News Logo
หน้าแรก
หมากรุก : บทพิสูจน์พรสวรรค์หรือพรแสวง

หมากรุก : บทพิสูจน์พรสวรรค์หรือพรแสวง

11 พ.ค. 2569 11:52
ผู้ชม 84 คน

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1960 – 1970 ฮังการียังคงอยู่ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ ในเงาของสหภาพโซเวียต เป็นหนึ่งในประเทศหลังม่านเหล็กที่ต้องเผชิญทั้งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินเฟ้อพุ่งสูง และผู้คนจำนวนมากที่ไร้งานทำ ชีวิตในวันนั้น ไม่ต่างจากการเดินอยู่ในอุโมงค์ยาวที่มองไม่เห็นแสงสว่างปลายทาง1/

ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนั้น ชายหนุ่มชื่อ ลาซโล ปอลการ์ อาจารย์สอนจิตวิทยาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาด้าน “ความฉลาด” ตั้งคำถามกับชีวิตของตนเองว่า จะหลุดพ้นจากวงจรความคับแค้นนี้
ได้อย่างไร เขาเลือกหนทางที่ต่างออกไป หมกตัวอยู่ในห้องสมุด อ่านชีวประวัติของอัจฉริยะกว่า 400 คน ก่อนจะตกผลึกเป็นความเชื่อที่ท้าทายโลกว่า “อัจฉริยะไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์ แต่เกิดจากพรแสวง”

และเมื่อเชื่อเช่นนั้น ปอลการ์ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความคิด เขาตัดสินใจ “ทดลอง” ความเชื่อนั้นกับชีวิตจริงของตนเอง

วิธีการของเขาชวนให้คนรอบข้างทั้งงง ทั้งขำ เขาเขียนจดหมายถึงผู้หญิงที่รู้จัก อธิบายแนวคิดการสร้างเด็กอัจฉริยะ และปิดท้ายด้วยข้อเสนอแต่งงานกับใครก็ตามที่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เสียงตอบรับส่วนใหญ่มีเพียงรอยยิ้มขบขัน บางคนถึงกับมองว่าเขาเพี้ยนจนคณบดีต้องแนะนำให้ไปพบจิตแพทย์

แต่ในความ “ไม่ธรรมดา” นั้น กลับมีคนหนึ่งมองเห็นความเป็นไปได้ คาร์ล่า ครูสอนภาษาชาวยูเครน ตัดสินใจตอบรับ และแต่งงานกับเขาในปี ค.ศ. 1965

ไม่นานหลังจากนั้น การทดลองก็เริ่มต้นขึ้น ซูซาน ลูกสาวคนแรก เกิดในปี ค.ศ. 1969 และเติบโตมาในบ้านที่ไม่ใช่แค่บ้านแต่คือ “ห้องเรียน” ที่เต็มไปด้วยหนังสือ ของเล่นที่กระตุ้นความคิด และบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ ปอลการ์ให้ลูกเรียนที่บ้านตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เน้นภาษาต่างประเทศและคณิตศาสตร์ระดับสูง

แต่คำถามสำคัญคือ จะพิสูจน์ “อัจฉริยะ” ได้อย่างไร? ในที่สุดเขาค้นพบคำตอบในสิ่งที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง หมากรุก เกมที่เรียนกติกาได้ใน 15 นาที แต่ใช้ทั้งชีวิตเพื่อเชี่ยวชาญ และที่สำคัญ มัน “วัดผลได้”

จากนั้น ทุกอย่างในบ้านหมุนรอบกระดานหมากรุก มีครูมาสอน 3 คนต่อวัน การ์ดกลยุทธ์
นับไม่ถ้วน พร้อมกับโจทย์แก้หมากทุกวัน และหนังสือหมากรุกกองโต ซูซานเริ่มแข่งขันตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ และคว้าชัยชนะทั้ง 11 แมตช์แรกของชีวิต เมื่ออายุ 15 ปี เธอกลายเป็นนักหมากรุกหญิงอันดับ 1 ของโลก

