News Logo
หน้าแรก
จี้รัฐบาลยกระดับภัยพิบัติ 9 จังหวัดเหนือ เติมงบฉุกเฉิน 620 ล.ดับไฟป่า

จี้รัฐบาลยกระดับภัยพิบัติ 9 จังหวัดเหนือ เติมงบฉุกเฉิน 620 ล.ดับไฟป่า

30 มี.ค. 2569 16:56
ผู้ชม 27 คน

พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งประกาศเขตภัยพิบัติในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนที่กำลังเผชิญปัญหาไฟป่าอย่างรุนแรง เพื่อให้ รมว.มหาดไทยนั่งบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ยกระดับเป็นภัยระดับ 3 เพื่อปลดล็อกนำงบฉุกเฉินจากส่วนราชการต่างๆ 620 ล้านบาท มาช่วยแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ระบุว่า ฝุ่นพิษ PM2.5 ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือเกินเกณฑ์มาตรฐานอย่างรุนแรง รัฐบาลควรประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ เนื่องจากขณะนี้ฝุ่นควันกำลังสร้างปัญหาให้ชีวิตประชาชนชาวเหนืออย่างมาก จากเกณฑ์ที่รัฐตั้งไว้ว่าหากปริมาณฝุ่น PM2.5 เกิน 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง 5 วัน พื้นที่นั้นจึงสามารถประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติได้ หมายความว่า ในเวลานี้มีอย่างน้อย 9 จังหวัดแล้วที่ต้องประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ ได้แก่ ​เชียงใหม่ ​ลำพูน ลำปาง ​เชียงราย ​พะเยา ​น่าน ​แพร่ ​แม่ฮ่องสอน และตาก

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด คือผู้มีอำนาจในการประกาศเขตภัยพิบัติโดยตรง แต่ที่ผ่านมามักจะไม่ประกาศทั้งที่สถานการณ์เข้าขั้นรุนแรงแล้ว ทั้งที่การประกาศเขตภัยพิบัติสามารถยกระดับประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์ ดึงเอาทรัพยากรจากส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ กำลังคนมาช่วยบรรเทาสถานการณ์ที่เกินกำลังและอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดเพียงลำพังได้

"สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ​ สุขภาพและชีวิตของประชาชน​ ไม่มีเหตุผลอื่นใดในการหลีกเลี่ยงไม่ประกาศเขตภัยพิบัติอีกแล้ว เพราะตอนนี้ทุกข้อมูลชี้ไปในทางเดียวกันว่าฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตประชาชน"

นายณัฐพงษ์ ยังได้เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัด รวมถึงรัฐบาลในเวลานี้เข้าจัดการกับสถานการณ์โดยด่วน การนิ่งเฉยโดยไม่ยอมประกาศพื้นที่ภัยพิบัติอาจช่วยให้รัฐบาลหนีปัญหาได้ในระยะหนึ่ง แต่ประชาชนที่ต้องอยู่กับฝุ่นพิษทุกวันไม่สามารถหนีจากปัญหาได้ นี่คือปัญหาที่ส่งผลถึงความเป็นความตายแก่ประชาชนที่ไม่ควรถูกละเลยและเอาปัญหาไปซุกไว้ใต้พรมเหมือนที่ผ่านมา

ด้าน นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ก็ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า หากมีการประกาศเขตภัยพิบัติ PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือจะทำให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเป็นผู้บัญชาการ ซึ่งจะทำให้ปัญหาถูกยกระดับเป็นภัยระดับ 3 เนื่องจากขณะนี้เกินกำลังของจังหวัดแล้ว เมื่อประกาศภัยและยกระดับแล้วรัฐบาลจะเข้าบัญชาการโดยตรง ทำงานด้วยวอร์รูมระดับภาค และมีอำนาจสั่งการกระทรวงต่างๆ เพื่อเสริมกำลังการจัดการให้เป็นระดับประเทศ โดยมีจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ประสบภัยเป็นจุดคอยสานงานต่ออีกทอดหนึ่ง

นอกจากนี้ การประกาศเขตภัยพิบัติจะปลดล็อคการใช้งบประมาณฉุกเฉิน (เงินทดรองราชการ) ที่ทุกจังหวัดจะมีงบฯ 50 ล้านบาทต่อจังหวัด และเมื่อยกระดับภัยเป็นระดับ 3 แต่ละกระทรวงที่เข้ามาจัดการก็จะมีงบประมาณเฉพาะในส่วนนี้เช่นกัน เช่น กกระทรวงกลาโหม 100 ล้านบาท สำนักนายกฯ 100 ล้านบาท กกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 100 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 50 ล้านบาท กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุขอีกกระทรวงละ 10 ล้านบาท กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 100 ล้านบาท

นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อมีงบฯ 620 ล้านบาท ตามระเบียบแล้วต้องใช้เงินตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังประกาศ แต่ระเบียบนี้ก็เปิดช่องให้สามารถขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ได้ เพราะระเบียบฉบับนี้ได้เปิดช่องว่างไว้ให้มีความยืดหยุ่นในการจัดการภัยที่คาดไม่ถึงไว้แล้ว เพราะฉะนั้นการประกาศเขตภัยพิบัติเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากแน่นอน

สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อธิบายต่อถึงการใช้เงินตามหลักเกณฑ์ และการขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ว่า ส่วนแรกในหลักเกณฑ์ งบฉุกเฉินก้อนนี้จะช่วยในภารกิจดับไฟที่มาจากการเผาป่า ต้นเหตุหลักของฝุ่นพิษที่กำลังเจอกันตอนนี้ ลดจำนวนไฟและค่าฝุ่นลงให้เหลือน้อยที่สุด โดยการเพิ่มเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและดับไฟ พร้อมค่าตอบแทน น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมแซม หรือค่าเช่า อุปกรณ์ ยานพาหนะ ที่ใช้ในการดับไฟเพิ่ม

อีกส่วนคือการรับมือผลกระทบด้านสุขภาพ เงินก้อนนี้สามารถใช้ซื้อหน้ากากอนามัย N95, 1 ชิ้นต่อคนต่อวัน ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่ทำ และสำหรับกลุ่มผู้เปราะบาง เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี และกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ รัฐจะสามารถจัดซื้อมุ้งสู้งฝุ่น นวัตกรรมที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริงจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครัวเรือนละ 1 ชุด รวมถึงค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ในกรณีตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เป็นห้องปลอดฝุ่นด้วย

นอกจากนั้น รัฐต้องจัดการส่วนที่สอง คือการขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ด้วย เพื่อเอามาอุดช่องโหว่ของส่วนแรกให้สามารถใช้งบฉุกเฉินในการจัดสร้าง/ดัดแปลง ศูนย์พักพิงชั่วคราว ให้เป็นห้องปลอดฝุ่นขนาดใหญ่ เพื่อรองรับประชาชนในกลุ่มที่ไม่มีเครื่องฟอกอากาศในครัวเรือน ให้สามารถอพยพมาพักพิงที่ศูนย์แห่งนี้ได้ อย่างน้อยในช่วงวิกฤตนี้ประชาชนสามารถหาที่พักพิงที่มีอากาศหายใจที่ไม่เป็นพิษ 24 ชั่วโมง

รวมถึงการขออนุมัติเงินนอกหลักเกณฑ์ในการออกค่าตอบแทน พร้อมประกันชีวิตเฉพาะสำหรับภารกิจที่มีความเสี่ยงแบบนี้ จากหลักเกณฑ์เดิมที่ระบุว่า ให้คิดตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ให้ปรับเพิ่มจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 2 เท่า และให้สามารถใช้ในการจัดซื้อประกันชีวิต/สุขภาพ ของคนดับไฟ

ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นว่า ทางพรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในการประชุมสภาวันที่ 1 เมษายนนี้ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอแนะรัฐบาลถึงมาตรการรับมือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตฝุ่น PM2.5 ซึ่งจากการหารือกับวิปรัฐบาลและตัวแทนพรรคต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการ เข้าใจว่าทุกฝ่ายเห็นตรงกันและไม่ขัดข้องในการใช้พื้นที่สภาเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า 1. ผู้ว่าฯ ใน 9 จังหวัดภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบหนักจะประกาศเขตภัยพิบัติและยกระดับเป็นภัยระดับ 3 ให้รัฐมนตรีมหาดไทยมาบัญชาการโดยด่วน (ตามข้อเสนอของ สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์) ตั้งแต่ก่อนจะถึงวันประชุมสภาในวันที่ 1 เมษายน เพื่อปลดล็อกให้รัฐบาลสามารถนำงบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วขึ้น (เช่น เพิ่มทีมและอุปกรณ์ดับไฟป่า จัดซื้อหน้ากากอนามัย N95 & มุ้งลดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง)

2. ประธานสภาฯ จะเร่งประสานไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลรักษาการให้มาร่วมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทำได้ตามข้อบังคับ และพึงกระทำในการเมืองระบบรัฐสภา ที่ฝ่ายบริหารต้องรับผิดชอบต่อสภา

3. นายกฯ อนุทิน (ในฐานะนายกรัฐมนตรี และรักษาการ-ว่าที่รัฐมนตรีมหาดไทย) จะพร้อมลุกขึ้นมาและใช้พื้นที่ในที่ประชุมสภา เพื่อ (1) ชี้แจงและตอบสนองต่อข้อเสนอแนะของผู้แทนราษฎร (2) นำเสนอและให้ความชัดเจนกับประชาชนถึงมาตรการในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และ (3) ให้คำมั่นสัญญาว่า ครม. ใหม่ จะมีมติให้ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด (ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วไปแล้วและค้างอยู่ในการพิจารณาของวุฒิสภาก่อนจะมีการยุบสภา) ได้ไปต่อได้โดยไม่ต้องกลับมาเริ่มต้นจากศูนย์กันใหม่หมด เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของการรับประกินสิทธิของประชาชนทั่วประเทศในการเข้าถึงอากาศที่สะอาดและไม่ทำลายสุขภาพพวกเราทุกคน

อ่านประกอบ: https://www.nextnewsth.com/th/envi-health/pollution/69c8ef2d742b9335b75ed30f?v=1774792746861

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไฟป่า
ประกาศเขตภัยพิบัติ
งบฉุกเฉิน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปลัดมหาดไทย' ยัน 17 จ.ภาคเหนือจุดความร้อนลดลง เชียงใหม่เหลือหลัก 100
'ปลัดมหาดไทย' ยัน 17 จ.ภาคเหนือจุดความร้อนลดลง เชียงใหม่เหลือหลัก 100