News Logo
หน้าแรก
ส่งออกเม.ย. 69 โตพุ่ง 23.1% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22

ส่งออกเม.ย. 69 โตพุ่ง 23.1% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22

25 พ.ค. 2569 15:59
ผู้ชม 7 คน

สนค.เผยตัวเลขส่งออกเม.ย. 69 ยังขยายตัว 23.1% เป็นบวกต่อเนื่อง 22 เดือนติด ตลาดสหรัฐเติบโต 44.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 31 เดือน ตลาดจีนก็พลิกมาโต 21.9%

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า การส่งออกของไทยในเดือนเมษายน 2569 มีมูลค่า 31,583 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,022,354 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ที่ร้อยละ 23.1 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 25.7 สินค้าหลักที่ขยายตัวยังอยู่ในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอัญมณีและเครื่องประดับ ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 41,604.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 45.0 ดุลการค้า ขาดดุล 10,021.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายนันทพงษ์กล่าวว่า สำหรับการส่งออก 4 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่า 127,752.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.9 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 147,250.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 35.7 ดุลการค้า ขาดดุล 19,497.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายนันทพงษ์กล่าวว่า การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในเดือนเมษายน ขยายตัวร้อยละ 5.5 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร ขยายตัวร้อยละ 17.9 กลับมาขยายตัวในรอบ 9 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 8.9 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 27.5 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 25 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 68.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 25 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สิงคโปร์ และมาเลเซีย) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 9.4 กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า (ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ)

นายนันทพงษ์กล่าวว่า การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวอย่างแข็งแกร่งเกือบทุกตลาด สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตโลกในเดือน เม.ย. ที่เพิ่มขึ้นระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี สะท้อนการเร่งตัวของภาคการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ของประเทศคู่ค้า ท่ามกลางการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์พลิกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง

นายนันทพงษ์กล่าวว่า สำหรับการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 44.2 (ขยายตัวต่อเนื่อง 31 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ทั้งนี้ 4 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 42.4

นายนันทพงษ์กล่าวว่า ตลาดจีน ขยายตัวร้อยละ 21.9 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 4 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 13.3 ส่วนตลาดญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 23.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รวม 4 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 10.9

นายนันทพงษ์กล่าวว่า ตลาดสหภาพยุโรป(อียู) ขยายตัวร้อยละ 19.2 (ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น

เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ยาง รวม 4 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 19.9 สำหรับตลาดอาเซียน ขยายตัวร้อยละ 34.3 (ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น

เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 4 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 26.8

นายนันทพงษ์กล่าวว่า ตลาดทวีปออสเตรเลีย ขยายตัวร้อยละ 53.2 (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเม็ดพลาสติก รวม 4 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 52.1 ขณะที่ตลาดตะวันออกกลาง ขยายตัวร้อยละ 19.3 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แต่รวม 4 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 7.1

"แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วของผู้ประกอบการส่งออกและสายเรือขนส่งสินค้าที่ประเมินความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และเร่งปรับตัวเพื่อรับกับต้นทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยมีภาครัฐร่วมสนับสนุนในการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าและผลักดันการเปิดตลาด ส่วนปัจจัยลบในระยะข้างหน้าอาจเกิดขึ้นจากต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ และปัญหาภัยแล้งจากเอลนีโญที่อาจส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรในช่วงครึ่งหลังของปี กระทรวงพาณิชย์เร่งเดินหน้า 5 นโยบายหลักรับมือวิกฤตซ้อนวิกฤตเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างเป็นระบบ"นายนันทพงษ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI ปฏิวัติแรงงานไทย 8.7 ล้านคนเสี่ยงตกงาน องค์กรลดรับเด็กจบใหม่
AI ปฏิวัติแรงงานไทย 8.7 ล้านคนเสี่ยงตกงาน องค์กรลดรับเด็กจบใหม่