News Logo
หน้าแรก
รัฐบาลยกระดับมาตรการแก้ฝุ่นPM2.5 เน้นควบคุมไฟ 14 กลุ่มป่า 45 ล้านไร่

รัฐบาลยกระดับมาตรการแก้ฝุ่นPM2.5 เน้นควบคุมไฟ 14 กลุ่มป่า 45 ล้านไร่

9 มี.ค. 2569 19:29
ผู้ชม 28 คน

'สุชาติ' ประชุมศูนย์ปฏิบัติการควบคุมไฟ 14 กลุ่มป่า เน้นทำงานเชิงรุก 4 แนวทาง ไม่ยึดติดเส้นเขตความรับผิดชอบ เชื่อมการทำงานระหว่างป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่เกษตรให้เป็นพื้นที่เดียวกัน ระบุปีนี้สัญญาณดีจุดความร้อนลดลง ร้อยละ 65

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ซึ่งมีพื้นที่รวม 45 ล้านไร่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมกำหนดแนวทางบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ

ทั้งนี้ 14 กลุ่มป่า ได้แก่ กลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี กลุ่มป่าแม่ยม จ.แพร่ พะเยา และลำปาง กลุ่มป่าถ้ำผาไท จ.ลำปาง กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล จ.ตาก เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง และกลุ่มป่าตอนใต้จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุม จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และตาก

ไฟป่า1

สถานการณ์ไฟป่าปี 2569

ไฟป่า2

พื้นที่การควบคุมไฟป่า 14 กลุ่มป่า จำนวน 45 ล้านไร่

นายสุชาติ กล่าว่า รัฐบาลและกระทรวงทรัพย์ให้ความสำคัญสูงสุดในการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 โดยในปีนี้ได้ปรับแนวทางการทำงานให้เน้นการป้องกันเชิงรุกมากยิ่งขึ้น จากการดำเนินงานร่วมกันที่ผ่านมาพบว่าสถานการณ์มีสัญญาณที่ดี โดยจุดความร้อนลดลง ร้อยละ 65 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา จำเป็นต้องยกระดับมาตรการให้เข้มข้นและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

นายสุชาติ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานภายใต้หลัก "รวดเร็ว ตรงเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ" พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ประกอบด้วย 4 แนวทาง ดังนี้

1. ขับเคลื่อนโมเดล 14 กลุ่มป่า ทำงานแบบไร้รอยต่อ บริหารจัดการไฟป่าโดยไม่ยึดติดเส้นเขตความรับผิดชอบ เชื่อมการทำงานระหว่างป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่เกษตรให้เป็นพื้นที่เดียวกันในการจัดการ พร้อมปรับปรุงแผนเผชิญเหตุและแผนปฏิบัติการของทั้ง 14 กลุ่มป่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลางการบูรณาการในพื้นที่

2. ผนึกกำลังชุมชน ตั้งจุดเฝ้าระวัง 3,895 จุดทั่วประเทศ โดยให้ระดมกำลังชุดปฏิบัติการ ลาดตระเวน จุดตรวจ และจุดสกัดตามยุทธการตรึงพื้นที่ พร้อมสื่อสารเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะการรณรงค์แบบเคาะประตูบ้าน เพื่อลดการเผาซ้ำซาก

3. ปฏิบัติการทางอากาศ เข้าถึงเร็ว ดับให้ไว โดยเมื่อเกิดไฟต้องเข้าถึงพื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ขยายวง โดยขอให้สนับสนุนอากาศยานและเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่วิกฤตตามความจำเป็น พร้อมทั้งจัดหาโดรนที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน เพื่อเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วให้ยึดหลัก "เข้าถึงเร็ว ดับให้ไว คุมไม่ให้ลุกลาม" พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสำคัญ

4. War Room 24 ชั่วโมง ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยให้เดินหน้าศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงศูนย์สั่งการทุกระดับกับจังหวัด และบูรณาการการทำงานกับฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่จงใจเผาป่าโดยไม่มีข้อยกเว้น

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในพื้นที่ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายสภาลมหายใจ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมครั้งนี้ มีนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไฟป่า
ไฟป่าภาคเหนือ
ฝุ่นPM2.5



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปลัดมหาดไทย' ยัน 17 จ.ภาคเหนือจุดความร้อนลดลง เชียงใหม่เหลือหลัก 100
'ปลัดมหาดไทย' ยัน 17 จ.ภาคเหนือจุดความร้อนลดลง เชียงใหม่เหลือหลัก 100