ในช่วงปฐมวัย ทุกคนจะมีโอกาสได้ร่วมงานสวดพระอภิธรรมและฌาปนกิจบ่อยครั้ง ในงานเจ้าภาพจะจัดให้มีการสวด มีการถวายผ้าไตรและถวายจตุปัจจัยให้พระ และมีการกรวดน้ำ เจ้าภาพจัดให้แขกในงานจุดธูปเทียน และ มีการถวายของพระ
แขกที่มาร่วมงานได้ให้กำลังใจลูกหลานและญาติผู้วายชนม์ แขกที่มาร่วมงานบ้างได้พบญาติสนิท มิตรสหาย ได้พบเพื่อนร่วมรุ่นร่วมกลุ่ม และได้พบเพื่อนฝูงคนรู้จัก
ที่สำคัญได้กราบและรำลึกผู้วายชนม์ การกล่าวถึงผู้วายชนม์มักดำเนินการในวันฌาปนกิจ แต่บางงานเจ้าภาพมีการกล่าวถึงประวัติผู้วายชนม์ในการสวดพระอภิธรรมแต่ละวัน ส่วนใหญ่ไม่มี
ความแตกต่างที่โดดเด่น และ มีการกล่าวถึงกันทั่วไป คือ พิธีธรรมในงานสวดพระอภิธรรมและฌาปนกิจของวัดชลประทาน ที่มีความแตกต่างจากวัดอื่นๆ ไม่เหมือนวัดใด และ รูปแบบนี้ยังจำกัดอยู่มาก ในขณะที่น่าจะสร้างการมีส่วนร่วมในพระธรรมคำสอนตามหลักศาสนาได้เป็นอย่างดี
เจ้าภาพที่เลือก“พิธีธรรม” ที่วัดชลประทาน น่าจะมีจุดมุ่งหมายให้ผู้ร่วมงานได้มีโอกาสในพิธีธรรม นอกจาก ”พิธีกรรม“ ที่ได้มีโอกาสในงานที่ต่างๆโดยทั่วไป ตามเจตนาของการจัดงาน
ครั้งนี้ได้มีโอกาสร่วมงานพิธีของ คุณแม่ของ คุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ บรรณาธิการ Next News กัลยาณมิตร ที่ได้กรุณามีเมตตาให้ได้เผยแพร่สื่อสารสาธารณะในประโยชน์สังคมอยู่เนืองๆ นอกจากได้มีโอกาสแสดงความเสียใจ กราบผู้วายชนม์ ร่วมทำบุญ ฟังสวดจากพระ และ ทักทายผู้รู้จักที่มาร่วมงานแล้ว ได้ทราบว่างานวันนี้มีผู้มีบทบาทสำคัญมาร่วมเป็นเกียรติแก่เจ้าภาพ เช่น อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าธนาคารชาติ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ( อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข) แสดงว่า เจ้าภาพมีมิตรสหายหลายวงการ และ ได้นำพาท่านเหล่านั้นมาสัมผัส พิธีธรรม ของวัดชลประทาน อันอุดมด้วยพุทธอัตตลักษณ์ที่เหมาะสมยิ่ง
ก่อนจะ กล่าวถึง อัตตลักษณ์“พิธีธรรม”ของวัดชลประทาน มีหลายเรื่องที่ควรกล่าวถึง ได้แก่ การที่ วัดชลประทานจัดให้ผู้มาร่วมงานทุกท่านทุกงานทุกศาลาสามารถรับประทานอาหาร โดยปิดครัวกลางก่อนหกโมงเย็น ผู้ทานอาหารล้างจานชามช้อนด้วยตนเอง รวมทั้งการทิ้งเศษอาหารแยกขยะ เพื่อการรีไซเคิล ถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญที่ไม่มีใครเหมือน เมื่อเข้าร่วมงานจะมีเพียงน้ำดื่มที่ผู้จัดงานมอบให้แขกผู้ร่วมงาน หลวงพ่อจะเทศน์บอกว่า ไม่มีการทานไปฟังสวดไป หรือ คุยไปฟังสวดไป อยากให้ตั้งใจฟัง รับคำสอน รับธรรม รับบุญ
