ฝุ่น PM2.5 อ.เชียงดาว สูงทะลุ 804 มคก./ลบ.ม. เกินค่ามาตรฐานถึง 21 เท่า 'เชียงใหม่' ยังคงรั้งเมืองอากาศแย่ที่สุดอันดับ 1 ของโลก นักวิชาการระบุอยู่ในขั้นอันตรายสูงสุด และถือเป็นหายนะทางด้านสิ่งแวดล้อม ควรยพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ชั่วคราว 'อนุทิน' สั่งเอาผิดคนเผาเด็ดขาด
ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานข้อมูลฝุ่นจากสถานีตรวจวัดรายชั่วโมงและรายวัน พบว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 พบค่าฝุ่น PM2.5 แจ้งเตือนเป็นสีแดง ซึ่งอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากถึง 100 สถานี หรือมีฝุ่นพิษปกคลุมหนาแน่นทั้งจังหวัด โดยจุดที่ค่าฝุ่นพิษรายชั่วโมงสูงสุดอยู่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ สูงถึง 804 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินค่ามาตรฐานถึง 21 เท่า แม้จะในช่วงบ่ายค่าฝุ่นจะลดลงบ้าง แต่หลายพื้นที่และหลายจังหวดัภาคเหนือค่าฝุ่นยังคงสูง และอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานข้อมูลฝุ่นจากสถานีตรวจวัด พบว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 พบค่าฝุ่น PM2.5 แจ้งเตือนเป็นสีแดงถึง 100 สถานี จุดที่ค่าฝุ่นพิษรายชั่วโมงสูงสุดอยู่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ระดับ 804 มคก./ลบ.ม.
ด้าน เว็บไซต์ เว็บไซต์ IQAir รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในไทยเข้าขั้นวิกฤตติดเนื่องมาหลายวัน โดยเชียงใหม่กลายเป็นเมืองใหญ่ที่ติดอันดับ 1 ของโลกที่มีมลพิษอากาศแย่ที่สุด ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม IQAir ระบุว่า เชียงใหม่ยังคงครองเมืองมลพิษอากาศแย่ติดอันดับ 1 ของโลก โดยค่าฝุ่นเมื่อเวลา 13.00 น. อยู่ที่ 180

เว็บไซต์ IQAir รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในไทยเข้าขั้นวิกฤต โดยเชียงใหม่กลายเป็นเมืองใหญ่ที่มีมลพิษอากาศแย่ที่สุดติดอันดับ 1 ของโลก ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา
นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า ข้อมูลจาก Air4Thai วันที่ 31 มีนาคม 2569 ระบุค่าฝุ่น PM2.5 ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เฉลี่ย 24 ชั่ว โมงสูงถึง 332 มคก./ลบ.ม. และที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน สูงถึง 309 มคก./ลบ.ม. อยู่ในขั้นอันตรายสูงสุด และถือเป็นหายนะทางด้านสิ่งแวดล้อม (environmental disaster)
นอกจากนี้ ข้อมูลขององค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US. EPA) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า หากฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าสูงกว่า 300 มคก./ลบ.ม. ในรอบ 24 ชั่วโมง จัดอยู่ในระดับที่ "อันตรายมาก" (Hazardous) โดยตามเกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ระดับนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงต่อทุกคน ไม่ใช่แค่กลุ่มเสี่ยงเท่านั้น ควรย้ายออกจากพื้นที่ชั่วคราว
ด้าน รศ.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและการเกษตร ก็โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตอนหนึ่งว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม การเผาในพื้นที่ภาคเหนือสาหัสขึ้น โดยฝุ่น PM2.5 จ.เชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ยังครองอันดับ 1 เมืองมลพิษอากาศที่แย่ที่สุดของโลกต่อเนื่อง โดยแหล่งกำเนิดในประเทศมาจากการเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะในภาคป่าไม้ที่เผาเยอะมาก
ข้อมูลจุดความร้อนล่าสุดที่รายงานโดย GISTDA หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) พบว่า ประเทศไทยเผาหนักขึ้นจาก 4,327 จุด เป็น 4,750 จุด และเผาเพิ่มอย่างต่อเนื่องตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพื้นที่ป่ามีการเผาหนักมากต่อเนื่องถึง 4,066 จุด ตามด้วยการเผาในภาคเกษตร โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เผาครองแชมป์ในภาคเกษตรที่ 217 จุด ตามด้วยนาข้าว 149 จุด และอ้อย 56 จุด ขณะที่ เมียนมาและ สปป.ลาว เผาลดลงเหลือ 5,505 จุด และ 2,704 จุด ตามลำดับ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปกำกับดูแล 3-4 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งจะต้องมีความเข้มงวดในเรื่องของการเผา
นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า จะต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับคนที่เผาป่าเหมือนกับปีที่แล้ว ไม่อยากทำเหมือนจับปูใส่กระด้ง ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดก็ได้รับคำสั่งที่ชัดเจนว่าต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด ซึ่งถือเป็นการวัดประสิทธิภาพของผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ส่วนการเจรจาเรื่องฝุ่นข้ามแดนนั้นจะต้องพูดคุยและหาความร่วมมือ




