News Logo
หน้าแรก
'เชียงใหม่' ที่ 1 โลกเมืองมลพิษอากาศแย่ที่สุด 'เมียนมา'เผาหนักหมื่นจุด

'เชียงใหม่' ที่ 1 โลกเมืองมลพิษอากาศแย่ที่สุด 'เมียนมา'เผาหนักหมื่นจุด

29 มี.ค. 2569 16:21
ผู้ชม 59 คน

'เชียงใหม่' ติดชาร์ตเมืองมลพิษรุนแรงที่สุด ติดอันดับ 1 ของโลก จุดความร้อนพุ่งกว่า 600 จุด สูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทุกคนอย่างรุนแรง นักวิชาการเครือข่ายอากาศสะอาดจี้รัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเข้าสู่สภาอีกรอบ จีสด้า ระบุ เมียนมาเผาหนักสุด 10,834 จุด ไทย 4,291 จุด

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ IQAir จัดอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก ณ ช่วงเวลา 10.00 น. พบว่า จ.เชียงใหม่ ของประเทศไทย ขึ้นอันดับ 1 ของโลก มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ระดับ 243 มีผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคนอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้า 5 อันดับเมืองใหญ่ที่มีค่ามลพิษสูงสุดของโลก ได้แก่

อันดับ 1 เชียงใหม่ ประเทศไทย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 243 (สีม่วง)

อันดับ 2 กรุงเดลี ประเทศอินเดีย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 207 (สีม่วง)

อันดับ 3 กรุงธากา บังกลาเทศ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 187 (สีแดง)

อันดับ 4 กรุงปักกิ่ง จีน ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 169 (สีแดง)

อันดับ 5 กรุงย่างกุ้ง เมียนมา ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 167 (สีแดง)

AQI

เมืองที่มีมลพิษอากาศรุนแรง 10 อันดับของโลก เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 มี.ค. 2569

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. IQAir ได้อัปเดตค่าฝุ่น PM2.5 อีกครั้งปรากฎว่าเชียงใหม่ยังคงรั้งอันดับ 1 ของเมืองที่มีมลพิษรุนแรงที่สุดของโลก ส่วนเมืองอื่นๆ ที่มีมลพิษอากาศรุนแรง 1-10 อันดับของโลก ของวันที่ 29 มี.ค. 2569 ประกอบด้วย ดังนี้

อันดับ 1 เชียงใหม่ ประเทศไทย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 166 (สีแดง)

อันดับ 2 โกลกาตา อินเดีย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 145 (สีส้ม)

อันดับ 3 ธากา บังกลาเทศ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 142 (สีส้ม)

อันดับ 4 ฮานอย เวียดนาม ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 129 (สีส้ม)

อันดับ 5 เดลี อินเดีย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 127 (สีส้ม)

อันดับ 6 โซล เกาหลีใต้ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 124 (สีส้ม)

อันดับ 7 หวูฮั่น จีน ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 119 (สีส้ม)

อันดับ 8 อินชอย เกาหลีใต้ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 119 (สีส้ม)

อันดับ 9 กาฐมาณฑุ เนปาล ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 110 (สีส้ม)

อันดับ 10 ย่างกุ้ง เมียนมา ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 102 (สีส้ม)

สำหรับค่า AQI แบ่งได้ออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้

– สีเขียว 0-50 อยู่ในระดับดี

– สีเหลือง 51-100 อยู่ในระดับปานกลาง

– สีส้ม 101-150 อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อผู้ป่วย หรือผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ

– สีแดง 151-200 อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน

– สีม่วง 201-300 อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคนอย่างรุนแรง

– สีน้ำตาล ตั้งแต่ 301 ขึ้นไป อยู่ในระดับอันตราย

รศ.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการอากาศสะอาดฯ ชุดที่ผ่านมา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเนื้อหาระบุว่า เช้าวันที่ 29 มีนาคม 2569 ภาคเหนือยังเต็มไปด้วยฝุ่นพิษ PM2.5 (สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1) ขั้นวิกฤตต่อเนื่อง มีแหล่งกำเนิดหลักยังคงมาจากการเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะในภาคป่าไม้และภาคเกษตร ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนั้น ผสมกับฝุ่นพิษในพื้นที่จากแหล่งกำเนิดในภาคยานยนต์และภาคอุตสาหกรรม จากข้อมูลจุดความร้อนที่รายงานโดย GISTDA วันที่ 29 มีนาคม เมียนมาเผาหนักสุด 10,834 จุด รองลงมาคือไทย 4,291 จุด ตามด้วย สปป.ลาว 4,157 จุด กัมพูชา 849 จุด และเวียดนาม 847 จุด

