News Logo
หน้าแรก
ครม.นัดพิเศษเคาะลดภาษีสรรพสามิต-เติมเงินบัตรคนจนอีก 100 บาท

ครม.นัดพิเศษเคาะลดภาษีสรรพสามิต-เติมเงินบัตรคนจนอีก 100 บาท

26 มี.ค. 2569 16:32
ผู้ชม 53 คน

ครม.นัดพิเศษเคาะมาตรการช่วย 7 กลุ่มลดผลกระทบจากพิษน้ำมันแพง ไฟเขียวให้คลังลดภาษีสรรพสามิต พร้อมเติมเงินบัตรคนจนอีกเดือนละ 100 บาท ชี้ถ้าทำทันทีต้องขอ กกต.ก่อน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ

หลังการประชุม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษพิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมแถลงข่าวการประชุม

นายเอกนิติ กล่าวว่า การประชุมครม.นัดพิเศษ เพื่อทราบถึงมาตรการที่หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก นอกจากนี้ นายกฯ มอบหมายให้รัฐมนตรี และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการดูแลผลกระทบประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แม้อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ยังสามารถใช้กลไกเครื่องมือต่างๆ ที่ทำได้ กฎหมายส่วนใดมีข้อจำกัดจะให้คณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยพิจารณา

ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในตะวันออกกลางอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนระดับสูง ส่วนประเทศไทยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังช่วยเหลืออยู่ วันนี้ปรับราคาขายปลีกดีเซลอีก 6 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 39 บาท/ลิตร หากเปรียบเทียบราคาในอาเซียนจะพบว่า มาเลเซียอยู่ที่ 45.59 บาท เวียดนาม 47.16 บาท กัมพูชา 57.76 บาท ลาว 64.14 บาท ฟิลิปปินส์ 66.71 บาท สิงคโปร์ 100.26 บาท ทั้งนี้ อินโดนีเซีย และบรูไน ต่ำกว่าประเทศไทย คือ 28.32 บาทและ 7.92 บาท ตามลำดับ

นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนการปรับราคา กองทุนได้อุดหนุนน้ำมันดีเซลอยู่ประมาณ 19 บาทต่อลิตร โดยมีอัตราการไหลออกของเงินทุนประมาณ 1,700 ล้านบาท ส่งผลให้สถานะกองทุนในปัจจุบัน ติดลบรวมประมาณ 38,000 ล้านบาท เหตุผลในการปรับราคาครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนจริง ช่วยลดภาระของกองทุนและลดปัญหาการเก็งกำไรหรือการกักตุนน้ำมันที่เกิดจากส่วนต่างราคากับประเทศเพื่อนบ้านที่มากเกินไป

นายอรรถพล กล่าวว่า ในส่วนของภาคการผลิตโรงกลั่นทุกแห่งมีการผลิตเต็มกำลัง โดยผลิตน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 78 ล้านลิตรต่อวัน และนำน้ำมันจากตัวสำรองเข้ามาช่วยอีกประมาณ 10 ล้านลิตร ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา มีการจ่ายน้ำมันดีเซลออกไปจริงประมาณ 85 ล้านลิตรต่อวัน สูงกว่าความต้องการปกติในช่วงเดือนมกราคมที่เฉลี่ยเพียง 67 ล้านลิตรต่อวัน นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ค้ามาตรา 7จ่ายน้ำมันผ่านช่องทางจ็อบเบอร์ เพื่อให้ยอดการจ่ายน้ำมันกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ ยอดรวมการจ่ายน้ำมันที่สูงกว่า 80 ล้านลิตรนั้น ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับความต้องการในช่วงปกติที่ไม่เกิน 70 ล้านลิตรต่อวัน

นางศุภจี กล่าวว่า สั่งการให้กรมการค้าภายในบูรณาการการทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ 59 รายการ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา มีประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อทบทวนและพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเพิ่มสินค้าควบคุม ซึ่งจะเสนอ ครม. พิจารณาอีก 7 รายการ เช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส น้ำปลา และซีอิ๊ว เป็นต้น

นางศุภจี กล่าวว่า กกร.ยังยกระดับมาตรการควบคุมราคาสินค้าให้เข้มข้นขึ้น โดยสินค้ากลุ่มควบคุมเข้มงวด (ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา) และที่ประชุมมีมติให้ขยับสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการจากเดิมที่เพียงแค่แจ้งราคา เปลี่ยนเป็นต้องได้รับอนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อนปรับขึ้นราคาเท่านั้น ส่วนสินค้ากลุ่มเฝ้าระวังต้องแจ้งรายละเอียดก่อนปรับราคา สำหรับสินค้าที่มีความจำเป็น เช่น น้ำตาลทราย และรายการอื่นๆ ผู้ประกอบการต้องแจ้งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงราคาให้กระทรวงฯ ทราบล่วงหน้า เพื่อให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาได้อย่างเหมาะสม

นางศุภจี กล่าวว่า เรื่องเกษตรกร เรื่องของปุ๋ย ที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบเกี่ยวข้องกับปิโตรเคมี มีสต็อกถึงเมเมษายน และหาวัตถุดิบเพิ่มเติม แต่อาจมีราคาแตกต่างกันไป จึงจะมีมาตรการเยียวยา เพื่อบรรเทาผลกระทบ ให้เกษตรกร

ด้านนายลวรณ กล่าวว่า ครม.พิเศษมีมติเห็นชอบ 7 มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อภาคประชาชนและผู้ประกอบการ ได้แก่

1.ครม.มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังกลับไปพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในอัตราเท่าไร และระยะเวลาเท่าใด ตามความเหมาะสม

