News Logo
หน้าแรก
ตามหา “เครื่องปั้นดินเผา” ภูมิปัญญาจากเมืองมอญสู่เมืองนนท์

ตามหา “เครื่องปั้นดินเผา” ภูมิปัญญาจากเมืองมอญสู่เมืองนนท์

18 ส.ค. 2569 01:16
ผู้ชม 1 คน

พูดถึง "เกาะเกร็ด" คนส่วนใหญ่จะนึกถึงชุมชนชาวมอญริมแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดนนทบุรี เพราะที่นี่เป็นถิ่นฐานของชาวไทยเชื้อสายมอญมานานกว่า 200 ปี

เกาะเกร็ดเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวด้านวิถีชุมชนมานาน โดยนำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวมอญมาเป็นจุดขาย สิ่งหนึ่งที่เป็นภาพจำของทุกคนก็คือ ‘เครื่องปั้นดินเผา’

ผมเดินทางมาเกาะเกร็ดเพื่อตามหาเรื่องราวของเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นภูมิปัญญาสืบทอดจากเมืองมอญสู่เมืองนนทบุรีในอดีตต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

เริ่มต้นจากลงเรือข้ามฟากที่ท่าน้ำวัดสนามเหนือฝั่งปากเกร็ดไปขึ้นที่ท่าหน้าวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร

วัดนี้เดิมเรียกว่าวัดปากอ่าว สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยอยุธยา ชาวมอญอพยพสมัยกรุงธนบุรีเข้าบูรณะกลายเป็นวัดมอญเรียกว่า ‘เภี่ยมุเกี๊ยะเติ้ง’ (วัดแหลมที่ยื่นไปในน้ำ)

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งวัดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยยิกาเธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร ผู้ทรงอภิบาลพระองค์มาแต่ทรงพระเยาว์ และพระราชทานนามว่า ‘วัดปรมัยยิกาวาส’ มีความหมายว่า “วัดของพระบรมอัยยิกา”

พระอุโบสถวัดนี้มีงานจิตรกรรมฝาผนังแบบไทยประยุกต์สอดแทรกศิลปะตะวันตก บานประตูและหน้าต่างประดับปูนปั้นแกะดุนผสมผสานลวดลายแบบยุโรป ส่วนพระวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ และพระนนทมุนินท์ พระพุทธรูปประจำเมืองนนทบุรี

(1)	ภายในหอไทยนิทัศน์เครื่องปั้นดินเผา จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดทั้งเก่าและใหม่หลากหลายรูปแบบ

(1) ภายในหอไทยนิทัศน์เครื่องปั้นดินเผา จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดทั้งเก่าและใหม่หลากหลายรูปแบบ

แต่หมุดหมายของการมาครั้งนี้อยู่ที่ ‘หอไทยนิทัศน์เครื่องปั้นดินเผา’ ที่ชั้นล่างของอาคารพิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาส ซึ่งรวบรวมและจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาประเภทต่าง ๆ จากฝีมือช่างชาวมอญบนเกาะเกร็ด

ผลงานมีทั้งเครื่องปั้นดินเผารุ่นเก่าและใหม่ ทั้งแบบธรรมดาที่ใช้ในครัวเรือน และแบบที่สลักลวดลายวิจิตรงดงาม ตลอดจนเรื่องราวเส้นทางการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

มาดูกันว่าการทำเครื่องปั้นดินเผาของชาวมอญเกาะเกร็ดมีลักษณะพิเศษอย่างไร

เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดเป็นประเภทเนื้อดินไม่เคลือบผิว (Earthenware) ทำจากดินเหนียวเนื้อละเอียด เผาด้วยอุณหภูมิสูงในเตาประทุนแบบโบราณ ผิวมัน ทนทาน สีสันสวยงามตามธรรมชาติ

สีที่ได้มีตั้งแต่สีส้มอ่อนจนถึงสีแดงอมส้ม ความต่างของสีขึ้นกับปริมาณของเหล็กออกไซด์ในเนื้อดินและอุณหภูมิที่ใช้ในกระบวนการเผา ธาตุเหล็กยิ่งมาก อุณหภูมิยิ่งสูง สีที่ได้จะเข้มขึ้น

