News Logo
หน้าแรก
ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนทำลายสถิติ คร่าชีวิตหลายร้อยราย

ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนทำลายสถิติ คร่าชีวิตหลายร้อยราย

27 มิ.ย. 2569 15:10
ผู้ชม 15 คน

คลื่นความร้อนรุนแรงปกคลุมยุโรปตะวันตก ทำลายสถิติอุณหภูมิหลายประเทศ มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนและเหตุเกี่ยวเนื่องแล้วหลายร้อยราย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนสภาพอากาศร้อนจัดอาจยืดเยื้ออีกหลายวัน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 World Meteorological Organization (WMO) รายงานว่า คลื่นความร้อนรุนแรงยังคงปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปตะวันตกและยุโรปตอนกลาง ส่งผลให้อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของฤดูกาลราว 5-12 องศาเซลเซียส หลายประเทศทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ของเดือนมิถุนายน ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากความร้อนและเหตุที่เกี่ยวเนื่องหลายร้อยราย โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อไปจนถึงช่วงปลายสัปดาห์หรือยาวนานกว่านั้น

ข้อมูลของ World Meteorological Organization (WMO) ระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม โปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ พื้นที่ตอนใต้ของสหราชอาณาจักร เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี รวมถึงอีกหลายประเทศในยุโรปตอนกลางและยุโรปตอนใต้ โดยหลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ของเดือนมิถุนายน

ข้อมูลล่าสุดจากระบบติดตามการเสียชีวิตรายวัน (MoMo: Sistema de Monitorización de la Mortalidad diaria) ของสเปน ระบุว่า ระหว่างวันที่ 21-25 มิถุนายน 2569 มีผู้เสียชีวิตที่อาจเกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนอย่างน้อย 327 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายน ขณะที่ทางการฝรั่งเศสยืนยันว่า นับตั้งแต่คลื่นความร้อนเริ่มทวีความรุนแรงเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ก่อน มีผู้เสียชีวิตจากเหตุจมน้ำแล้วอย่างน้อย 55 ราย โดยประมาณสองในสามของผู้เสียชีวิตลงเล่นน้ำในพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล

ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของประเทศรายงานว่า เมืองปิสซอส ทางตะวันตกเฉียงใต้ มีอุณหภูมิสูงถึง 44.3 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงปารีสแตะ 40.9 องศาเซลเซียส ทางการประกาศเตือนภัยระดับสูงในหลายพื้นที่ พร้อมสั่งปิดโรงเรียนหรือปรับเวลาเรียนมากกว่า 2,700 แห่งเพื่อลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศร้อนจัด

สำนักข่าว BBC รายงานเพิ่มเติมว่า เด็กอายุ 18 เดือนเสียชีวิตจากภาวะร่างกายร้อนเกินหลังถูกทิ้งไว้ในรถยนต์ที่เมืองมาร์แซย์ นับเป็นเหตุการณ์ล่าสุด ต่อจากกรณีเด็กอายุ 2 ปี และ 4 ปี ที่เสียชีวิตจากสาเหตุเดียวกันก่อนหน้านี้

สเปนเผชิญอุณหภูมิสูงกว่า 38-40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ ทางการประกาศเตือนภัยไฟป่าในระดับสูงและขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะที่อิตาลีประกาศเตือนภัยความร้อนระดับสูงสุดใน 16 เมืองใหญ่ รวมทั้งกรุงโรม มิลาน และฟลอเรนซ์ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความร้อนอย่างน้อย 5 ราย

ด้านสหราชอาณาจักร สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ว่า หลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงถึง 36.7 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ต้องยกเลิกการเดินรถไฟหลายเส้นทาง เนื่องจากรางรถไฟบิดตัวจากความร้อน และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

ผลกระทบจากคลื่นความร้อนยังขยายวงกว้างไปยังภาคเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งในหลายประเทศหยุดชะงัก ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่อง ภาคเกษตรเผชิญความเสี่ยงจากความเสียหายของพืชผล ขณะที่สัตว์ป่าและปศุสัตว์ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ และหลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงเกิดไฟป่ารุนแรง

นักวิทยาศาสตร์จาก Copernicus Climate Change Service และหน่วยงานด้านภูมิอากาศของยุโรประบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดจากระบบความกดอากาศสูงลักษณะโอเมกา ซึ่งกักเก็บมวลอากาศร้อนจากทะเลทรายซาฮาราไว้เหนือทวีปยุโรป ทำให้อากาศร้อนสะสมต่อเนื่องหลายวัน และขัดขวางการไหลเวียนของมวลอากาศเย็นจากภายนอก

World Meteorological Organization (WMO) ระบุว่า ยุโรปเป็นทวีปที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเร็วที่สุดในโลก และคลื่นความร้อนรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์คลื่นความร้อนในฝรั่งเศสเมื่อปี 2546 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเกือบ 15,000 ราย

หลายประเทศในยุโรปได้ออกมาตรการรับมือ โดยแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลากลางวัน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ขณะที่รัฐบาลบางประเทศเปิดศูนย์คลายร้อนและแจกจ่ายน้ำดื่มแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก

คลื่นความร้อนระลอกนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากเหตุการณ์อากาศร้อนผิดปกติในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ทำลายสถิติอุณหภูมิในหลายประเทศของยุโรปตะวันตก สะท้อนแนวโน้มว่าฤดูร้อนปีนี้อาจยาวนานและรุนแรงกว่าปกติ ขณะที่นักสิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดความถี่และความรุนแรงของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในอนาคต

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 ผนึกพลังตั้งรับ-ปรับตัว สู้วิกฤตโลกร้อน
ลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 ผนึกพลังตั้งรับ-ปรับตัว สู้วิกฤตโลกร้อน