เผยผลทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ พบอาหารเสริมน้ำมันปลาที่มีโอเมกา-3 สูง ไม่ช่วยชะลอความจำเสื่อมหรือลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์ แม้สารอาหารจะไปถึงสมองได้จริง
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 Keck Medicine of USC รายงานผลการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ที่พบว่า อาหารเสริมน้ำมันปลาซึ่งมีกรดไขมันโอเมกา-3 ในปริมาณสูง ไม่ช่วยป้องกันการเสื่อมถอยทางความจำ ความสามารถในการคิด หรือการสูญเสียเซลล์สมองในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ แม้ผลตรวจจะพบว่าสารอาหารดังกล่าวสามารถเดินทางไปถึงสมองได้จริงก็ตาม
รายงานดังกล่าวกำลังท้าทายความเชื่อที่มีมานานว่าอาหารเสริมน้ำมันปลาอาจช่วยบำรุงสมองและลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม โดย Keck Medicine of USC ระบุว่า ชาวอเมริกันใช้จ่ายเงินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีไปกับอาหารเสริมน้ำมันปลา ส่วนหนึ่งเพราะเชื่อในประโยชน์ด้านสมองจากกรดไขมันโอเมกา-3 ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นต่อการสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์สมองที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านความคิดและความจำ
การศึกษานี้ตีพิมพ์ใน eBioMedicine และเป็นการทดลองแบบสุ่ม มีกลุ่มเปรียบเทียบที่ได้รับสารหลอก และปกปิดข้อมูลทั้งต่อผู้เข้าร่วมและทีมวิจัย เป็นเวลา 2 ปี โดยมีผู้เข้าร่วม 365 คน อายุระหว่าง 55-80 ปี ทุกคนเป็นกลุ่มที่รับประทานปลาน้อย และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ ในจำนวนนี้ราว 47% มียีนเอพีโออี 4 ซึ่งเป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสูงต่อโรคอัลไซเมอร์ชนิดเกิดในวัยสูงอายุ
ผู้เข้าร่วมถูกสุ่มให้ได้รับอาหารเสริมที่มีกรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก หรือดีเอชเอ วันละ 2,000 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมกา-3 ชนิดสำคัญต่อการทำงานของสมอง หรือได้รับสารหลอกแทน จากนั้นนักวิจัยติดตามผลทั้งระดับสารอาหารในสมอง การทดสอบความจำ ความสามารถทางปัญญา และภาพถ่ายสมองตลอดระยะเวลาการศึกษา
Keck Medicine of USC รายงานว่า เมื่อนักวิจัยตรวจระดับดีเอชเอในน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง ซึ่งเป็นของเหลวที่ล้อมรอบสมอง พบว่าระดับดีเอชเอเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17% หลังรับประทานอาหารเสริมเป็นเวลา 6 เดือน แสดงให้เห็นว่าโอเมกา-3 จากอาหารเสริมสามารถไปถึงสมองได้จริง แต่เมื่อติดตามผลต่อเนื่องกลับไม่พบว่าผู้ที่ได้รับอาหารเสริมมีคะแนนความจำหรือความสามารถทางความคิดดีกว่ากลุ่มที่ได้รับสารหลอก
ผลการถ่ายภาพสมองยังพบว่า อาหารเสริมดีเอชเอไม่ได้ช่วยชะลอการหดตัวของฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นสมองส่วนสำคัญต่อความจำ และมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความเสื่อมของสมองตามวัย รวมถึงความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์
ดร.ฮุสเซน นาจิ ยาสซีน ผู้อำนวยการ USC Center for Personalized Brain Health และหัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า “เราทุกคนต่างหวังว่าจะมีกระสุนเงินสำหรับป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แต่ผลการศึกษาของเราพบว่า อาหารเสริมน้ำมันปลาไม่ปรากฏว่าช่วยปกป้องสุขภาพสมอง” แม้โอเมกา-3 จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์สมองที่จำเป็นต่อความคิดและความจำ แต่ผลการศึกษานี้ไม่สนับสนุนการใช้อาหารเสริมน้ำมันปลาเป็นวิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์
ผลการทดลองครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ทำให้ผู้บริโภคต้องทบทวนความเชื่อเรื่องการใช้อาหารเสริมโอเมกา-3 เพื่อป้องกันโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม เนื่องจากการทดลองไม่พบว่าอาหารเสริมดังกล่าวช่วยให้ความจำดีขึ้น ความสามารถทางความคิดดีขึ้น หรือช่วยลดการสูญเสียเซลล์สมองในกลุ่มตัวอย่างที่มีความเสี่ยง
ดร.ริชาร์ด ไอแซกสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ กล่าวกับ CNN ว่า โอเมกา-3 ยังคงเป็นสารอาหารสำคัญต่อสุขภาพสมอง โดยเฉพาะในผู้ที่มียีนเอพีโออี 4 แต่ประโยชน์ของสารอาหารชนิดนี้อาจเกิดขึ้นได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในบริบทของการมีวิถีชีวิตที่ดีอยู่แล้ว หากยังรับประทานอาหารแปรรูปจำนวนมาก ออกกำลังกายน้อย หรือนอนหลับไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารเสริมเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่ให้ผลมากนัก
Keck Medicine of USC ระบุว่า ทีมวิจัยของดร.ยาสซีนกำลังศึกษาต่อไปว่า เหตุใดโอเมกา-3 จากอาหารเสริมจึงไปถึงสมองได้ แต่กลับไม่ส่งผลต่อสุขภาพสมองตามที่คาดไว้ โดยจะพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น สุขภาพโดยรวม รูปแบบการรับประทานอาหาร ความเสี่ยงทางพันธุกรรม และอายุ ซึ่งอาจมีผลต่อความสามารถของสมองในการดูดซึมและนำโอเมกา-3 ไปใช้
ดร.ยาสซีนระบุว่า ทีมวิจัยเชื่อว่าโอเมกา-3 อาจทำงานได้ดีกว่าเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งอุดมด้วยปลา ไขมันดี ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารหลากหลาย มากกว่าการรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมเพียงชนิดเดียว เขากล่าวว่า นักวิจัยกำลังพยายามทำความเข้าใจให้มากขึ้นว่าสมองนำโอเมกา-3 ไปใช้ได้อย่างไร และมีปัจจัยใดที่ทำให้การใช้สารอาหารชนิดนี้แตกต่างกันในแต่ละคน
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การรับโอเมกา-3 จากอาหารธรรมชาติ เช่น ปลาที่มีไขมันอย่างแซลมอน ซาร์ดีน หรือแมคเคอเรล อาจให้ประโยชน์ต่างจากอาหารเสริม เพราะปลาทั้งชิ้นไม่ได้มีเพียงกรดไขมันโอเมกา-3 แต่ยังมีโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นที่ทำงานร่วมกันในอาหารทั้งชนิด ขณะที่อาหารเสริมส่วนใหญ่ให้สารอาหารเฉพาะบางตัวในรูปแบบเข้มข้น
แม้อุตสาหกรรมอาหารเสริมยังยืนยันว่ามีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนประโยชน์ของโอเมกา-3 ต่อสุขภาพโดยรวม แต่ผลการทดลองล่าสุดนี้ทำให้เกิดคำถามมากขึ้นต่อการใช้อาหารเสริมน้ำมันปลาเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่หวังผลด้านความจำและการลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์โดยตรง
Keck Medicine of USC ระบุว่า การมีสุขภาพที่ดีโดยรวมยังเป็นแนวทางสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ และการรับประทานอาหารที่สมดุล ดร.ยาสซีนเปรียบเทียบว่า สมองก็เหมือนเครื่องยนต์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากร่างกายส่วนอื่นมีปัญหาและไม่ได้รับการดูแล สมองก็อาจสูญเสียความสามารถในการทำงานได้มากขึ้นเช่นกัน
สรุปแล้ว ผลการศึกษาล่าสุดไม่ได้ปฏิเสธความสำคัญของโอเมกา-3 ต่อสมอง แต่ชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพาอาหารเสริมน้ำมันปลาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการป้องกันความเสื่อมของสมองหรือโรคอัลไซเมอร์ ผู้บริโภคจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว และควรให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่หลากหลาย การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการดูแลสุขภาพโดยรวมมากกว่าการฝากความหวังไว้กับอาหารเสริมเพียงชนิดเดียว
อ้างอิง:




