News Logo
หน้าแรก
เชียงใหม่วิกฤต จุดความร้อนพุ่ง 270 จุด เชียงดาวอ่วมสุด PM2.5 ทะลุสีแดง

เชียงใหม่วิกฤต จุดความร้อนพุ่ง 270 จุด เชียงดาวอ่วมสุด PM2.5 ทะลุสีแดง

15 เม.ย. 2569 10:26
ผู้ชม 15 คน

เชียงใหม่พบจุดความร้อน 270 จุด (เชียงดาว 92 จุด) ยอดสะสม 8,680 จุด ดัน PM2.5 เฉลี่ยสูงกระทบสุขภาพ

จากรายงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า เช้าวันที่ 15 เมษายน 2569 จังหวัดเชียงใหม่พบจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม GISTDA จำนวน 270 จุด สูงกว่าวันก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดย อำเภอเชียงดาว ยังคงเป็นพื้นที่ร้อนแรงที่สุดด้วย 92 จุด

รายงานเดียวกันจาก GISTDA ผ่านดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ระบบ VIIRS เวลาประมาณ 02.02 น. เผยการกระจายตัวของจุดความร้อนกระจุกตัวหนาแน่นในหลายอำเภอภาคเหนือของจังหวัด

  • แม่แจ่ม 28 จุด

  • พร้าว 22 จุด

  • แม่อาย 17 จุด

  • แม่ออน 16 จุด

  • แม่วาง 16 จุด

  • เวียงแหง 14 จุด

  • สะเมิง 14 จุด

  • แม่แตง 14 จุด

  • ไชยปราการ 9 จุด

  • ฝาง 8 จุด

  • อมก๋อย 4 จุด

  • แม่ริม 4 จุด

  • ฮอด 4 จุด

  • ดอยสะเก็ด 4 จุด

  • ดอยเต่า 2 จุด

  • กัลยาณิวัฒนา 1 จุด

  • สันกำแพง 1 จุด

ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 14 เมษายน 2569 จาก GISTDA ผ่านศูนย์อำนวยการฯ จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าพบจุดความร้อนทั้งหมด 8,680 จุด บ่งชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาไฟป่าและการเผาในฤดูแล้งปีนี้ที่ยังไม่ลดลง

จากระบบติดตาม PM2.5 ของ GISTDA ล่าสุด ณ วันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ 114 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยค่าชั่วโมงล่าสุดยังคงเคลื่อนไหวระหว่าง 95-119 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า จากรายงานของศูนย์อำนวยการฯ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 (รอบเช้า) พบจุดความร้อนเพียง 168 จุด โดยเชียงดาวมี 68 จุด แสดงให้เห็นถึงการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง

GISTDA ยังรายงานก่อนหน้านี้ว่าตลอดเดือนเมษายน 2569 จุดความร้อนในภาพรวมประเทศพุ่งสูงถึงระดับนิวไฮหลายวัน โดยเฉพาะวันที่ 9 เมษายน พบกว่า 5,000 จุด ส่วนใหญ่กระจุกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ

ข้อมูลจากดาวเทียมของ GISTDA ชี้ว่าจุดความร้อนส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ฝุ่น PM2.5 สะสมหนาแน่นในหุบเขาเชียงใหม่

ศูนย์อำนวยการฯ จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเฝ้าระวังและประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อดับไฟและป้องกันการลุกลาม โดยใช้ข้อมูลดาวเทียมอัปเดตทุกวันเพื่อกำหนดจุดเสี่ยง

สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือยังคงอยู่ในระดับสีส้มถึงแดงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ส่งผลให้หลายอำเภอในเชียงใหม่ถูกจัดอยู่ในพื้นที่คุณภาพอากาศที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน

การเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในฤดูแล้งยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ GISTDA ตรวจพบซ้ำๆ แม้จะมีประกาศห้ามเผาในหลายพื้นที่

ข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ระบบ VIIRS รายงานสถานการณ์จุดความร้อนเมื่อวานนี้ (14 เมษายน 2569) ในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 3,819 จุด โดยกระจุกตัวมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,272 จุด รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 992 จุด พื้นที่เกษตร 217 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 197 จุด เขต สปก. 135 จุด และบริเวณริมทางหลวงอีก 6 จุด สะท้อนความรุนแรงของสถานการณ์ไฟป่าและการเผาในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านพบจุดความร้อนในระดับสูงเช่นกัน โดย ลาว มีมากที่สุด 5,448 จุด รองลงมา เมียนมาร์ 5,208 จุด เวียดนาม 1,260 จุด กัมพูชา 517 จุด และ มาเลเซีย 39 จุด ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นภาพรวมปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่ปกคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเวลาเดียวกัน

ในประเทศไทย แม้จะอยู่ในช่วงสงกรานต์ที่ประชาชนส่วนใหญ่พักผ่อน แต่จุดความร้อนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงยังคงเผชิญกับควันไฟและฝุ่นละอองที่ทำให้ทัศนวิสัยลดลงและส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ

ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่กลายเป็นวิกฤตประจำฤดูแล้งที่เกิดขึ้นทุกปี โดยข้อมูลจาก GISTDA ระบุว่าปี 2569 ยังคงมีความรุนแรงใกล้เคียงหรือสูงกว่าปีก่อนหน้าในบางช่วง

รายงานจุด Hotspot จังหวัดเชียงใหม่ PM 2.5 15 เมษายน 2569

รายงานจุด Hotspot จังหวัดเชียงใหม่ PM 2.5 15 เมษายน 2569

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มท.สั่งเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย. ควบคู่แก้ฝุ่น
มท.สั่งเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย. ควบคู่แก้ฝุ่น