News Logo
หน้าแรก
สหรัฐฯ ถอนตัว WHO กระทบความมั่นคงสุขภาพโลก เสี่ยงตายเพิ่ม 7.5 แสนคน

สหรัฐฯ ถอนตัว WHO กระทบความมั่นคงสุขภาพโลก เสี่ยงตายเพิ่ม 7.5 แสนคน

23 ม.ค. 2569 13:29
ผู้ชม 54 คน

สหรัฐฯ ยุติสมาชิกภาพ WHO อย่างเป็นทางการ 22 ม.ค. 2026 หลังร่วมมือ 78 ปี ผู้เชี่ยวชาญเตือนกระทบความมั่นคงสุขภาพโลก และอาจเพิ่มผู้เสียชีวิตกว่า 750,000 ราย

สหรัฐอเมริกายุติบทบาทการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างสมบูรณ์เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2026 ปิดฉากความร่วมมือยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ ท่ามกลางคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญว่านี่คือ "การตัดสินใจที่อันตรายที่สุด" ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงด้านสุขภาพของคนทั้งโลก

การถอนตัวครั้งนี้เสร็จสิ้นลงหนึ่งปีหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อวันแรกของการเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สอง โดยให้เหตุผลเรื่องความล้มเหลวของ WHO ในการจัดการวิกฤตโควิด-19 ที่ล่าช้า ขาดความโปร่งใส และการถูกครอบงำทางการเมืองจากจีน

รัฐบาลสหรัฐฯ ยังย้ำว่า WHO ไม่สามารถปฏิรูปองค์กรให้มีความเป็นอิสระได้ตามที่เรียกร้อง แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณรายใหญ่ที่สุดมาโดยตลอดก็ตาม

ผลกระทบที่ตามมากำลังกลายเป็นฝันร้ายของกลุ่มประเทศรายได้น้อย เมื่อการขาดหายไปของงบประมาณและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ ทำให้ WHO ต้องปรับลดขนาดองค์กรลงอย่างมหาศาล

นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์คาดการณ์ว่า อาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 750,000 รายในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก เนื่องจากโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและการเข้าถึงยาที่จำเป็นในระดับโลกถูกตัดงบประมาณอย่างกะทันหัน


นอกจากเรื่องเงินแล้ว "ข้อมูล" ที่หายไปคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด สหรัฐฯ จะสูญเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงฐานข้อมูลเฝ้าระวังเชื้อไวรัสอุบัติใหม่และสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการพัฒนาวัคซีนประจำปี แม้สหรัฐฯ จะพยายามทำข้อตกลงแบบทวิภาคีกับแต่ละประเทศแทน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะครอบคลุมภัยคุกคามไร้พรมแดน โดยเฉพาะข้อมูลจากจีนหรือแอฟริกาที่อาจไม่ส่งถึงมือสหรัฐฯ โดยตรงเหมือนผ่านระบบส่วนกลาง

ในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์ การถอนตัวของสหรัฐฯ กำลังเปิดทางให้มหาอำนาจอื่นอย่างจีน รัสเซีย และอินเดีย เข้ามาขยายอิทธิพลในการกำหนดทิศทางสาธารณสุขโลกแทน ล่าสุดจีนได้ประกาศเพิ่มเงินสนับสนุนให้ WHO ถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้มีบทบาทหลักแทนที่สหรัฐฯ เกือบจะในทันที พร้อมทั้งได้รับโอกาสในการชี้นำลำดับความสำคัญของโครงการด้านสุขภาพทั่วโลกตามยุทธศาสตร์ของตน

อย่างไรก็ตาม การแยกทางครั้งนี้ยังไม่ถือว่าจบลงอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังมีหนี้ค้างชำระกับ WHO มากกว่า 133 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นค่าสมาชิกที่ค้างจ่ายจากช่วงปี 2024-2025 แม้ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ จะปฏิเสธข้อผูกพันนี้ แต่ทาง WHO ยังคงแสดงท่าทีเปิดรับ โดยยังคงแขวนธงชาติสหรัฐฯ ไว้หน้าสำนักงานที่เจนีวา เพื่อสื่อสารว่าโลกยังคงต้องการให้สหรัฐฯ กลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง


สหรัฐฯ ร่วมก่อตั้ง WHO ในปี 1948 โดยจ่ายค่าสมาชิกเฉลี่ยปีละ 111 ล้านดอลลาร์ และเงินสนับสนุนภาคสมัครใจอีกราว 570 ล้านดอลลาร์ต่อปี ที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีบทบาทนำในการกวาดล้างโรคฝีดาษและลดอัตราการเสียชีวิตจากโปลิโอและหัดทั่วโลก การถอนตัวครั้งนี้จึงถูกวิจารณ์ว่าเป็นการละทิ้ง "Vaccine Diplomacy" หรือการใช้ความช่วยเหลือทางการแพทย์เป็นเครื่องมือสร้างอำนาจละมุน (Soft Power) ที่สหรัฐฯ เคยใช้มานานหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

อ้างอิง: The U.S. Department of Health and Human Services (HHS), CBS News, Time, The Conversation

Author Avatar

ผู้เขียน

ลินลิสา เจือไทย
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
WHO
สหรัฐฯ
สหรัฐอเมริกา
ทรัมป์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เหนือวิกฤต แม่ฮ่องสอนค่าฝุ่นพุ่งนิวไฮ 727 - เชียงใหม่รั้งอันดับ 2 โลก
เหนือวิกฤต แม่ฮ่องสอนค่าฝุ่นพุ่งนิวไฮ 727 - เชียงใหม่รั้งอันดับ 2 โลก