News Logo
หน้าแรก
ยักษ์ใหญ่ บ.ยาจ่ายสินบนเป็นระบบทั่วโลก มูลค่าปรับทะลุ 1,100ล้านดอลลาร์

ยักษ์ใหญ่ บ.ยาจ่ายสินบนเป็นระบบทั่วโลก มูลค่าปรับทะลุ 1,100ล้านดอลลาร์

18 พ.ค. 2569 13:14
ผู้ชม 130 คน

งานวิจัยสากลเปิดโปงบริษัทเภสัชกรรมข้ามชาติหลายแห่ง พัวพันคดีสินบนข้ามชาติอย่างน้อย 21 คดี ใช้วิธีซับซ้อนผ่านบริษัทลูกและตัวแทน เพื่อเร่งอนุมัติยาและชนะประมูลรัฐ ขณะที่มูลค่าค่าปรับรวมพุ่งกว่า 1,100 ล้านดอลลาร์ สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมยาระดับโลก

งานวิจัยวิชาการที่เผยแพร่เมื่อต้นปี 2569 เปิดโปงรูปแบบคอร์รัปชันเชิงระบบในอุตสาหกรรมยาระดับโลก พบบริษัทเภสัชกรรมข้ามชาติหลายแห่งพัวพันคดีสินบนข้ามชาติอย่างน้อย 21 คดี โดยใช้โครงสร้างองค์กรซับซ้อน ทั้งบริษัทลูก บริษัทเปล่า และตัวแทนบุคคลที่สาม เพื่อเร่งการขึ้นทะเบียนยา ชนะการประมูลภาครัฐ และเพิ่มยอดขายในหลายประเทศ

สำนักข่าว Next News รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบทางวิชาการ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Law, Medicine & Ethics เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี ศาสตราจารย์จิลเลียน โคห์เลอร์ แห่งมหาวิทยาลัยโทรอนโต ร่วมกับ อานาม ข่าน และแอนเดรีย โบว์รา เป็นผู้วิจัย

รายงานระบุว่า งานศึกษาชิ้นนี้เป็นการทบทวนอย่างเป็นระบบครั้งแรก ที่วิเคราะห์รายงานของ OECD Working Group on Bribery Phase Reports ตั้งแต่ปี 2542 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และพบคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเภสัชกรรมอย่างน้อย 21 คดี ใน 5 ประเทศสมาชิก OECD ได้แก่ สหรัฐฯ เยอรมนี เดนมาร์ก กรีซ และอิตาลี

เว็บไซต์ Mad in America รายงานว่า การสอบสวนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบริษัทยา 19 แห่ง โดยมี 13-14 บริษัทที่ถูกระบุชื่อชัดเจน เช่น Pfizer, Johnson & Johnson, GlaxoSmithKline, AstraZeneca, Novartis, Eli Lilly, Bristol-Myers Squibb, Sanofi, Teva Pharmaceutical Industries และ Novo Nordisk

เว็บไซต์ USRTK ระบุว่า รูปแบบการกระทำผิดที่พบซ้ำคือ การจ่ายสินบนให้แพทย์ เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีอิทธิพลในวงการสาธารณสุข เพื่อเพิ่มการสั่งจ่ายยา เร่งอนุมัติยา และเอื้อประโยชน์ในการจัดซื้อภาครัฐ โดยใช้วิธีซ่อนเร้นผ่าน กองทุนลับ ทริปท่องเที่ยว ค่าที่ปรึกษา ของขวัญ และระบบสะสมแต้มที่แพทย์สามารถแลกเป็นสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้

ข้อมูลในรายงานระบุว่า มูลค่าสินบนที่ตรวจพบมีอย่างน้อย 12.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บริษัทต่างๆ ถูกสั่งปรับและลงโทษรวมกว่า 1,111 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นค่าปรับ 586 ล้านดอลลาร์ การคืนกำไร 447 ล้านดอลลาร์ และดอกเบี้ยอีก 77 ล้านดอลลาร์ บางคดีใช้เวลาสอบสวนนานถึง 11 ปี โดยเฉลี่ยเกือบ 5 ปีต่อคดี และใช้เวลาจากการตรวจพบจนถึงการดำเนินคดีเฉลี่ย 4.6 ปี

