รัฐบาลแจงคำสั่งตั้ง 'คณะกรรมการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยภาคเหนือ' ให้อำนาจ 'ทรงศักดิ์' สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเบ็ดเสร็จ ย้่ำสาเหตุหลักปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง PM2.5 กว่าร้อยละ 30-40 มาจากฝุ่นละอองข้ามแดน รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันกลไกความร่วมมือระดับอาเซียน ควบคู่การระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตที่มาจากการเผา
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ว่า การแต่งตั้งนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยภาคเหนือ และมีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นเลขานุการ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นั้นประธานคณะกรรมการจะมีอำนาจในการสั่งการหน่วยงานและกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกิดการบูรณาการได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ทั้งนี้ สาเหตุที่เริ่มดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือก่อน เนื่องจากปัจจุบันภาคเหนือกำลังเผชิญกับสถานการณ์สาธารณภัยที่หลากหลาย หากในอนาคตเกิดภัยพิบัติในภูมิภาคอื่น อาจมีการพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการในลักษณะเดียวกันขึ้นมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ ส่วนตำแหน่งประธานคณะกรรมการนั้นคาดการณ์ว่าอาจจะเป็นนายทรงศักดิ์เช่นเดิม เนื่องจากเป็นผู้ที่ดูแลเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นหลัก
นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาลยังได้ระบุถึงสาเหตุของปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง PM2.5 ในปัจจุบันว่า กว่าร้อยละ 30-40 มีต้นตอมาจากฝุ่นละอองข้ามแดน ส่งผลให้รัฐบาลมุ่งใช้กลไกความร่วมมือในระดับอาเซียนควบคู่ไปกับมาตรการเข้มงวดของกระทรวงพาณิชย์ โดยไม่อนุญาตให้นำเข้าสินค้าเกษตร ทั้งในรูปแบบวัตถุดิบและสินค้าแปรรูปจากแหล่งผลิตที่มีการเผาในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม จากการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าข้าวโพดลดลงกว่าร้อยละ 70 ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานในการนำเข้าสินค้าเข้าสู่ประเทศไทยต่อไป
ข้อมูลจากศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ณ วันที่ 21 เมษายน เวลา 12:00 น. ระบุว่า ปริมาณ PM2.5 ภาคเหนือเกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ โดยตรวจวัดได้ 41.0-134.9 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศในพื้นที่อื่นพบเกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี บึงกาฬ เลย นครพนม มุกดาหาร และอำนาจเจริญ




