ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR ฉายภาพการทำธุรกิจผ่าน Platform ที่สามารถเติบโตควบคู่ความยั่งยืน อยากเห็นองค์กรเปลี่ยนแนวความคิดจาก License to Operate เป็น License to Feel Good เน้นการทำธุรกิจที่เป็นธรรม องค์กรมีกำไร พนักงานมีความสุข และชุมชนมีโอกาส
ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวในหัวข้อ The Power of WE : จุดประกายและขยายผลพลังของ“ความร่วมมือ” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยืน ในงาน Sustainable Spark by PTT Group ภายใต้แนวคิด "Sparking the Future: พลังจุดประกายอนาคต" ของกลุ่ม ปตท. ตอนหนึ่งว่า OR ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ด้านแรก OR อาศัย Physical Platform ที่แข็งแกร่งทั้งสถานีบริการ PTT Station กว่า 2,410 แห่ง ขายน้ำมันอยู่ 26 ล้านลิตร และเปิดร้าน Café Amazon กว่า 4,705 สาขา ครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ พื้นที่ที่ใช้สำหรับปั๊มน้ำมันมีแค่ 20% ที่เหลือ 80% เป็นพื้นที่แห่งโอกาสหรือให้โอกาสคนประมาณ 13.5 ล้านตารางเมตรและมี Digital Platform อีก 10 ล้านคน เท่ากับสร้างโอกาสให้คนไทยโตไปพร้อมกับ OR
สำหรับ 3 ด้านหลักที่ได้ดำเนินการมาคือ โครงการไทยเด็ดที่นำของดีชุมชนมาจำหน่ายยังสถานีน้ำมันกว่า 400 แห่ง สร้างรายได้ให้ SMEs ประมาณ 160 กว่าล้านบาทต่ปี เช่น ผลิตภัณฑ์ปั้นขลิบซึ่งเป็นขนมจากพัทลุงที่ขยายจากชุมชนเป็นผลิตภัณฑ์ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาคและกำลังจะเป็นของเด็ดประจำประเทศไทย ซึ่งมีขายเกือบทุกที่ในร้านอเมซอน มียอดขายจาก 3 แสนกว่าบาทต่อปี เพิ่มเป็น 30 กว่าล้านบาทต่อปี หรือผลิตภัณฑ์กล้วยตาก และมะขามแก้วจากพิจิตรมียอดขายรวมกันกว่า 20 ล้านบาทต่อปี
ต่อมาคือโครงการพื้นที่ปันสุข โดยให้เกษตรกรนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมาขายในปั๊มน้ำมันโดยมีอยู่ใน 370 กว่าปั๊ม สร้างรายได้ประมาณ 10 กว่าล้านบาทต่อปี โครงการที่ 3 คือ ร้านกาแฟอเมซอนที่แฟร์กับคนปลูกเพราะกาแฟที่ใช้ 6,000 กว่าตันต่อปี อะราบิกา 4,000 และโรบัสตา 2,000 ที่ซื้อจากผู้ผลิตโดยตรงเงินจะไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกโดยตรง ยังแฟร์กับคนชงที่ได้โอกาส
อีกทั้งยังแฟร์กับโลกด้วยการนำแก้วที่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ และเป็นโครงการที่แฟร์กับคนในพื้นที่และผู้มีส่วนได้เสียโดยเปิดโอกาสให้คนไทยได้มีร้านอเมซอนที่เป็นเฟรนไชส์ รวมถึงยังผลักดันให้สินค้าชุมชนหรือของดีชุมชนให้กระจายไปยังตลาดระดับประเทศ ซึ่งทำให้มีเงินกระจายไปยังชุมชนเกือบ 800 ล้านบาทต่อปี หรืออย่างภัทราเบเกอรีที่นำมาขายในร้านอเมซอนมีรายได้ 500 ล้านบาทต่อปี และสามารถขายภัทราเบเกอรีไปทั่วประเทศแล้ว
ม.ล.ปีกทอง ขยายความถึงแฟร์กับคนชงโดยมีโครงการ Café Amazon for Chance ที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการการได้ยินมาเป็นบาริสต้า และเปิดโอกาสให้ผู้เกษียณอายุ ทหารผ่านศึกที่ต้องการรายได้เข้ามาทำงานร่วมกับอเมซอน สาขาแรกที่เปิดรับคือมหิดลศาลายา เมื่อปี 2561 ถึงวันนี้มี 468 สาขา
นอกจากนั้น ซีอีโอ โออาร์ ทิ้งท้ายด้วยว่า ในแง่ความผูกพันสิ่งที่ต้องสร้าง Key Success Factor คือคนในองค์กรต้องเปลี่ยนแนวความคิดจาก License to Operate (การได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมายและเป็นที่ยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) เป็น License to Feel Good เหมือนการใส่บาตรเหมือนทำบุญ และอยากสร้างความเชื่อมั่นว่าทำอะไรไม่ใช่ว่าทุกครั้งจะประสบความสำเร็จ แต่ต้องมีความพยายาม ที่สำคัญทำธุรกิจที่เป็นธรรมคือองค์กรมีกำไร พนักงานมีความสุข และชุมชนมีโอกาส