2.ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคอีก 100 บาทต่อคนต่อเดือน (จากเดิม 300 บาท เป็น 400 บาท) โดยจะเริ่มดำเนินการ 1 เดือนในช่วงรัฐบาลรักษาการ และประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าดำเนินการต่อไปหรือไม่ ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรประมาณ 13.3 ล้านคน ใช้เงินงบประมาณราว 1,300 ล้านบาท

3.กลุ่มขนส่ง ดูแลทั้งรถบรรทุก รถโดยสาร และรถจักรยานยนต์รับจ้าง

4.ภาคเกษตรกร เรื่องปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์มีโครงการ "ธงเขียว" การสนับสนุนค่าปุ๋ยร่วมกับ "บัตรดินดี" ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการนำเข้า

5.กลุ่มประมง บรรเทาผลกระทบด้วยการสนับสนุนให้ใช้ น้ำมัน B20 มีราคาต่ำกว่าน้ำมันปกติ 5-6 บาท

6.กลุ่มคู่สัญญากับภาครัฐ กลุ่มก่อสร้าง อุตสาหกรรมไม่มีน้ำมันอาจทำให้สะดุด ไม่สามารถเดินครื่องจักรได้ การส่งมอบงานอาจล่าช้าไป พิจารณาขยายระยะเวลาตรวจรับงานตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี อีกส่วนคือชดเชยค่า K

7.ผู้ประกอบการ SME ธนาคารออมสินเตรียมวงเงิน Soft Loan 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อยในทั้งซัพพลายเชน

นายลวรณกล่าวว่า มาตรการลดภาษีสรรพสามิต และการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากจะทำทันทีจะต้องไปขออนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ก่อน เพราะขณะนี้เป็นรัฐบาลรักษาการ หรือไม่ก็ต้องรอมีรัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อน

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม เน้นการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า เพื่อลดผลกระทบต่อค่าโดยสารและค่าขนส่งน้อยที่สุด ทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ จะใช้ระบบ GPS ติดตามการใช้งานจริงเพื่อสนับสนุนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ให้ผู้ประกอบการ สำหรับรถโดยสารขนาดเล็กและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ต้องลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อเข้าสู่ระบบ Tracking เพื่อติดตามว่ามีการใช้จริงก่อนรับเงินช่วยเหลือตามการใช้งานจริง

@ “ศุภจี”แจยิบมาตรการดูแลราคาสินค้าสู้วิกฤตน้ำมัน เร่งช่วยลดค่าครองชีพประชาชน

ในวันเดียวกัน ที่กระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ว่า ครม.นัดพิเศษ มีมติเร่งออกมาตรการดูแลผลกระทบจาก สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจ สำหรับกระทรวงพาณิชย์เตรียมดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย“ ร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก-ค้าส่งทั่วประเทศ นำสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในราคาพิเศษ เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำปลา และเครื่องปรุงรส ลดราคา 25- 50% ผ่านสินค้า House Brand ของห้างค้าปลีก โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม เป็นเวลา 2 เดือน และกระจายสินค้าไปยังร้านค้าทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงร้านโชห่วย เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ ยังขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดภายใต้โครงการ “ธงฟ้า” ควบคู่กันในช่วงเดือนมีนาคม-สิงหาคม โดยเน้นเฉพาะพื้นที่จำเป็น

นางศุภจีกล่าวว่า ด้านการควบคุมราคาสินค้า ตามที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เมื่อวันที่ 25 มีนาคม มีมติปรับเพิ่มสินค้าควบคุมจาก 59 รายการ เป็น 66 รายการ โดยรอบแรกเสนอสินค้าควบคุมใหม่ 3 รายการได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส (น้ำปลา ซีอิ้ว) ให้ที่ประชุมครม.พิจารณา เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแล

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

นางศุภจีกล่าวว่า ส่วนมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมเดิม มีการยกระดับมาตรการเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยแบ่งเป็น 1.กลุ่มต้องขออนุญาตก่อนขึ้นราคา จากเดิม 8 รายการ เพิ่มเป็น 15 รายการ เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ และน้ำมันปาล์ม

2.กลุ่มต้องแจ้งก่อนปรับราคา 15 สินค้า 2 บริการ และ3.กลุ่มติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิดรวมถึงซอสปรุงรส อาทิ น้ำปลา ซีอิ้ว นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ที่เป็นสินค้าควบคุมและมีมาตรการแล้ว ซึ่งจะมีการติดตามราคาอย่างใกล้ชิดหากเกิดราคาผันผวน พร้อมจะใช้มาตรการเข้มขึ้น

นางศุภจีกล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ลงตรวจสอบราคาสินค้าและบริการอย่างเข้มงวด ล่าสุด ณ วันที่ 26 มีนาคม ได้ตรวจสถานีบริการน้ำมัน 1,935 แห่ง ร้านค้าและตลาด 645 แห่ง และร้านปุ๋ย 662 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นตรวจปริมาณสินค้า การแสดงราคา และการจำหน่ายให้ตรงตามราคาที่กำหนด ส่วนภาคเกษตร กระทรวงพาณิชย์เร่งบริหารสต๊อกปุ๋ย พร้อมส่งเสริมการใช้ปุ๋ยทางเลือกและปุ๋ยอินทรีย์ รวมถึงโครงการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” ตั้งเป้าช่วยลดต้นทุนเกษตรกรกว่า 10 ล้านกระสอบ

“น้ำมันเขื้อเพลิงมีสัดส่วนน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อประมาณ 7% การปรับราคาสูงขึ้นจะกระทบต้นทุนด้านพลังงาน อาหาร และการขนส่ง โดยกระทรวงพาณิชย์เตรียมฉากทัศน์รองรับในระดับราคาน้ำมัน 80-120 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล และระดับราคาที่สูงกว่า โดยพร้อมจะเร่งดำเนินมาตรการอย่างทันท่วงที เพื่อให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด”นางศุภจีกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด
'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด