News Logo
หน้าแรก
เอเชียอ่วมปลายกันยายน ฝนหนักลากวิกฤตน้ำท่วมข้ามหลายประเทศ

เอเชียอ่วมปลายกันยายน ฝนหนักลากวิกฤตน้ำท่วมข้ามหลายประเทศ

29 ก.ย. 2569 15:16
ผู้ชม 14 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ฝนหนักปลายเดือนกันยายน 2569 กระหน่ำหลายพื้นที่ในเอเชีย น้ำท่วมและดินถล่มขยายวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก ขณะที่หลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนรอบใหม่และระดับน้ำที่ยังสูง

ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 หลายประเทศในเอเชียยังเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่มในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ไทย เมียนมา อินเดีย และเนปาล ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตรวมหลายสิบคน ขณะที่ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

ไทย

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนยังส่งผลกระทบหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่ศูนย์ประสานงานด้านมนุษยธรรมอาเซียน (AHA Centre) รายงานว่า ช่วงวันที่ 21-27 กันยายน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบสะสม 41 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมกว่า 582,500 ครัวเรือน หรือประมาณ 1.81 ล้านคน และยังมีสถานการณ์ต่อเนื่องใน 27 จังหวัดและกรุงเทพฯ โดยภาคกลางและภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเป็นหนึ่งในจุดที่สถานการณ์หนัก รัฐบาลต้องกำหนดให้วันที่ 28-29 กันยายนเป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เนื่องจากฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่จนกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

สำหรับกรุงเทพมหานคร ข้อมูลล่าสุดจากการแถลงของ กทม. ระบุว่า ตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์ มีพื้นที่น้ำท่วมสะสม 42 เขต และยังเหลือน้ำท่วมขัง 8 เขต ได้แก่ ลาดกระบัง บางกะปิ มีนบุรี สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม คลองสามวา และสายไหม โดยประเมินว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบสะสมประมาณ 300,000 ครัวเรือน หรือราว 700,000 คน

รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า แม้สถานการณ์ฝนมีแนวโน้มลดลง แต่ระดับน้ำในคลองหลายสายยังสูง ทำให้บางพื้นที่ระบายน้ำได้ช้า กทม.จึงเร่งสูบน้ำและลำเลียงน้ำเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำ ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำและตรอกซอยบางแห่งยังมีน้ำท่วมขัง และการเข้าถึงประชาชนกลุ่มเปราะบางบางจุดยังทำได้ยาก

ส่วนจังหวัดรอบกรุงเทพฯ โดยเฉพาะสมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี ยังต้องติดตามทั้งน้ำฝนสะสม น้ำจากพื้นที่ตอนบน และระดับน้ำในแม่น้ำ ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเตือนว่า ช่วงวันที่ 29 กันยายน-4 ตุลาคม มวลน้ำจากตอนบนจะไหลลงมาสมทบกับภาวะน้ำทะเลหนุนสูง อาจทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บางปะกง ท่าจีน และแม่กลอง รวมถึงพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำและเส้นทางสำคัญอย่างถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2 โดยจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม

ด้านกระทรวงสาธารณสุขรายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายนว่า สถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิต 19 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากการพลัดตกน้ำ จมน้ำ และไฟฟ้าช็อต ขณะที่หน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 49 แห่ง โดยบางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว

ขณะเดียวกัน พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำบางปะกงยังต้องติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนขุนด่านปราการชลที่มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำเพื่อรองรับน้ำไหลเข้า ขณะที่มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนยังไหลลงมาสมทบ ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง

เมียนมา

AFP รายงานว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคตะนาวศรี ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และมีผู้สูญหายอีกประมาณ 20-30 คน ขณะที่รายงานบางส่วนระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10 ราย