ในห้องจัดแสดงผลงานส่วนใหญ่เป็นโทนสีส้ม แต่จำนวนหนึ่งเป็นสีดำสนิท สอบถามผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ได้ความว่า “ปกติเผาด้วยไม้ฟืนจะได้สีส้ม ถ้าต้องการชิ้นงานสีดำต้องเพิ่มแกลบหรือขี้เลื่อย”

ตามหลักวิทยาศาสตร์ ดินเหนียวที่นำมาปั้นมีสารประกอบของเหล็กผสมอยู่ เมื่อเผาด้วยความร้อนสูงจนดินสุก เหล็กออกไซด์ (Iron Oxide) จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในเตาเผา เกิดเป็น Red Iron Oxide ที่ให้สีแดงหรือสีส้มตามธรรมชาติ

ส่วนแกลบหรือขี้เลื่อยเป็นตัวช่วยรมควันและเพิ่มคาร์บอนในสภาพแวดล้อมที่ไร้ออกซิเจน กระบวนการนี้ช่างจะใส่แกลบดิบหรือขี้เลื่อยลงไปกลบชิ้นงานหลังจากอุณหภูมิในเตาเผาสูงได้ที่ (700 - 900 องศาเซลเซียส) แล้วปิดเตาให้สนิททันที

แกลบหรือขี้เลื่อยที่โดนความร้อนสูงแต่ไม่มีออกซิเจนให้ลุกเป็นไฟ จะเปลี่ยนสภาพเป็นควันดำและถ่านอย่างรวดเร็ว อนุภาคคาร์บอนจะแทรกซึมเข้าไปฝังตัวในรูพรุนของเนื้อดินจนกลายเป็นสีดำสนิทจากเนื้อใน

ถ้าช่างขัดผิวชิ้นงานจนเนียนลื่นก่อนเผา ผลงานที่ได้จะมีสีดำมันเลื่อมโดยไม่เคลือบ

(2)	งานเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดโดดเด่นด้วยรูปทรงงดงามและลวดลายวิจิตรจากหลากหลากเทคนิค

(2) งานเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดโดดเด่นด้วยรูปทรงงดงามและลวดลายวิจิตรจากหลากหลากเทคนิค

นอกจากรูปทรงที่มีเอกลักษณ์ตามศิลปะแบบมอญดั้งเดิม เครื่องปั้นดินเผาของเกาะเกร็ดยังพัฒนาลวดลายจนโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ด้วยเทคนิคหลากหลายมีทั้ง ลายขูดขีด ลายฉลุ ลายแกะสลัก และลายกดประทับ

โดยเฉพาะการแกะสลักลวดลายทำได้อย่างวิจิตรบรรจง โดยได้แรงบันดาลจากธรรมชาติและความเชื่อทางพุทธศาสนา อาทิ ลายพรรณพฤกษา ลายกลีบบัว ลายรูปสัตว์ ลายเทพนม ลายพวงมาลัย ลายฉลุโปร่ง

เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดที่เชิดหน้าชูตาเรียกว่า ‘หม้อน้ำลายวิจิตร’ เป็นหม้อดินเผาเนื้อนวลสีแดงหรือส้มอ่อน มีจุดเด่นที่การแกะสลักลวดลายไทยประณีตงดงาม ทั้งส่วนปาก ตัว และฐานหม้อ นิยมใช้เป็นของที่ระลึก หรือของตกแต่งบ้าน

ถือเป็นการพัฒนาลวดลายที่สวยงามวิจิตรสมชื่อ จนได้รับเลือกให้เป็นตราประจำจังหวัดนนทบุรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 เพื่อสื่อถึงการทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นอาชีพดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงของชาวนนทบุรีมาช้านาน

หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดจังหวัดนนทบุรีจึงมีชาวมอญอยู่เป็นจำนวนมาก เรื่องนี้มีที่มาจากชาวมอญอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารหลายระลอก นับแต่สมัยอยุธยาตอนปลายเป็นต้นมา

แต่การอพยพครั้งสำคัญเกิดขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทำให้มีชาวมอญตั้งบ้านเรือนตลอดริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากเมืองนนทบุรีถึงเมืองสามโคก (ปทุมธานี)