แต่เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านั้น ลูกสาวอีกสองคน โซเฟีย และจูดิต ถูกเลี้ยงดูในแนวทางเดียวกัน ทั้งสามกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมฮังการีในโอลิมปิกหมากรุกปี ค.ศ. 1988 ซึ่งโลกต่างจับตามอง เพราะพวกเธอยังเป็นเพียง “ม้านอกสายตา” ที่รัสเซียครองแชมป์ตลอดกาล โดยเฉพาะจูดิต เด็กสาววัยเพียง 12 ปี ที่ก้าวขึ้นสู่เวทีโลกด้วยความกล้าหาญ เธอเล่าว่า ในรอบชิงชนะเลิศ ขณะที่กำลังจดจ่อกับกระดานหมากรุก เมื่อเงยหน้าขึ้นเธอพบว่า แกรี่ คาสปารอฟ แชมป์โลกในขณะนั้น กำลังยืนดูอยู่ไม่ไกล หัวใจของเด็กสาวพองโต และแทนที่จะหวั่นไหวเธอกลับเลือก “สู้” ไม่กี่ตาต่อมาเธอรุกฆาตคู่แข่ง
ได้อย่างเฉียบขาด

จูดิตเติบโตขึ้นเป็นนักหมากรุกระดับแกรนด์มาสเตอร์ที่อายุน้อยที่สุดในโลก ลบสถิติของ
บ็อบบี้ ฟิสเชอร์ และไม่หยุดเพียงการแข่งขันในกลุ่มผู้หญิง เธอก้าวเข้าสู่สนาม “โอเพ่น” เพื่อพิสูจน์ว่า ผู้หญิงสามารถยืนเคียงข้างผู้ชายได้อย่างสง่างาม เธอทำได้จริง ขึ้นสู่ท็อป 10 ของโลก และเอาชนะอดีตแชมป์โลกหลายคน รวมถึงคาสปารอฟ หลังจากพยายามถึง 12 ครั้ง ด้วยการเรียนรู้ว่าเธอต้องพยายามเอาชนะความกดดัน และใช้สไตส์การเล่นที่ดุดันมุ่งที่จะรุกไปโจมตีตัวคิงหมากตัวชี้แพ้ชี้ชนะ จูดิตเป็นนักหมากรุกหญิงอันดับหนึ่งของโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 จนเธอประกาศเลิกเล่นหมากรุกอาชีพ
ในปี ค.ศ. 2014

 

Queen of Chess

Queen of Chess

คลิกดูตัวอย่างสารคดี Quess of Chess

 

 

 


         พรสวรรค์หรือพรแสวง ได้พิสูจน์อย่างเด่นชัดที่สุดจากความสำเร็จของจูดิต ลูกสาวคนเล็กนั่นเอง ทั้งนี้ ปอลการ์ได้นำบทเรียนที่เลี้ยงดูลูกสาวคนโตและคนกลางมาปรับเปลี่ยน จนทำให้จูดิตมีจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการเล่นหมากรุก และที่สำคัญการเล่นหมากรุกเป็นกีฬาที่ผู้หญิงถูกปรามาสว่าไม่สามารถต่อกรกับผู้ชายได้ ด้วยจิตใจที่อ่อนไหวกว่า

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ ได้พาเอาคำถามตามมาด้วยเช่นกัน ปอลการ์คือ
“พ่อผู้มองการณ์ไกล” หรือ “พ่อผู้บงการ”?

ซูซานเคยสะท้อนว่า พ่อของเธอผลักดันอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองคิดถูก แต่ในวันที่พวกเธอเติบโตขึ้น สามพี่น้องกลับมองว่า “สุดท้ายแล้วมันก็แค่กระดาน 64 ช่อง ชีวิตยังมีอะไรมากกว่านั้น”

จูดิตเองเมื่อย้อนมองอดีต เธอยอมรับว่า การเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่เธอกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า ความสำเร็จของเธอ 95% มาจาก “ความพยายามและความทุ่มเท” และบางที นั่นอาจเป็นคำตอบที่เรียบง่ายที่สุด

เรื่องราวของครอบครัวปอลการ์ไม่ได้เพียงตั้งคำถามว่า “อัจฉริยะเกิดจากอะไร” แต่ยังชวนให้เรามองกลับมาที่ตัวเอง เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การจะเป็นคนที่ดีขึ้นไม่ได้ต้องรอพรสวรรค์จากฟ้า แค่วันนี้ เราเก่งกว่าเมื่อวาน และพรุ่งนี้เรายังไม่หยุดพยายาม บางที นั่นอาจเพียงพอแล้วครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยุทธศาสตร์ใหม่ของไทยในโลกปัจจุบัน: รบได้ รวยเป็น และตื่นรู้
ยุทธศาสตร์ใหม่ของไทยในโลกปัจจุบัน: รบได้ รวยเป็น และตื่นรู้