สหรัฐฯ ยุติสมาชิกภาพ WHO อย่างเป็นทางการ 22 ม.ค. 2026 หลังร่วมมือ 78 ปี ผู้เชี่ยวชาญเตือนกระทบความมั่นคงสุขภาพโลก และอาจเพิ่มผู้เสียชีวิตกว่า 750,000 ราย
สหรัฐอเมริกายุติบทบาทการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างสมบูรณ์เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2026 ปิดฉากความร่วมมือยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ ท่ามกลางคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญว่านี่คือ "การตัดสินใจที่อันตรายที่สุด" ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงด้านสุขภาพของคนทั้งโลก
การถอนตัวครั้งนี้เสร็จสิ้นลงหนึ่งปีหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อวันแรกของการเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สอง โดยให้เหตุผลเรื่องความล้มเหลวของ WHO ในการจัดการวิกฤตโควิด-19 ที่ล่าช้า ขาดความโปร่งใส และการถูกครอบงำทางการเมืองจากจีน
รัฐบาลสหรัฐฯ ยังย้ำว่า WHO ไม่สามารถปฏิรูปองค์กรให้มีความเป็นอิสระได้ตามที่เรียกร้อง แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณรายใหญ่ที่สุดมาโดยตลอดก็ตาม
ผลกระทบที่ตามมากำลังกลายเป็นฝันร้ายของกลุ่มประเทศรายได้น้อย เมื่อการขาดหายไปของงบประมาณและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ ทำให้ WHO ต้องปรับลดขนาดองค์กรลงอย่างมหาศาล
นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์คาดการณ์ว่า อาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 750,000 รายในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก เนื่องจากโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและการเข้าถึงยาที่จำเป็นในระดับโลกถูกตัดงบประมาณอย่างกะทันหัน
นอกจากเรื่องเงินแล้ว "ข้อมูล" ที่หายไปคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด สหรัฐฯ จะสูญเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงฐานข้อมูลเฝ้าระวังเชื้อไวรัสอุบัติใหม่และสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการพัฒนาวัคซีนประจำปี แม้สหรัฐฯ จะพยายามทำข้อตกลงแบบทวิภาคีกับแต่ละประเทศแทน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะครอบคลุมภัยคุกคามไร้พรมแดน โดยเฉพาะข้อมูลจากจีนหรือแอฟริกาที่อาจไม่ส่งถึงมือสหรัฐฯ โดยตรงเหมือนผ่านระบบส่วนกลาง
ในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์ การถอนตัวของสหรัฐฯ กำลังเปิดทางให้มหาอำนาจอื่นอย่างจีน รัสเซีย และอินเดีย เข้ามาขยายอิทธิพลในการกำหนดทิศทางสาธารณสุขโลกแทน ล่าสุดจีนได้ประกาศเพิ่มเงินสนับสนุนให้ WHO ถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้มีบทบาทหลักแทนที่สหรัฐฯ เกือบจะในทันที พร้อมทั้งได้รับโอกาสในการชี้นำลำดับความสำคัญของโครงการด้านสุขภาพทั่วโลกตามยุทธศาสตร์ของตน
อย่างไรก็ตาม การแยกทางครั้งนี้ยังไม่ถือว่าจบลงอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังมีหนี้ค้างชำระกับ WHO มากกว่า 133 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นค่าสมาชิกที่ค้างจ่ายจากช่วงปี 2024-2025 แม้ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ จะปฏิเสธข้อผูกพันนี้ แต่ทาง WHO ยังคงแสดงท่าทีเปิดรับ โดยยังคงแขวนธงชาติสหรัฐฯ ไว้หน้าสำนักงานที่เจนีวา เพื่อสื่อสารว่าโลกยังคงต้องการให้สหรัฐฯ กลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง
สหรัฐฯ ร่วมก่อตั้ง WHO ในปี 1948 โดยจ่ายค่าสมาชิกเฉลี่ยปีละ 111 ล้านดอลลาร์ และเงินสนับสนุนภาคสมัครใจอีกราว 570 ล้านดอลลาร์ต่อปี ที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีบทบาทนำในการกวาดล้างโรคฝีดาษและลดอัตราการเสียชีวิตจากโปลิโอและหัดทั่วโลก การถอนตัวครั้งนี้จึงถูกวิจารณ์ว่าเป็นการละทิ้ง "Vaccine Diplomacy" หรือการใช้ความช่วยเหลือทางการแพทย์เป็นเครื่องมือสร้างอำนาจละมุน (Soft Power) ที่สหรัฐฯ เคยใช้มานานหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
อ้างอิง: The U.S. Department of Health and Human Services (HHS), CBS News, Time, The Conversation