การแจ้งงดพวงหรีด งดพัดลม ของทางวัด ถือเป็นการเปลี่ยนรูปแบบที่สำคัญของวัด ที่ให้เหตุผลว่า หลังงานจะเป็นภาระของวัดที่จะต้องออกแรงจัดการไม่มีที่ที่จะทิ้ง ส่วนพัดลมก็เต็มวัดไปหมดแล้ว ในด้านหน้าของหีบที่บรรจุร่างผู้วายชนม์ จึงมีรูปของท่านที่โดดเด่นและการตบแต่ง ดอกไม้ตามที่ผู้จัดดำเนินการ
”พิธีธรรม“ ที่สำคัญที่สุดที่หาไม่ได้ คือ การเทศน์ของพระวัดชลประทาน ในวัดอื่น การฟังสวดจะเป็นบทสวดภาษาบาลีที่น้อยคนเข้าใจความ มีบางวัดอาจมีบทสวดที่มีคำไทยอยู่บ้างที่เตือนสตืเรื่องการเกิดแก่เจ็บตายว่าเป็นธรรมดา
เทศน์ของวัดชลประทาน จะใช้เวลาประมาณยี่สิบถึงสามสิบนาทีตามแต่พระที่มาเทศน์จัดสรรธรรมะให้ จากนั้นจึงเป็นพิธีสวดที่ไม่ยาวและทำพิธีตามขั้นตอน
ในวันนี้ พระท่านเทศน์ เรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย และ กรรม ท่านบรรยายการเกิด ซึ่งเป็น ปัจฉิมวัย แห่งชีวิต ที่มีพลังมากที่สุด เจริญเติบโตในทุดด้าน ท่านให้มัชฌิมวัยเริ่มที่สามสิบสามปี และ ปัจฉิมวัย เริ่มที่หกสิบปี ท่านกล่าวว่าถึงมัชฉิมวัย ทุกส่วนจะหย่อนไปตามวัยยกเว้น หูที่จะตึง และเมื่อเข้าสู่วัยนี้ ความเป็นธรรมดา ของ การแก่ การเจ็บ ก็จะตามมา ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อะไรอะไรก็จะไม่เหมือนเดิม และ ต้องไม่ประมาท
สุดท้ายของความเป็นธรรมดา คือ การตาย ที่จะเกิดเมื่อใดไม่มีใครรู้ ทั้งหมดนี้ คือ กรรม ของแต่ละคนที่มีมา เป็นธรรมดาของทุกคนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ก่อนเทศนา ท่านขอให้ทุกคนยืนสวดมนต์ ภาวนา ก่อนบรรยายธรรมท่านขอให้ทุกคนตั้งใจฟัง จดจ่อ คิดตามสิ่งที่ท่านแสดง การตั้งใจฟังจึงจะเป็นประโยชน์
ในการฟังครั้งนี้ จึงไม่เพียงเนื้อหาของพิธีธรรมที่จัดแสดง แต่ ได้พบสัมผัส “วิถีธรรม” ที่ บุคคลสามารถเรียนรู้ หากได้ใช้วิถีพุทธ ได้แก่ สุตมยปัญญา จินตมยปัญญา และ โยนิโสมนัสสิการ จึงจะได้ยิน (hear) ไม่เพียงฟัง (listen) ทั้งสาระธรรมและวิธีธรรม ที่ได้มาบรรจบ จึงเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่สร้างสุขภาวะทางปัญญา อันเป็นหนึ่งในสี่ของมิติสุขภาพ ที่ประกอบด้วย สุขภาวะทางกาย ทางใจ ทางสังคมสิ่งแวดล้อม และ สุขภาวะทางปัญญา
การมาร่วมงานสวดพระอภิธรรม ของ มารดาของ บรรณาธิการ Next News จึงเป็น โอกาสเรียนรู้ สุขภาวะทางปัญญา (Spiritual Health) ภายใต้ สุขภาวะสังคมและสิ่งแวดล้อม (Social and Environmental Health) ของ บรรรยากาศและการจัดงาน ที่ถึงพร้อมด้วย สัปปายะ อย่างยิ่ง.
หากการจัดงานสวดอภิธรรมและฌาปนกิจในสังคมไทย สามารถสมาทานพิธีธรรม เช่นเดียวกับวัดชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสนับสนุนของภาครัฐ น่าจะช่วยเสริมสร้างสุขภาวะทางปัญญาแก่ประชาชนอีกมิใช่น้อย.




