News Logo
หน้าแรก
โพลพระปกเกล้าชี้ คนค้านคลังขยะ ผวาพิษสะสม จี้รัฐสแกนจุดเสี่ยงชุมชน

โพลพระปกเกล้าชี้ คนค้านคลังขยะ ผวาพิษสะสม จี้รัฐสแกนจุดเสี่ยงชุมชน

30 ต.ค. 2569 11:43
ผู้ชม 11 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ผลสำรวจสถาบันพระปกเกล้าเผย ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ 67.3% ไม่ยอมรับโรงงานหรือโกดังเก็บของเสียในพื้นที่ไม่ว่าเงื่อนไขใด ขณะที่ผลสำรวจประชาชน 2,000 คนทั่วประเทศพบว่า ความกังวลสูงสุดคือผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว ประชาชนต้องการให้รัฐเร่งสำรวจจุดเสี่ยงและตรวจสอบแหล่งเก็บของเสีย ป้องกันปัญหามลพิษในชุมชน

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้าเปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 44 เรื่อง “การรับรู้ความเสี่ยงและความกังวลต่อปัญหาขยะอันตรายในชุมชน” พบว่า 67.3% ของผู้ตอบแบบสำรวจผ่าน LINE TODAY ไม่ยอมรับการตั้งโรงงานหรือโกดังเก็บของเสียในพื้นที่ ไม่ว่าเงื่อนไขใด ขณะที่ผลสำรวจประชาชน 2,000 คนทั่วประเทศพบว่า ปัญหาสุขภาพระยะยาวเป็นผลกระทบที่ประชาชนกังวลมากที่สุด โดยต้องการให้ภาครัฐเร่งสำรวจจุดเสี่ยงและตรวจสอบแหล่งเก็บของเสีย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชุมชน

สำหรับผลสำรวจผ่าน LINE TODAY ระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีผู้ตอบ 1,283 คน พบว่า 11.2% ยอมรับหากสถานประกอบการผ่านมาตรฐานและได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ส่วน 8.8% ยอมรับหากเปิดเผยข้อมูลและให้ชุมชนร่วมตรวจสอบ และ 8.3% ยอมรับหากตั้งอยู่ห่างจากบ้านเรือนและแหล่งน้ำ ขณะที่มีเพียง 3.1% ยอมรับหากมีหลักประกันการเยียวยาเมื่อเกิดผลกระทบ และอีก 1.3% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น

ด้านประเภทขยะในชุมชนที่ประชาชนมองว่าเสี่ยงก่อปัญหามลพิษมากที่สุด พบว่า 45.6% เลือกขยะครัวเรือน พลาสติก และซากวัสดุ สูงกว่าขยะประเภทอื่นอย่างชัดเจน รองลงมาคือภาชนะสารเคมีทางการเกษตร 16.7% ขยะอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และของเสียจากรถยนต์ 12.4% ขณะที่กากอุตสาหกรรมและสารเคมีอยู่ที่ 8.5%

ส่วนขยะก่อสร้างและซากวัสดุมีผู้เลือก 3.7% และขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาล 3.5% ขณะที่ประชาชน 7.2% ระบุว่าไม่พบปัญหาขยะที่เสี่ยงก่อมลพิษในชุมชน และอีก 2.4% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น

ความกังวลเรื่องสุขภาพระยะยาวเป็นประเด็นที่ประชาชนเลือกมากที่สุดที่ 25.6% เมื่อสอบถามถึงผลกระทบหากขยะหรือสารอันตรายปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม รองลงมาคือมลพิษทางอากาศและกลิ่น 20.5% น้ำกินน้ำใช้ไม่ปลอดภัย 17.6% สารอันตรายตกค้างในอาหารและสัตว์น้ำที่นำมาบริโภค 15.4% และดินหรือพื้นที่เกษตรปนเปื้อน 14.0% ขณะที่ 2.4% กังวลความเสียหายต่ออาชีพและรายได้ ส่วนผู้ที่ไม่กังวลเรื่องใดเป็นพิเศษมีเพียง 2.0% และอีก 2.5% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น

เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่าประชาชนมีลำดับความกังวลแตกต่างกัน โดยภาคใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพระยะยาวมากที่สุด ขณะที่ภาคตะวันออกกังวลเรื่องความปลอดภัยของน้ำกินน้ำใช้ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือกังวลมลพิษทางอากาศและกลิ่นมากที่สุด โดยประเด็นอันดับหนึ่งของแต่ละพื้นที่มีดังนี้

  • ภาคใต้: 39.0% กังวลปัญหาสุขภาพระยะยาว สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภูมิภาค

  • ภาคกลาง: 30.2% กังวลปัญหาสุขภาพระยะยาว รองลงมาคือน้ำกินน้ำใช้ไม่ปลอดภัย 20.7%

  • ภาคเหนือ: 27.5% กังวลปัญหาสุขภาพระยะยาว ตามด้วยมลพิษทางอากาศและกลิ่น 23.6%

  • ภาคตะวันออก: 28.9% กังวลน้ำกินน้ำใช้ไม่ปลอดภัย รองลงมาคือมลพิษทางอากาศและกลิ่น 22.2%

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: 21.3% กังวลมลพิษทางอากาศและกลิ่น ตามด้วยปัญหาสุขภาพระยะยาว 18.9%

  • กรุงเทพมหานคร: 22.9% กังวลปัญหาสุขภาพระยะยาวและมลพิษทางอากาศและกลิ่นสูงสุดเท่ากัน รองลงมาคือน้ำกินน้ำใช้ไม่ปลอดภัย 20.6%

เมื่อพิจารณาความกังวลด้านอาหารและพื้นที่เกษตร พบว่า ภาคตะวันออกมีประชาชน 19.5% กังวลสารอันตรายตกค้างในอาหารและสัตว์น้ำที่นำมาบริโภค ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18.6% ส่วนภาคกลางมีประชาชน 18.3% กังวลดินและพื้นที่เกษตรปนเปื้อน ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในประเด็นดังกล่าวเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น

สำหรับความคาดหวังต่อภาครัฐ ผลสำรวจพบว่า 27.5% ต้องการให้สำรวจและจัดทำแผนที่จุดเสี่ยงขยะและสารอันตรายในชุมชนมากที่สุด รองลงมาคือการตรวจสอบแหล่งเก็บของเสียและสถานประกอบการ 25.0% โดยสองมาตรการนี้มีสัดส่วนคำตอบรวมกัน 52.5% ขณะที่ 19.1% ต้องการให้ภาครัฐจัดความรู้และฝึกซ้อมรับมือกับชุมชน

นอกจากนี้ ประชาชน 10.9% ต้องการให้จัดระบบแจ้งเหตุและเตือนภัย และอีก 10.0% ต้องการให้เตรียมทีมตรวจสอบและเก็บกู้ฉุกเฉิน ขณะที่ 7.5% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น โดยมาตรการที่ประชาชนเลือกครอบคลุมทั้งการสำรวจจุดเสี่ยง การตรวจสอบสถานประกอบการ การเตรียมความพร้อมของชุมชน และการรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 44 ครอบคลุมความคิดเห็นของประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 2,000 คน ระหว่างวันที่ 23-26 ตุลาคม 2569 โดยกลุ่มผู้ตอบมีทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ พนักงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ นักศึกษา และประชาชนกลุ่มอาชีพอื่นๆ

ผลสำรวจครั้งนี้พบว่า ความกังวลของประชาชนต่อปัญหาขยะและสารอันตรายครอบคลุมตั้งแต่สุขภาพระยะยาว คุณภาพอากาศ ความปลอดภัยของน้ำและอาหาร ไปจนถึงการปนเปื้อนในพื้นที่เกษตร ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการตั้งโรงงานหรือโกดังเก็บของเสียในพื้นที่ และผลสำรวจประชาชนทั่วประเทศให้ความสำคัญกับการสำรวจจุดเสี่ยงและตรวจสอบแหล่งเก็บของเสียเป็นสองมาตรการแรกที่ต้องการให้ภาครัฐดำเนินการ

ผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 44 โดย สถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll)

ผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 44 โดย สถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll)

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ติดอันดับ 283 โรงพยาบาลอัจฉริยะที่ดีที่สุดในโลก ปี 2570
รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ติดอันดับ 283 โรงพยาบาลอัจฉริยะที่ดีที่สุดในโลก ปี 2570