สำหรับประเทศไทย พื้นที่ป่ามีการเผาหนักมากต่อเนื่องถึง 3,646 จุด ตามด้วยการเผาในภาคเกษตร โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เผาครองแชมป์ที่ 223 จุด ตามด้วยนาข้าว 146 จุด และอ้อย 57 จุด

รศ.วิษณุ เรียกร้องรัฐบาลใหม่เร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ที่ใช้แก้ปัญหาได้จริงให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นกติกากลางที่บูรณาการ ยืดหยุ่น เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และสามารถจัดการโครงสร้างแรงจูงใจของผู้เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ ประชาชนไทยจะได้เจ็บป่วยน้อยลง และควรเร่งดำเนินมาตรการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าเกษตรที่ก่อให้เกิดการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย

โดยเฉพาะการเร่งพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใสที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ จากสถิติพบว่า ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมาในระดับสูงมากและยังส่งออกเมล็ดพันธุ์ไปให้เมียนมาปลูก ท้ายสุดฝุ่นพิษย้อนจากเมียนมาย้อนกลับมากระทบสุขภาพคนไทย

ด้าน นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ซึ่งเกาะติดประเด็นฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะปัญหามลพิษและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่อง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจก่อนหน้านี้ว่า ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทยที่เป็นผู้เสนอหนึ่งในร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หลายฉบับที่ผ่านเข้าไปพิจารณาร่วมกันในชั้นคณะกรรมาธิการออกมาประกาศให้ชัดๆ ให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลเห็นถึงความสำคัญในการรับประกินสิทธิของประชาชนทั่วประเทศในการเข้าถึงอากาศที่สะอาดและไม่ทำลายสุขภาพของทุกคน

นอกจากนี้ ขอให้นายกฯ ดำเนินการประกาศเขตภัยพิบัติกรณี​ PM2.5 กับภาคเหนือตอนบนโดยด่วนเป็นภัยระดับ​ 3 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั่งหัวโต๊ะบัญชาการ​ พร้อมตั้งแผนการจัดการเร่งด่วน ทั้งการจัดการที่ต้นตอของฝุ่นภายในประเทศ​ และการลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน​ โดยใช้งบฉุกเฉินจากเงินทดรองราชการโดยทันที​

สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ระบุว่า ภาพถ่ายทางอากาศ​ของเชียงใหม่ในวันที่ 27 มีนาคม​ 2569 ฝุ่นพิษ​ PM2.5 หนักมาก​ แต่หนักขนาดนี้​ยังไม่เข้าเกณฑ์ประกาศเขตภัยพิบัติ​ เพราะรัฐบาลตั้งเกณฑ์ไว้ว่า​ค่า​ PM2.5​ เฉลี่ย​ 24 ชั่วโมง​ ต้องมากกว่า​ 125 ไมโครกรัม​ต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ​ต่อเนื่องกันเกิน​ 5 วันถึงจะประกาศได้

"นี่ขนาดปรับมาแล้วนะครับ รัฐบาลที่แล้ว​ตั้งไว้สูงถึง​ 150 ช่างเป็นเกณฑ์ที่เขียนจากคนห้องแอร์​ที่ไม่เคยมาเผชิญปัญหาจริง​ๆ ทั้งที่​ในส่วนนี้ผมเคยเสนอให้มีการปรับลดลงมานานแล้ว​คือ​ ปรับเป็นสองขั้น​ หาก​ค่า​ PM2.5 ​เกิน​ 75 ติดต่อสามวันให้เป็นขั้นแรก ใช้เกณฑ์ป้องกันยับยั้งภัยในการดำเนินการ​ และหากเกิน​ 120 สามวันถือเป็นขั้นที่สอง ใช้เกณฑ์ภัยพิบัติในการเข้าช่วยเพิ่มเติม"

นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อประกาศเขตภัยพิบัติแล้วจังหวัดจะสามารถเข้าถึงเงินฉุกเฉินที่เอามาช่วยจัดการที่ต้นตอ​ ค่าจ้าง​แรงงาน​ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง​ของคนดับไฟป่า​ และสามารถนำไปจัดการที่ปลายทางกับกลุ่มเปราะบางในการจัดซื้อหน้ากากอนามัยหรือมุ้งสู้ฝุ่น​ ทำห้องปลอดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง​ โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้ป่วยติดเตียงได้​

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไฟป่า
เชียงใหม่
มลพิษอากาศ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปลัดมหาดไทย' ยัน 17 จ.ภาคเหนือจุดความร้อนลดลง เชียงใหม่เหลือหลัก 100
'ปลัดมหาดไทย' ยัน 17 จ.ภาคเหนือจุดความร้อนลดลง เชียงใหม่เหลือหลัก 100