กรมการปกครองระดมอาสารักษาดินแดนจาก 14 จังหวัดทั่วประเทศกว่า 700 คน เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ 17 อำเภอของเชียงใหม่ ปลัดมหาดไทยสั่งคัดเลือก อส.เข้าร่วมภารกิจดับไฟป่าเพิ่มเติม เนื่องจากแนวโน้มสถานการณ์รุนแรงและขยายวงกว้าง
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับพร้อมให้โอวาทแก่อาสารักษาดินแดนจาก 14 จังหวัดทั่วประเทศ ที่เดินทางเข้ามาสนับสนุนภารกิจแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกยึดหลักความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ ควบคู่กับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ภารกิจควบคุมและแก้ไขปัญหาไฟป่าของ จ.เชียงใหม่บรรลุผลไปได้ด้วยดี
สำหรับอาสารักษาดินแดนจาก 14 จังหวัดทั่วประเทศไทยที่เข้ามาช่วยดับไฟป่าในครั้งนี้ มีจำนวนกว่า 700 นาย จาก จ.พิจิตร กาฬสินธุ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ราชบุรี กาญจนบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ปราจีนบุรี สระบุรี ปทุมธานี นครปฐม และนนทบุรี ซึ่งจะกระจายไปช่วยดับไฟป่าในอำเภอที่เกิดไฟป่า ได้แก่ อมก๋อย ฮอด แม่แจ่ม เชียงดาว แม่แตง พร้าว สะเมิง ดอยเต่า แม่วาง จอมทอง หางดง สันทราย ดอยสะเก็ด แม่ริม สันกำแพง แม่ออน และสันป่าตอง
สำหรับการปฏิบัติงานครั้งนี้ทางกรมการปกรองซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินงานได้แบ่งภารกิจหลักออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การเข้าระงับเหตุไฟป่าตามพิกัดที่ได้รับแจ้งจากระบบดาวเทียม เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการลุกลามเป็นวงกว้าง โดยมีหน่วยงานในพื้นที่คอยสนับสนุนด้านเส้นทางและความชำนาญ การลาดตระเวน พร้อมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงหากพบผู้ลักลอบเผาป่าจะดำเนินการจับกุมและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ทั้งนี้ ยังได้เน้นการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่ ผ่านการทำงานเชิงมวลชนสัมพันธ์ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดไฟป่า ด้านการดูแลกำลังพล แต่ละอำเภอได้จัดเตรียมความพร้อมด้านที่พักและสวัสดิการอย่างเต็มที่ โดยอาสารักษาดินแดนชุดปฏิบัติการจะประจำพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมมีการสับเปลี่ยนกำลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความอ่อนล้าและรักษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ลงนามในคำสั่งถึงผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด (ผบ.อส.จ.) ระบุว่า สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตระดับชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน ได้ทวีความรุนแรงและมีแนวโน้มจะลุกลามขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น จึงมีความจำเป็นและเร่งด่วนที่จะต้องใช้กำลังพลสมาชิก อส. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว โดยให้ บก.อส.จ. ดำเนินการคัดเลือกกำลังพลสมาชิก อส.ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรชุดปฎิบัติการ อส.ป้องและบรรเทาสารธารณภัยหรือหลักสูตรจัดตั้งและทดแทนสมาชิก อส. หรือผุู้ที่มีประสบการณ์การกู้ภัยเข้าร่วม




