News Logo
หน้าแรก
250 ปีสหรัฐอเมริกา: บทเรียน We the People

250 ปีสหรัฐอเมริกา: บทเรียน We the People

12 ก.ค. 2569 17:23
ผู้ชม 22 คน

เช้าของวันที่ 4กรกฎาคม ปีค.ศ. 1776 หรือ 250 ปีที่แล้ว ภายในอาคารศาลากลางเมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ Independence Hall ไม่มีขบวนพาเหรด ไม่มีดอกไม้ไฟ ไม่มีเสียงเฉลิมฉลอง กึกก้องเหมือนวันชาติสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน มีเพียงชายกลุ่มหนึ่งทยอยเดินเข้ามาในห้องประชุม พร้อมความเงียบ ความกดดัน และความไม่แน่นอน ตรงหน้าพวกเขาเป็นเอกสารเพียงไม่กี่หน้า แต่ทุกคน รู้ดีว่าลายเซ็นที่กำลังจะจารึกลงไปอาจแลกมาด้วยชีวิตเพราะนั่นคือ การประกาศตัดขาดจากจักรวรรดิอังกฤษ มหาอำนาจที่ปกครองพวกเขามาอย่างยาวนาน

วันนั้นจึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการต่อสู้ หากเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยากลำบาก สงครามประกาศอิสรภาพดำเนินต่อไปอีกถึง 8 ปี กว่าอังกฤษจะยอมถอนทัพในปี ค.ศ. 1783 แม้ว่าจะได้รับเอกราชแล้ว แต่ปัญหาที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น

ทั้ง 13 มลรัฐต่างปกครองตนเอง รัฐบาลกลางแทบไม่มีอำนาจเก็บภาษี ไม่มีงบประมาณ ไม่มีศักยภาพในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ละรัฐตั้งกำแพงภาษีระหว่างกัน พิมพ์ธนบัตรของตนเอง แข่งขันกันทางเศรษฐกิจ จนประเทศที่เพิ่งถือกำเนิดเกือบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อเกิดการก่อจลาจลของชาวนา ในรัฐแมสซาชูเซตส์จากปัญหาหนี้สิน รัฐบาลกลางกลับไม่มีกำลังแม้แต่จะรักษาความสงบ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผู้นำหลายคนเริ่มตระหนักว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ อิสรภาพที่ได้มาด้วยเลือดเนื้ออาจสูญสลายไปในเวลาไม่นาน

วันที่ 25 พฤษภาคม ปีค.ศ. 1787 ผู้แทนของแต่ละรัฐจึงกลับมาพบกันอีกครั้งที่เมืองฟิลาเดลเฟีย โดยมีนายพลจอร์จ วอชิงตัน เป็นประธาน เดิมทีพวกเขาตั้งใจเพียงแก้ไขกติกาเดิม แต่หลังจากถกเถียงกันอย่างหนัก กลับตัดสินใจท าในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด นั่นคือ "ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ" ตลอดหลายเดือนของการประชุม ความเห็นที่แตกต่างเกิดขึ้นแทบทุกประเด็น รัฐใหญ่ต้องการอ านาจมากกว่า ขณะที่รัฐเล็กเรียกร้องความเท่าเทียม การประชุมหลายครั้งเกือบล่ม ผู้แทนบางคนถึงกับเก็บกระเป๋าเตรียม เดินทางกลับแต่สุดท้าย สิ่งที่ทำให้การประชุมประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะ หากเป็นเพราะทุกฝ่ายยอมแพ้ในบางเรื่อง รัฐใหญ่ยอมลดความได้เปรียบรัฐเล็กยอมเปิดพื้นที ่ให้รัฐบาลกลางมีอำนาจมากขึ้น จากการยอมคนละก้าวจึงเกิดระบบสองสภา สภาผู้แทนราษฎรใช้จำนวนประชากรเป็นเกณฑ์ขณะที่วุฒิสภาให้ทุกรัฐมีสมาชิกเท่ากันคือรัฐละ 2 คน ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก

