนของมิติความมั่นคงนั้น ประเด็นเรื่องเอกราชของไต้หวันเป็น red line ของจีนที่ห้ามแตะต้อง

ส่วนความมั่นคงทางทะเล สหรัฐฯ ก็มียุทธศาสตร์การสร้างแนวทางป้องกันการขยายอิทธิจีนเข้าสู่ส่วนในของแปซิฟิก โดยหนดพื้นที่ตั้งแต่เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ถึงด้านเหนือของเกาะบอร์เนียวเป็นกำแพงด่านแรก หรือที่เรียกกันว่า แนวเกาะแรก (First Island Chain)

หลังจากที่นาง ซานาเอะ ทากาอิจิ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเมื่อต.ค. 2568 กระแสชาตินิยมและ“ต่อต้านจีน” ก็มีความเด่นชัดขึ้น โดยญี่ปุ่นเป็นหัวหอกในการร่วมมือกับสหรัฐฯและพันธมิตร (เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย)ในการร่วมซ้อมรบและการขายยุทโธปกรณ์ทางทหารระหว่างกันอย่างผิดหูผิดตา

ดังนั้น การเร่งกระชับความร่วมมือในทุกด้านระหว่างจีน-เกาหลีเหนือจึงจะเป็นพยายามในการสร้างเครื่องมือในการสร้างความสมดุลย์กับญี่ปุ่นและเกาหลีในเวทีเอเชียตะวันออก โดยการทดสอบขีปนาวุธในทะเลญี่ปุ่นของเกาหลีเหนือถือเป็นตัวอย่างสำคัญในส่วนนี้

ความเป็นไปได้ : ความแข็งกร้าวในการส่งเสริมความมั่นคง และความพร้อมเผชิญหน้ากับจีนของรัฐบาลชุดปัจจุบันของญี่ปุ่น ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวแทนของสหรัฐฯ ในภูมิภาคฯ ทำให้การเสริมบทบาทของเกาหลีเหนือขึ้นมาคานอำนาจกับญี่ปุ่นและเกาหลีมีความจำเป็นเร่งด่วนและเป็นเหตุผลสำคัญที่จีนตัดสินใจเยือนเกาหลีเหนือในครั้งนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บาปต่อองค์กร บาปต่อบ้านเมือง
บาปต่อองค์กร บาปต่อบ้านเมือง