News Logo
หน้าแรก
สภาลมหายใจภาคเหนือเสนอ 'อนุทิน' ยกเครื่องแก้ฝุ่น PM2.5 ครั้งใหญ่

สภาลมหายใจภาคเหนือเสนอ 'อนุทิน' ยกเครื่องแก้ฝุ่น PM2.5 ครั้งใหญ่

20 เม.ย. 2569 15:41
ผู้ชม 28 คน

สภาลมหายใจภาคเหนือเสนอรัฐบาลอนุทิน "ยกเครื่อง" การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมรับมือกับปรากฎการณ์สภาวะภูมิอากาสุดขั้วในปีถัดไป รวมทั้งทำแผนพัฒนาพื้นที่เป้าหมายและมีการจัดการแบบ 'ลุ่มอากาศ' ในกลุ่ม 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

สภาลมหายใจภาคเหนือได้ออกแถลงการณ์ข้อเสนอแนะเชิงน โยบายเพื่อการจัดการวิกฤตฝุ่นควันภาคเหนืออย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เนื้อหาระบุว่า เรียน นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ตามที่รัฐบาลได้เดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงไหม เพื่อติดตามสถานการณ์ PM2.5 เครือข่ายฯ มีความเห็นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้คือบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการ "ยกเครื่อง" ระบบการทำงานครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมรับมือกับปรากฎการณ์สภาวะภูมิอากาสุดขั้ว (Super El Niño) ในปีถัดไป ดังนี้

1. การยอมรับและแก้ไข "ช่องว่างเชิงนโยบาย" (Policy Gaps) จากการติดตามการปฏิบัติงานในฤดูกาลที่ผ่านมา พบว่าปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ "ไฟ" แต่เป็น "การเอกภาพในการบริหาร" คือ

• ความไม่เชื่อมโยงของหน่วยงานหลัก: แม้คณะรัฐมนตรีจะมีการรับรองแผนมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นไฟปี 2569 แต่ในภาคปฏิบัติกลับพบว่า หน่วยงานหลัก (มหาดไทย, ทรัพยากรธรรมชาติฯ, เกษตรฯ) ยังมีแนวทางที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น การประกาศห้ามเผาเด็ดขาด โดยขาดมาตรการจูงใจหรือทางเลือกทดแทนที่เพียงพอ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ผลเท่าที่ควร

• การวมศูนย์อำนาจและการขาดแคลนงบประมาณในระดับฐานราก ระบบ Single Command ในปัจจุบันยังติดขัดเรื่องระเบียบเบิกจ่าย งบประมาณในพื้นที่ล่าช้าหรือไม่เพียงพอต่อการจ้างเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังไฟในป่า ทำให้การระงับเหตุทำได้ไม่ทันท่วงที

2. ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการจัดการใน 3 ระยะ เพื่อให้ประเทศไทยมีเครื่องมือจัดการปัญหาในระดับโครงสร้างอย่างยั่งยืน ขอเสนอแผนยุทธศาสตร์ที่เน้นผลลัพธ์เชิงรุก ดังนี้

ก. ยกระดับกลไกกฎหมายอากาศสะอาด (Long-term Solution)

• เร่งรัดการผลักดันร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด โดยใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 เพื่อนำร่างกฎหมายกลับมาพิจารมาต่อให้เสร็จสิ้นภายในปี 2570 เพื่อเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นการจัดการที่ต้นเหตุอย่างเป็นระบบ

ข. มาตรการบรรเทาทุกข์และลดภาระประชาชน (Short-term Reliet)

ในระหว่างที่สถานการณ์ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและค่าครองชีพ รัฐบาลควรสนับสนุนประชาชนผ่านมาตรการ ดังนี้

ㆍลดภาระค่าสาธารณูปโภค พิจารณาลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำในพื้นพื้นที่วิกฤต เพื่อสนับสนุนการใช้เครื่องฟอกอากาศและระบบป้องกันฝุ่นในอาคาร

ㆍการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกัน: จัดหาหน้ากากอนามัยมาตรฐาน N95 และอุปกรณ์ฟอกอากาศในราคาพิเศษ หรือใช้มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการป้องกันตนเอง เช่น นำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้