นายเฮน เท็ต จากกลุ่มอาสาสมัคร People’s Administration Team ให้ข้อมูลกับ AFP ว่า เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้อย่างน้อย 8 รายในพื้นที่อำเภอเลาโกลน ในจำนวนนี้มีวัยรุ่น 3 รายที่เสียชีวิตจากดินถล่มขณะอยู่ภายในวัด ขณะที่หมู่บ้านอีกหลายแห่งยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากฝนยังตกต่อเนื่องและการเข้าถึงบางพื้นที่ทำได้ยาก

อินเดีย

Reuters รายงานเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ว่า ฝนตกหนักและพายุที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 56 ราย โดยรัฐอุตตรประเทศเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก

Reuters ระบุว่า ระหว่างวันที่ 25 กันยายนถึงช่วงเช้าวันที่ 27 กันยายน รัฐอุตตรประเทศมีปริมาณฝนสะสมประมาณ 66.5 มิลลิเมตร สูงกว่าค่าปกติของช่วงเวลาเดียวกันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 7.6 มิลลิเมตรหลายเท่า ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในแม่น้ำสำคัญหลายสายของอินเดีย รวมถึงแม่น้ำคงคา คันดัก โกสี บากมาติ และนาร์มาดา เพิ่มสูงขึ้นจนบางจุดเกินระดับอันตราย ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมเพิ่มเติม

เนปาล

Reuters รายงานว่า ฝนตกหนักและดินถล่มตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย และสูญหายอีก 11 ราย ทางการเนปาลออกคำเตือนความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันครอบคลุม 49 จากทั้งหมด 77 เขตทั่วประเทศ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ที่ได้รับคำเตือนอยู่ในระดับความเสี่ยงสูง

Reuters รายงานอีกว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักหลายสายของเนปาลยังเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความเสียหายจากฝนและดินถล่มส่งผลกระทบต่อระบบโทรคมนาคมในบางพื้นที่ หลังสายเคเบิลใยแก้วนำแสงและระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ทำให้การติดต่อสื่อสารและการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยบางแห่งทำได้ยากขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังเนปาลเผชิญภัยพิบัติจากธารน้ำแข็งถล่มและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัยบริเวณชายแดนติดกับทิเบตช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายราย ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นยังคงเตือนประชาชนในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ลุ่มน้ำให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นอีกหากมีฝนตกหนักเพิ่มเติม

ข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานด้านภัยพิบัติในแต่ละประเทศระบุว่า สภาพอากาศในช่วงปลายเดือนกันยายนยังได้รับอิทธิพลจาก มรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้หลายพื้นที่ของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องเข้าสู่ช่วงต้นเดือนตุลาคม

สำหรับประเทศไทย นอกจากน้ำฝนสะสมในพื้นที่แล้ว การระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตเมืองยังต้องติดตามปัจจัยจากระดับน้ำในแม่น้ำ น้ำจากพื้นที่ตอนบน และน้ำทะเลหนุน ซึ่งอาจทำให้น้ำระบายออกจากคลองและพื้นที่ชุมชนได้ช้าลงในบางช่วง

หน่วยงานด้านภัยพิบัติของแต่ละประเทศยังคงดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ทั้งการจัดตั้งศูนย์พักพิง แจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม สูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม และค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ดินถล่ม โดยเฉพาะเมียนมาซึ่งการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลบางแห่งยังมีข้อจำกัดจากสภาพภูมิประเทศ ความเสียหายของเส้นทางคมนาคม และสถานการณ์ภายในประเทศ

ตัวเลขผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และประชาชนที่ได้รับผลกระทบในไทย เมียนมา อินเดีย และเนปาลยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากหลายพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการค้นหา ช่วยเหลือ และประเมินความเสียหาย ขณะที่หลายประเทศยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มเพิ่มเติมในช่วงต่อจากนี้

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภาพกรมชลฯปล่อยวัชพืชพรึ่บเต็มคลองในอ.หนองเสือเหตุน้ำท่วมหนัก
เปิดภาพกรมชลฯปล่อยวัชพืชพรึ่บเต็มคลองในอ.หนองเสือเหตุน้ำท่วมหนัก