News Logo
หน้าแรก
การทดสอบขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ของจีนกับความมั่นคงในภูมิภาค

การทดสอบขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ของจีนกับความมั่นคงในภูมิภาค

11 ก.ค. 2569 16:52
ผู้ชม 13 คน

ขณะที่ความสนใจในข่าวต่างประเทศส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่ความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่าน ซึ่งล่าสุดดูเหมือนว่าโอกาสที่สหรัฐฯ-อิหร่านจะกลับมาสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบระหว่างกันเป็นไปได้สูง

ในอีกซีกโลกหนึ่งก็มีเหตุการณ์สำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก นั่นก็คือ การทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปที่ยิงจากเรือดำน้ำของจีนไปยังตกยังทะเลหลวงในแปซิฟิกใต้ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569

การทดสอบดังกล่าวนี้ รัฐบาลจีนแจ้งว่าเป็นการทดสอบอาวุธตามปรกติและมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าไปยังประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกใต้

แต่ตามข้อเท็จจริงต้องถือว่าเป็นเหตุการณ์ไม่ปรกติและมีผลต่อดุลยภาพความมั่นคงของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างมีสาระสำคัญ และเราต้องคอยติดตามผลอย่าง

ใกล้ชิดว่า จะนำไปสู่อะไรได้บ้าง

@จีนทดสอบอะไรในครั้งนี้

•ในข้อมูลที่จีนแจ้งล่วงหน้าไปยังประเทศต่างๆ เพียงแต่บอกคร่าวๆว่า จะมีการทดสอบขีปนาวุธระยะไกลข้ามทวีปจากเรือดำน้ำโดยติดหัวรบแบบซ้อมไปยังเขตทะเลหลวงในแปซิฟิกใต้ ในวันที่ 6 ก.ค. 2569 แต่ไม่ระบุประเภทของขีปนาวุธ เรือดำน้ำที่ใช้ จุดที่ยิง และเป้าหมายที่ชัดเจน โดยหลังการทดสอบที่สำเร็จด้วยดี โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศจีนก็พยายามย้ำว่า เป็นการทดสอบอาวุธตามสิทธิและอำนาจอธิปไตยโดยปรกติ ไม่ควรที่ประเทศใดจะตีความเกินขอบเขต

•แม้จะไม่มีข้อมูลยืนยันเป็นทางการแต่ก็เชื่อกันว่า ขีปนาวุธที่จีนทดสอบเป็นรุ่น JL-3 ซึ่งเป็นขีปนาวุธวิถีโค้งข้ามทวีปที่พัฒนาล่าสุด มีระยะหวังผลกว่า 10,000 กม. และสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ขนาด 250- 1,000 Kt สำหรับเรือดำน้ำที่ใช้เป็นฐานยิงเป็นเรือพลังนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้เคลื่อนที่เงียบและเรดาห์ตรวจจับยาก ซึ่งรุ่นล่าสุดที่มีใช้งานขณะนี้คือ เรือดำน้ำแบบ SSBN รุ่น 094 ซึ่งสามารถบรรจุขีปนาวุธพร้อมยิงได้ 12 ลูก โดยคาดว่ายิงทดสอบจากบริเวณน่านน้ำใกล้เกาะไหหลำ

•การทดสอบครั้งนี้เป็นการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปจากเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์เป็นครั้งแรก หลังจากที่จีนเคยทดลองยิงขีปนาวุธแบบดังกล่าวไปยังทะเลในแปซิฟิกใต้จากฐานยิงทางบกมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อค.ศ. 2024 (เป็นขีปนาวุธรุ่นก่อนที่ระยะยิงไม่เกิน 7,500 กม.)