สำหรับเกาะเกร็ดซึ่งมีชาวมอญอพยพมาจากเมืองหงสาวดี มะละแหม่ง และเมาะตะมะ เมื่อพบว่าเกาะเกร็ดมีแหล่งดินเหนียวคุณภาพดีจึงนำภูมิปัญญาที่ติดตัวมาประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาจนเจริญรุ่งเรือง

เครื่องปั้นดินเผานนทบุรีเคยเป็นสินค้าที่ใช้กันแพร่หลาย ทั้งโอ่ง อ่าง ครก ของเกาะเกร็ด และหม้อข้าวหม้อแกง เตาขนมครก ของบ้านบางตะนาวศรี (ตำบลสวนใหญ่) สร้างรายได้ให้แก่จังหวัดนนทบุรีเป็นจำนวนมาก

สินค้าเหล่านี้จะถูกใส่เรือนำไปขายตามจังหวัดต่าง ๆ ที่เป็นตลาดสำคัญ อาทิ นครสวรรค์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ ปราจีนบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ซึ่งจะกระจายสินค้าต่อไปยังท้องถิ่นอื่น ๆ ส่วนในกรุงเทพฯ มีตลาดใหญ่อยู่ปากคลองโอ่งอ่างและตลาดนางเลิ้ง

กล่าวกันว่าในยุคเฟื่องฟูชาวมอญเกาะเกร็ดเกือบทุกบ้านจะมีเตาเผาของตนเอง หรือไม่ก็เป็นของชุมชนที่ชาวบ้านใช้ร่วมกัน เตาเผาขนาดใหญ่ใช้เผาชิ้นงานใหญ่ ๆ ได้ครั้งละจำนวนมาก ชาวบ้านเรียกว่า “เตาหลังเต่า” ภายในพิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาสมีจำลองไว้

แต่การเยือนเกาะเกร็ดคราวนี้ผู้เขียนได้เข้าไปชมเตาหลังเต่าของจริงที่โรงงานเครื่องปั้นดินเผาป้าตุ่ม ซึ่งสืบทอดอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผามาเป็นรุ่นที่ 4

ทายาทป้าตุ่ม (รุ่นที่ 5) ยืนยันว่าเป็นเตาโบราณที่ใช้ต่อเนื่องกันมานานกว่า 100 ปี เพียงลดขนาดเตาให้เล็กลงเพื่อประหยัดค่าเชื้อเพลิงจากไม้ฟืน เพราะไม่มีการผลิตชิ้นงานขนาดใหญ่อีกแล้ว

เครื่องปั้นดินเผา_12_0

เครื่องปั้นดินเผา_12_0

ปัจจุบันเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดไม่ได้รับความนิยมดังเดิม เนื่องจากความต้องการใช้เครื่องปั้นดินเผาลดน้อยลงจากการเข้ามาแทนที่ของวัสดุอุปกรณ์สมัยใหม่ เช่น พลาสติก แก้ว หรือเซรามิค ทำให้ชาวบ้านหรือช่างปั้นหันไปประกอบอาชีพอื่น ๆ คงเหลือเพียงไม่กี่ครัวเรือนที่ยังสืบทอดกิจการมาถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ทายาทรุ่นใหม่ของหมู่บ้านโอ่งอ่างในอดีตหลายรายยังพยายามสืบสานภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาของชาวมอญด้วยการเปิดเวิร์กช็อปสอนปั้นดินสดแก่ผู้ที่สนใจ

ขณะเดียวกันก็พัฒนารูปแบบของงานให้ตอบสนองต่อวิถีชีวิตปัจจุบันด้วยการรับผลิตตามความต้องการของลูกค้า หรือต่อยอดสู่การผลิตเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่มีคุณค่าสูง โดยมีจุดแข็งที่เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2553 เป็นแรงหนุนอีกปัจจัย

หากใครไปเยือนเกาะเกร็ดเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ สามารถแวะชม ‘หอไทยนิทัศน์เครื่องปั้นดินเผา’ ได้ฟรี ทางวัดปรมัยยิกาวาสเปิดให้เข้าชมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น.

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีจดหมายถึงอาม่า: เมื่ออำนาจรัฐทำลายครอบครัวหนึ่ง
ไม่มีจดหมายถึงอาม่า: เมื่ออำนาจรัฐทำลายครอบครัวหนึ่ง