ㆍสนับสนุนท้องถิ่น: เร่งประสานงานกับ สตง. เพื่อปลดล็อกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถใช้งบประมาณเพื่อจัดทำ "ห้องปลอดฝุ่น" (Clean Air Room) และดูแลสุขภาวะประชาชนได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ

ค. แผนพัฒนาพื้นที่เป้าหมายและการจัดการแบบ "ลุ่มอากาศ" (Strategic Focus)

• Airshed Management: มุ่งเน้นการจัดการตามแนวทาง "ลุ่มอากาศ" ในกลุ่ม 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิศาสตร์เดียวกัน เพื่อให้การดับไฟและการจัดการเชื้อเพลิงมีความสอดคล้องกันทั้งระบบ

• การเตรียมการนอกฤดูฝุ่น: ใช้ช่วงเวลา 8 เดือน (พฤษภาคม- ธันวาคม) ในการสร้างความร่วมมือกับชุมชนและภาคเกษตรกรรม จัดสรรงบประมาณลงสู่พื้นที่ซํ้าซากล่วงหน้า เพื่อสร้างแรงจูงใจในการไม่เผาผ่านข้อมูลวิชาการและการสนับสนุนงบประมาณที่ตรงจุด

3. การมีแม่ทัพที่รับฟัง "เสียงจากหน้างาน" ความสำเร็จของการแก้ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขจุดความร้อน (Hospot) ในรายงานพาวเวอร์พอยท์ แต่อยู่ที่การเข้าใจข้อจำกัดของผู้ปฏิบัติงานและชุมชนขอบป่า จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง "แม่ทัพ" ที่มีบารมีและอำนาจเต็มในการสั่งการข้ามกระทรวง และขอให้ใช้โอกาสในการลงพื้นที่ครั้งนี้รับฟังปัญหาจากเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการและท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การยกเครื่องแผนการป้องกันสำหรับปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะแล้งสาหัสกว่าเดิม

รัฐบาลยังมีเวลาเตรียมตัวอีก 8 เดือนก่อนจะถึงฤดูฝุ่นถัดไป หากเริ่มวางรากฐานตั้งแต่วันนี้จะสามารถเปลี่ยนจาก "หายนะฝุ่นควัน" ให้กลายเป็น "อากาศสะอาด" ที่ยั่งยืนให้กับประชาชนได้

ด้านความเคลื่อนไหวใน จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ได้มีนักกิจกรรมนำป้ายผ้าเขียนข้อความ "อากาศสะอาดสร้างไม่ได้ด้วยรัฐรวมแบบศูนย์ คืนอำนาจชุมชนท้องถิ่นจัดการไฟป่า" ที่บริเวณสี่แยกกองบิน จ.เชียงใหม่ ระหว่างขบวนรถของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขับผ่านเส้นทางดังกล่าว พร้อมกับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนั้น น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน พร้อมทีมงานได้แสดงพลังเชิงสัญลักษณ์บริเวณสี่แยกข่วงสิงห์ ด้วยการชูป้ายข้อความเรียกร้องขออากาศสะอาดและเดินแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนไปยังรัฐบาลที่ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.เชียงใหม่ ในวันเดียวกัน พร้อมทั้งได้เรียกร้องให้รัฐบาลมีแผนการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่ชัดเจนและต่อเนื่อง รวมทั้งเร่งผลักดันร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้

อ่านประกอบ:

'วีระศักดิ์' เปิด 5 ปัจจัยไฟป่าเหนือรุนแรง แฉ 60% มีใบสั่งเผาล่าสัตว์

สภาลมหายใจเชียงใหม่แถลงการณ์ ซัดคำสั่งห้ามเผาผลักชาวบ้านกลายเป็นศัตรู

เครดิตภาพปก: เพจ พลอย เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู - Phetcharat Maichompoo

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ฝุ่นPM2.5
ฝุ่นPM2.5เชียงใหม่
ฝุ่นพิษภาคเหนือ
สภาลมหายใจภาคเหนือ
ลุ่มอากาศ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ตั้ง 'ทรงศักดิ์' นั่งประธานกรรมการป้องกันภัยพิบัติในภูมิภาค
'อนุทิน' ตั้ง 'ทรงศักดิ์' นั่งประธานกรรมการป้องกันภัยพิบัติในภูมิภาค