ศาสตราจารย์จิลเลียน โคห์เลอร์ ระบุในงานวิจัยว่า การคอร์รัปชันลักษณะนี้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ลดคุณภาพการรักษา และในกรณีร้ายแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

ด้าน Mad in America รายงานเพิ่มเติมว่า การกระทำผิดจำนวนมากได้รับการอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูง และเกี่ยวข้องกับบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานขาย ตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดการระดับกลาง ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง บริษัทจำนวนมากยังใช้โครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อน เช่น บริษัทลูก บริษัทเปล่า และตัวแทนภายนอก เพื่อทำให้การดำเนินการเหล่านี้ดูถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะที่ USRTK ระบุว่า แม้หลายคดีจะเกิดขึ้นระหว่างปี 2537-2559 แต่รูปแบบการกระทำผิดยังคงเกิดซ้ำอย่างเป็นระบบ จนทำให้เกิดคำถามต่อวัฒนธรรมองค์กรของอุตสาหกรรมยาที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

ตัวอย่างคดีสำคัญที่ถูกรวบรวมในงานวิจัย ได้แก่ กรณีของ Pfizer ที่ถูกกล่าวหาว่าจ่ายสินบนในจีน อิตาลี รัสเซีย และหลายประเทศในยุโรปตะวันออก เพื่อเร่งการขึ้นทะเบียนยาและเพิ่มยอดสั่งจ่ายยา ส่วน Johnson & Johnson ถูกกล่าวหาในกรณีจ่ายสินบนให้แพทย์และผู้บริหารโรงพยาบาลในโปแลนด์และโรมาเนีย ขณะที่ GlaxoSmithKline และ AstraZeneca ก็ถูกระบุในคดีที่เกี่ยวข้องกับการมอบของขวัญและทริปท่องเที่ยวแก่บุคลากรทางการแพทย์

แม้หลายคดีจะจบลงด้วยการยอมความ โดยบริษัท ไม่ยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่จำนวนเงินค่าปรับและการคืนกำไรจำนวนมหาศาล สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำต่อเนื่องมานานหลายปี

ปัจจุบันยังไม่มีบริษัทใดที่ถูกระบุชื่อในรายงาน ออกแถลงการณ์ตอบโต้โดยตรงต่องานวิจัยฉบับนี้ เนื่องจากเป็นการรวบรวมคดีเก่าและคดีที่หลายบริษัทเคยยอมความและชำระค่าปรับไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังสะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ของระบบกำกับดูแลระหว่างประเทศ ที่ยังไม่สามารถป้องกันการคอร์รัปชันข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ระบบตรวจสอบมักเข้มงวดน้อยกว่า

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า การสูญเสียงบประมาณสาธารณะจากคดีเหล่านี้ อาจส่งผลโดยตรงต่อราคายาที่สูงขึ้น ความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงยา และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบสาธารณสุขโดยรวม

รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพ การเข้าถึงยา และความโปร่งใสในอุตสาหกรรมการแพทย์ จนนำไปสู่เสียงเรียกร้องให้รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม เพิ่มมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

ศาสตราจารย์จิลเลียน โคห์เลอร์ และทีมวิจัยสรุปว่า การคอร์รัปชันในอุตสาหกรรมยาไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะราย แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต้องปฏิรูปอย่างจริงจัง เพื่อให้ผลประโยชน์ของผู้ป่วยและสาธารณชนอยู่เหนือผลกำไรทางธุรกิจ

อ้างอิง: 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปลด 7,800 ตำแหน่งงาน รับมือ AI เปลี่ยนเกมธนาคารโลก
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปลด 7,800 ตำแหน่งงาน รับมือ AI เปลี่ยนเกมธนาคารโลก