@ความสำคัญทางยุทธศาสตร์

•ความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้นับเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพอาวุธนิวเคลียร์ของจีน เพราะทำให้สมรรถนะการยิงหัวรบนิวเคลียร์ของจีนครบทั้ง 3 ทาง บก-น้ำ-อากาศ จากเดิมมีแค่ฐานยิงจากไซโล รถบรรทุกขีปนาวุธเคลื่อนที่ และการทิ้งระเบิดจากเครื่องบิน ซึ่งทั้งหมดง่ายต่อการตรวจจับโดยเรดาห์และการสอดแนมจากดาวเทียม

•การยิงอาวุธนิวเคลียร์จากเรือดำน้ำเป็นวิธีการที่ป้องกันได้ยากที่สุด เนื่องจากฐานยิงเคลื่อนที่ได้ตลอดเวลาและอยู่ใต้น้ำซึ่งยากต่อการตรวจจับตำแหน่งเพื่อรับรู้ล่วงหน้า จึงเป็นเครื่องมือตอบโต้ในสงครามนิวเคลียร์ที่ทรงพลังและเป็นสมรรถนะที่ช่วยป้องปรามการถูกโจมตีก่อน (nuclear first strike)ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

•เนื่องจากระยะทางของขีปนาวุธ JL-3 เดินทางไกลถึง 10,000 กม. ทำให้หัวรบนิวเคลียร์ไปไกลถึงภาคตะวันตกของสหรัฐฯ โดยไม่ยาก(ขึ้นกับตำแหน่งจองเรือดำน้ำตอนยิง) ดังนั้น ยุทธศาสตร์การปิดล้อมจีนไม่ให้ออกทะเลในรูปแบบ“ห่วงโซ่หมู่เกาะ“ หรือ ”island chain“ ซึ่งสหรัฐฯ ยึดเป็นยุทธศาสตร์หลักในการปิดล้อมจีน โดยห่วงโซ่ที่หนึ่งหรือแนวป้องกันแรกที่เราทักได้ยินบ่อยๆ เป็นห่วงโซ่ที่ลากยาวจาก ญี่ปุ่น-ไต้หวัน-ฟิลิปปินส์-อินโดนีเซีย

•ในเมื่อจีนสามารถโจมตีสหรัฐฯ โดยตรงจากน่านน้ำไม่ไกลจากชายฝั่งมาก ทำให้ไม่ต้องฝ่าด่านป้องกันที่สหรัฐฯ ทำไว้ถึง 3 ชั้น (ไต้หวัน-เกาะกวม เกาะปาเลา-ฮาวาย) สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ดังกล่าวใหม่หมด รวมถึงอาจต้องทบทวนบทบาทความสำคัญของไต้หวันต่อยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ในการควบคุมกองทัพเรือจีนไม่ให้เคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของมหาสมุทรแปซิฟิกด้วย

•แม้ว่าสหรัฐฯ และพันธมิตรอาจจะสามารถป้องกันไม่ให้เรือดำน้ำเข้าไปยังเขตแปซิฟิกตะวันตกซึ่งเป็นจุดที่สามารถยิงหัวรบนิวเคลียร์ไปยังเป้าหมายในสหรัฐฯ เกือบทั้งประเทศ อย่างน้อยที่สุดเป้าหมายฐานทัพสหรัฐฯ ที่เกาะกวมและฮาวายก็จะอยู่ในวิสัยการโจมตีอย่างแน่นอน (ยิงได้จากชายฝั่งไหหลำเหมือนที่ทดลอง)

•การทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปจากเรือดำน้ำครั้งนี้ นอกเหนือจากเป็นการส่งสัญาณถึงสหรัฐฯ เพื่อปรามไม่ให้เข้ามาแทรกแซงการรวมประเทศจีนกับไต้หวันแล้ว จีนยังต้องการส่งสัญญาณเตือนไปยังออสเตรเลีย ซึ่งเพิ่งลงนามในสนธิสัญญาความร่วมมือทางทหารกับประเทศฟิจิ ภายใต้ชื่อ The Ocean of Peace Alliance ที่กำหนดภาระผูกพันที่จะต้องช่วยเหลือกันและกันเมื่อถูกโจมตีทางทหาร (คล้ายกับ NATO) เพราะจีนมองว่าเป็นความพยายามที่จะสร้างกลุ่มพันธมิตรเพื่อต่อต้านจีนในแปซิฟิกใต้ ดังนั้น จีนจึงต้องการส่งสัญาณให้ออสเตรเลียเห็นว่า แสนยานุภาพจีนที่จะก่อความเสียหายแก่ออสเตรเลียนั้นมากแค่ไหน