พวกเขายังยอมรับข้อตกลงที่คนรุ่นหลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เช่น การนับทาสเป็นประชากร สามในห้าส่วนเพื่อคำนวณจ านวนผู้แทน ทั้งที่ทาสไม่มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงออกแบบวิธีเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ไม่ให้ประชาชนเลือกโดยตรง แต่เลือกผ่าน "คณะผู้เลือกตั้ง" (Electoral College)ซึ่งยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน รัฐธรรมนูญฉบับนั้นจึงไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบแต่เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้ประเทศซึ่งเกือบล่มสลายสามารถเดินหน้าต่อได้สิ่งที่น่าประทับใจที่สุด ไม่ใช่อัจฉริยภาพของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หากเป็นวิธีคิดของพวกเขา พวกเขาไม่เคยเชื่อว่ามนุษย์สมบูรณ์แบบ จึงไม่ออกแบบประเทศโดยฝากความหวังไว้กับ "คนดี" เพียงคนเดียว แต่เลือกสร้าง "ระบบที่ดี" เพื่อให้คนธรรมดาซึ่งล้วนมีทั้งข้อดีและข้อบกพร่องสามารถทำงานร่วมกันได้ พวกเขาไม่ได้ออกแบบกติกาสำหรับวันที่ทุกคนเห็นพ้องกัน แต่กลับออกแบบกติกา สำหรับวันที่ทุกคนเห็นต่าง เพราะรู้ดีว่าความเห็นต่างไม ่ใช่ปัญหาแต่ปัญหาคือจะทำอย่างไรไม่ให้ความเห็นต่างกลายเป็นความแตกแยก

คุณค่าของรัฐธรรมนูญถูกทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า หนึ่งในบททดสอบสำคัญเกิดขึ้นในคืนวันที่ 6 มกราคม ปีค.ศ. 2021 หลังผู้ชุมนุมบุกเข้าอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่และมีผู้เสียชีวิต แม้เหตุการณ์ภายนอกจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ภายในอาคารเมื่อการประชุมกลับมาเปิดอีกครั้งรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ในฐานะประธานวุฒิสภา ยังคงดำเนินการรับรองผลการเลือกตั้งที่โจเซฟ ไบเดน เป็นผู้ชนะ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้เขาปฏิเสธผลการเลือกตั้ง

ภายหลังเพนซ์อธิบายเหตุผลอย่างเรียบง่าย ในวันที่เข้ารับตำแหน่งเขาวางมือบนพระคัมภีร์ และกล่าวคำปฏิญาณว่าจะพิทักษ์รัฐธรรมนูญจากศัตรูทั้งภายในและภายนอกประเทศ "ผมไม่มีอำนาจทำสิ่งนั้น รัฐธรรมนูญไม่ได้มอบอำนาจนั้นให้ผม หน้าที่ของผมมีเพียงทำตามคำปฏิญาณ" ประโยคสั้น ๆ นี้ สะท้อนว่า ส าหรับบางคนความจงรักภักดีต่อรัฐธรรมนูญส าคัญกว่าความจงรักภักดีต่อบุคคล

.

.

ปัจจุบัน รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภายใต้กระจกที่ค่อนข้างหม่นมัวจนแทบอ่านข้อความไม่ได้ แต่มีคำสองคำที่ยังมองเห็นชัดอยู่เสมอ We the People"เราประชาชน"สองคำนี้ไม่ใช่เพียงประโยคเปิดของรัฐธรรมนูญ หากเป็นคำอธิบายว่า อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของประชาชน

ในตอนท้ายของสารคดี The American Experiment ผู้ก ากับ ไบรอัน แนปเพินเบอร์เกอร์ กล่าวไว้อย่างน่าคิดว่า เมื่อปีค.ศ. 1776 อเมริกาเป็นเพียงอดีตอาณานิคม 13 แห่ง มีประชากรราว 3-4 ล้านคน วันนี้กลายเป็นประเทศที่มีประชากรกว่า 350 ล้านคน และเป็นหนึ่งในประเทศที่ทรงอิทธิพล ที่สุดของโลก เขาเชื่อว่ารัฐธรรมนูญมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จนั้น

แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุด คือประโยคสุดท้ายของเขา "ทุกครั้งที่เราตื่นขึ้นมา เราจะถามตัวเองว่า ธงชาติยังอยู่ไหม... และคำตอบขึ้นอยู่กับพวกเรา" บางทีความยิ่งใหญ่ของประเทศหนึ่งอาจไม่ได้อยู่ที่ การมีรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่อยู่ที่การมีผู้คนจำนวนมากพอที่พร้อมจะรักษาหลักการของรัฐธรรมนูญ แม้ในวันที่มันไม่เป็นประโยชน์กับตัวเองก็ตาม

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การทดสอบขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ของจีนกับความมั่นคงในภูมิภาค
การทดสอบขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ของจีนกับความมั่นคงในภูมิภาค