News Logo
หน้าแรก
WMO เตือนปี 2569-2573 โลกเสี่ยงร้อนกว่าเดิม ทุบสถิติใหม่

WMO เตือนปี 2569-2573 โลกเสี่ยงร้อนกว่าเดิม ทุบสถิติใหม่

29 พ.ค. 2569 20:21
ผู้ชม 22 คน

WMO คาดช่วงปี 2569-2573 โลกมีโอกาสสูงทำสถิติร้อนใหม่ และอาจเกิน 1.5 องศาเซลเซียสชั่วคราวอีกหลายครั้ง ขณะที่อาร์กติกเผชิญภาวะร้อนเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกกว่า 3 เท่า

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าว Next News รวบรวมข้อมูลจากรายงาน Global Annual-to-Decadal Climate Update 2026-2035 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งจัดทำโดย UK Met Office ร่วมกับสถาบันด้านภูมิอากาศ 13 แห่งทั่วโลก พบว่าโลกมีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิสูงใกล้ระดับสถิติหรือทำสถิติร้อนใหม่ต่อเนื่องในช่วงปี 2569-2573 โดยมีโอกาสสูงที่อย่างน้อยหนึ่งปีจะร้อนกว่าปี 2567 ซึ่งเป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล

รายงานระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยโลกในช่วงปี 2569-2573 มีแนวโน้มสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมช่วงปี 2393-2443 ราว 1.3-1.9 องศาเซลเซียส โดยมีโอกาส 86% ที่อย่างน้อยหนึ่งปีจะทำสถิติร้อนกว่าปี 2567 และมีโอกาส 91% ที่อุณหภูมิเฉลี่ยโลกจะเกิน 1.5 องศาเซลเซียสแบบชั่วคราวในอย่างน้อยหนึ่งปี

WMO อธิบายว่า การเกินระดับ 1.5 องศาเซลเซียสในลักษณะดังกล่าวยังไม่ถือเป็นการเกินเป้าหมายระยะยาวตามข้อตกลงปารีส เนื่องจากเกณฑ์ของข้อตกลงใช้ค่าเฉลี่ยระยะยาวประมาณ 20 ปี แต่การเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้บ่อยขึ้นสะท้อนถึงแนวโน้มภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อคลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุรุนแรงในหลายภูมิภาค

รายงานของ WMO ยังระบุว่า ภูมิภาคอาร์กติกจะเผชิญภาวะร้อนเร็วที่สุด โดยอุณหภูมิในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม คาดว่าจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2534-2563 ประมาณ 2.8 องศาเซลเซียส หรือมากกว่าสามเท่าของอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของอุณหภูมิโลก

ภาวะดังกล่าวจะเร่งการละลายของน้ำแข็งทะเลอาร์กติกต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณทะเลบาเรนตส์ ทะเลเบริง และทะเลโอคอตสก์ ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบภูมิอากาศโลกในวงกว้าง

WMO ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันแนวโน้มนี้คือการสะสมของก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมมนุษย์ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ร่วมกับความแปรปรวนทางธรรมชาติของระบบภูมิอากาศ เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยแบบจำลองสภาพอากาศชี้ว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางมีแนวโน้มเอื้อต่อการเกิดเอลนีโญในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งอาจผลักดันให้ปี 2570 มีโอกาสทำสถิติร้อนใหม่ของโลก

ในด้านปริมาณฝน รายงานคาดการณ์ว่าพื้นที่ละติจูดสูงของซีกโลกเหนือ ภูมิภาคซาเฮลในแอฟริกา ยุโรปเหนือ อะแลสกา และไซบีเรีย มีแนวโน้มเผชิญฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่บางพื้นที่ เช่น ป่าแอมะซอน อาจเผชิญภาวะแห้งแล้งรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อระบบนิเวศและความสามารถในการดูดซับคาร์บอนของป่าฝน

ข้อมูลย้อนหลังของ WMO ยังระบุว่า 11 ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ล้วนเกิดขึ้นหลังปี 2558 เป็นต้นมา สะท้อนแนวโน้มอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดข้อมูลพยากรณ์ภูมิอากาศระยะกลางที่ WMO จัดทำทุกปี เพื่อสนับสนุนการวางแผนด้านนโยบายและการรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอาศัยแบบจำลองจากศูนย์พยากรณ์ชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งมีความแม่นยำสูงในการประเมินแนวโน้มอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก แม้ว่าการคาดการณ์ระดับภูมิภาคยังมีความไม่แน่นอนมากกว่าในระดับโลกก็ตาม

ก่อนหน้านี้ โลกเคยมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.55 องศาเซลเซียสในปี 2567 ซึ่งเป็นการเกินระดับ 1.5 องศาแบบชั่วคราวเช่นกัน ขณะที่ WMO ย้ำว่าแนวโน้มการเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ถี่ขึ้นกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อภาคเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพประชาชน และเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลก

WMO ระบุว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงหลายปีที่มีอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง พร้อมความเสี่ยงที่จะเห็นสถิติใหม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น ซึ่งสะท้อนผลสะสมของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ และความจำเป็นที่ประเทศต่างๆ ต้องเร่งทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อผลกระทบที่รุนแรงขึ้นในอนาคต

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชวนคนรุ่นใหม่ เปลี่ยน ‘ใบหญ้าแฝก’ เป็นงานคราฟต์รักษ์โลก
ชวนคนรุ่นใหม่ เปลี่ยน ‘ใบหญ้าแฝก’ เป็นงานคราฟต์รักษ์โลก