News Logo
หน้าแรก
โรคทางจิตพุ่งทั่วโลก 1,200 ล้านคนป่วย วิตกกังวล-ซึมเศร้าหนักหลังโควิด

โรคทางจิตพุ่งทั่วโลก 1,200 ล้านคนป่วย วิตกกังวล-ซึมเศร้าหนักหลังโควิด

22 พ.ค. 2569 15:54
ผู้ชม 28 คน

ปี 2566 มีประชากรทั่วโลกเกือบ 1 ใน 7 กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต โดยโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นหนักหลังโควิด-19 ขณะที่วัยรุ่นกลายเป็นกลุ่มได้รับผลกระทบมากที่สุด และโรคทางจิตกำลังกลายเป็นหนึ่งในภาระสุขภาพใหญ่ที่สุดของโลก

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าว Next News ได้รวบรวมข้อมูลจากรายงานของ Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME) แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัยนานาชาติ ซึ่งเผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ The Lancet ตามเวลาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่า โลกกำลังเผชิญวิกฤตสุขภาพจิต หลังประชากรเกือบ 1,200 ล้านคนทั่วโลกมีความผิดปกติทางจิตเวชในปี 2566 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ขณะที่โรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้ากลายเป็นปัญหาหลักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19

รายงานระบุว่า ในปี 2566 มีประชากรทั่วโลกประมาณ 1,170 ล้านคน เผชิญโรคทางจิตหรือความผิดปกติทางจิตเวช เพิ่มขึ้น 95.5% จากปี 2533 ที่มีผู้ป่วยราว 599 ล้านคน

การศึกษาระบุว่า แม้การเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งจะมาจากจำนวนประชากรโลกที่มากขึ้น แต่อัตราความชุกที่ปรับตามอายุยังเพิ่มขึ้นอีก 24.2% สะท้อนว่าโรคทางจิตกำลังเพิ่มขึ้นจริงในระดับโครงสร้างของสังคมโลก ไม่ได้เกิดจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลจากโครงการ Global Burden of Disease 2023 หรือ GBD 2023 ยังระบุว่า โรคทางจิตกลายเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการใช้ชีวิตกับความพิการ หรือ Years Lived with Disability คิดเป็น 17.3% ของภาระความพิการทั่วโลก และเป็นสาเหตุอันดับ 5 ของภาระโรครวม หรือ Disability-Adjusted Life Years คิดเป็น 6.1% ของภาระโรคทั้งหมดทั่วโลก

รายงานระบุว่า โรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้าเป็นสองโรคที่พบมากที่สุดและส่งผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยจำนวนผู้ป่วยโรควิตกกังวลเพิ่มขึ้นราว 158% นับตั้งแต่ปี 2533 ส่วนโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นประมาณ 131% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นชัดเจนหลังปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการระบาดโควิด-19

นักวิจัยระบุว่า ผู้หญิงเผชิญภาระโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลสูงกว่าผู้ชาย ขณะที่ผู้ชายมีอัตราสูงกว่าในกลุ่มโรคพัฒนาการทางระบบประสาท เช่น ภาวะสมาธิสั้นและออทิสติกสเปกตรัม นอกจากนี้ กลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ยังเป็นช่วงวัยที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในหลายภูมิภาคของโลก

การศึกษาครอบคลุมโรคทางจิตหลัก 12 ประเภท ใน 204 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ระหว่างปี 2533-2566 โดยใช้ข้อมูลจากงานวิจัย การสำรวจภาคสนาม และแบบจำลองทางสถิติขั้นสูง เพื่อประเมินสถานการณ์สุขภาพจิตที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ข้อมูลจาก EurekAlert! ซึ่งอ้างอิงรายงานของ The Lancet ระบุว่า โรคทางจิตได้กลายเป็นสาเหตุสำคัญด้านความพิการของโลก แซงหน้าหลายโรคสำคัญ ทั้งโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

รายงานระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคทางจิตเพิ่มขึ้นประกอบด้วยการขยายตัวของประชากรโลก การเข้าถึงการวินิจฉัยที่ดีขึ้น ความเครียดจากสังคมสมัยใหม่ การระบาดของโควิด-19 การขยายตัวของเมือง และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

แม้หลายประเทศจะพัฒนาระบบรักษาได้ดีขึ้น แต่การเข้าถึงบริการสุขภาพจิตยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ซึ่งยังมีข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และระบบรายงานข้อมูล ทำให้จำนวนผู้ป่วยจริงอาจสูงกว่าที่ประเมินไว้

ในปี 2566 โรคทางจิตทำให้ทั่วโลกสูญเสียช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีรวมกว่า 171 ล้านปี สะท้อนผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการทำงานของประชากรจำนวนมหาศาล

รายงานยังให้ความสำคัญกับแนวโน้มในกลุ่มเด็กและเยาวชน เนื่องจากอัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นรวดเร็วในช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อการศึกษา การพัฒนาศักยภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว

นักวิจัยยังพบความแตกต่างระหว่างประเทศตามระดับการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ หรือ Socio-demographic Index โดยประเทศรายได้สูงบางแห่งมีอัตราความชุกสูงกว่า แต่ส่วนหนึ่งอาจมาจากระบบตรวจวินิจฉัยและการรายงานข้อมูลที่ครอบคลุมกว่า ขณะที่หลายประเทศยังเผชิญปัญหาการวินิจฉัยต่ำกว่าความเป็นจริง

IHME ระบุว่า แม้ภาระโรคจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังสามารถลดผลกระทบได้ผ่านการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต และการลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม

โครงการ Global Burden of Disease ของ IHME เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2533 เพื่อประเมินภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพทั่วโลก โดย GBD 2023 ถือเป็นชุดข้อมูลล่าสุดที่ครอบคลุมสถานการณ์หลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 อย่างเต็มรูปแบบ

ก่อนหน้านี้ งานวิจัยในช่วงปี 2564-2565 ก็เคยเตือนว่าโควิด-19 ส่งผลให้โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลเพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

รายงานสรุปว่า โรคทางจิตไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นวิกฤตระดับโลกที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ขณะที่การขาดแคลนบุคลากรด้านสุขภาพจิตและงบประมาณยังเป็นอุปสรรคสำคัญในหลายประเทศทั่วโลก

นักวิจัยเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศเร่งพัฒนานโยบายสุขภาพจิตแบบบูรณาการ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกัน การเข้าถึงบริการ และการดูแลกลุ่มเสี่ยง เพื่อรับมือภาระโรคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอนาคต

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โลกเร่งเก็บค่า ‘ปล่อยคาร์บอน’ พุ่ง 1 ใน 3 รัฐโกยรายได้ทะลุ 1 แสนล้าน
โลกเร่งเก็บค่า ‘ปล่อยคาร์บอน’ พุ่ง 1 ใน 3 รัฐโกยรายได้ทะลุ 1 แสนล้าน