•อนึ่ง เป้าหมายสำคัญของออสเตรเลียในเรื่องนี้ก็เพื่อถ่วงดุลย์กับการขยายอิทธิพลอย่างรวดเร็วของจีนในบรรดาประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ โดยกำหนดให้ Ocean of Peace Alliance เป็นความตกลงแบบพหุภาคี(ไม่ใช่ความตกลงเฉพาะสองฝ่าย)ที่เปิดรับสมาชิกทุกประเทศในภูมิภาค โดยมีนิวซีแลนด์และหมู่เกาะโซโลมอนแสดงความสนใจ

•ท่าทีที่แข็งกร้าวของจีนในภูมิภาคแปซิฟิกใต้แสดงถึงความสำคัญสูงที่จีนให้กับอนุภูมิภาคแปซิฟิกใต้ ในลักษณะคล้ายกับท่าทีในทะเลจีนใต้ (เน้นแสดงแสนยานุภาพและการข่มขู่) อันเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทสองแนวทางที่จีนดำเนินในเวทีโลกขณะนี้ ในด้านหนึ่งก็พยายามส่งเสริมระบบพหุภาคี กฏหมายระหว่างประเทศ การแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี อีกด้านหนึ่งก็พร้อมใช้มาตรการข่มขู่เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เป็นผลประโยชน์พื้นฐานของประเทศ

•เราจะเห็นได้ว่า ณ ปัจจุบันมีความร่วมมือใกล้ชิดเป็นพิเศษระหว่างญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์-ออสเตรเลีย ในรูปแบบต่างๆอาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การร่วมซ้อมรบ การซื้อ-ขายอาวุธทันสมัย รวมถึงการเริ่มเจรจาเขตแดนทางทะเลทางด้านตะวันออกของไต้หวันระหว่างญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์ ก็ล้วนดำเนินไปเพื่อสนับสนุนสหรัฐฯ ในการคานอำนาจจีนและเมื่อออสเตรเลียเริ่มเดินนโยบายชัดเจนในการแสดงบทผู้นำในบรรดาหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ เพื่อสะกัดการแผ่ขยายอิทธิพลจีน จึงทำให้อนุภูมิภาคแปซิฟิกใต้กลายเป็นสมรภูมิแห่งใหม่ รูปแบบคล้ายคลึงกับทะเลจีนใต้ แต่มีลักษณะพิเศษคือ มีมิติการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์เข้ามารวมด้วย

•จากการที่จีนสามารถยกระดับการพัฒนาอาวุธนิเคลียร์เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญและการขยายจำนวนหัวรบนิวเคลียร์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง (ปัจจุบันจีนมีอยู่ 620-650 ลูก) ดังนั้นความพยายามนำจีนเข้ามาอยู่ในกรอบการเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ในรูปแบบเดียวกับสนธิสัญญา New START ระหว่างสหรัฐฯ-รัสเซีย (กำหนดให้มีหัวรบนิวเคลียร์พร้อมใช้งานไม่เกินประเทศละ 1,500 ลูก)ที่เพิ่งหมดอายุไปเมื่อก.พ. ปีนี้ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การผลักดันร่าง กม. กัญชาฯ  แก้ปัญหาอาชญากรรมกัญชาข้ามชาติไม่ได้
การผลักดันร่าง กม. กัญชาฯ แก้ปัญหาอาชญากรรมกัญชาข้ามชาติไม่ได้