News Logo
หน้าแรก
25 รัฐฟ้องทรัมป์ปมรีดภาษีรอบใหม่ ไทยโดน 12.5% ชี้ใช้กฎหมายไม่ชอบ

25 รัฐฟ้องทรัมป์ปมรีดภาษีรอบใหม่ ไทยโดน 12.5% ชี้ใช้กฎหมายไม่ชอบ

4 ส.ค. 2569 15:59
ผู้ชม 3 คน

กลุ่ม 25 รัฐของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศเป็นครั้งที่สาม คัดค้านการเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่ตามมาตรา 301 ที่ครอบคลุมกว่า 60 ประเทศ รวมถึงไทยในอัตรา 12.5% ขณะที่รัฐบาลยืนยันมาตรการมีเป้าหมายแก้ปัญหาแรงงานบังคับ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ตามเวลาไทย กลุ่ม 25 รัฐของสหรัฐอเมริกา นำโดยอัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย ร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดรัฐแอริโซนา คริส เมเยส และอัยการสูงสุดรัฐออริกอน แดน เรย์ฟิลด์ ยื่นฟ้องรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เพื่อขอให้เพิกถอนมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรรอบใหม่ที่รัฐบาลประกาศใช้ตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 2517 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วและครอบคลุมสินค้านำเข้าจากกว่า 60 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศไทย

สำนักงานอัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่า คดีนี้เป็นการฟ้องร้องรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรเป็นครั้งที่ 3 หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มรัฐดังกล่าวเคยยื่นฟ้องการใช้อำนาจด้านภาษีในช่องทางกฎหมายอื่นมาแล้ว โดยคำฟ้องล่าสุดระบุว่า รัฐบาลพยายามใช้อำนาจตามมาตรา 301 เพื่อคงมาตรการภาษีที่ศาลเคยวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ในรูปแบบใหม่

ก่อนหน้านี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ว่า จะจัดเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ภายหลังมาตรการภาษีชั่วคราวอัตรา 10% สิ้นสุดลง รัฐบาลสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่าหลายประเทศยังไม่มีมาตรการออกกฎหมายหรือบังคับใช้การห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการค้าเพื่อกดดันให้เกิดการปรับปรุง

ข้อมูลจาก USTR ระบุว่า ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่ถูกจัดเก็บภาษีอัตรา 12.5% ได้แก่ ไทย จีน เวียดนาม บราซิล และอีกหลายประเทศ ส่วนประเทศที่ถูกจัดเก็บภาษีอัตรา 10% ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย แคนาดา เม็กซิโก และสหราชอาณาจักร โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ คิดเป็นประมาณร้อยละ 99.4 ของการนำเข้าสหรัฐฯ ทั้งหมด ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่รัฐบาลเห็นว่าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

คำฟ้องของกลุ่มรัฐระบุว่า การสอบสวนของ USTR ใช้เวลาประมาณ 2 เดือนครึ่งในการประเมินประเทศและเขตเศรษฐกิจกว่า 60 แห่งพร้อมกัน ซึ่งโจทก์เห็นว่าเป็นระยะเวลาที่ไม่เพียงพอ อีกทั้งอัตราภาษีที่กำหนดยังไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับตามเหตุผลที่รัฐบาลอ้าง

อัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวในแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบายที่ทำให้ค่าครองชีพของชาวอเมริกันสูงขึ้น แม้จะเคยถูกศาลวินิจฉัยมาแล้ว พร้อมระบุว่า นี่เป็นความพยายามครั้งที่ 3 ในการจัดเก็บภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะเพิ่มภาระให้กับครอบครัวและธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า ภาษีศุลกากรเป็นต้นทุนที่ประชาชนต้องเป็นผู้รับภาระ

ด้านอัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์กระบุในแถลงการณ์ว่า หลังจากรัฐบาลแพ้คดีในศาลฎีกาแล้ว ยังพยายามใช้มาตรการภาษีรอบใหม่ต่อไป พร้อมยืนยันว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาจกำหนดภาษีศุลกากรในวงกว้างได้ตามดุลพินิจ

ทำเนียบขาวตอบโต้ผ่านโฆษกว่า รัฐบาลกำลังใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อจัดการกับการกระทำ นโยบาย และแนวปฏิบัติที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งสร้างภาระต่อการค้าของสหรัฐฯ และยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานโลก

นอกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และออริกอนแล้ว โจทก์ยังประกอบด้วยอัยการสูงสุดจากรัฐโคโลราโด คอนเนตทิคัต เดลาแวร์ ฮาวาย อิลลินอยส์ แมสซาชูเซตส์ แมริแลนด์ เมน มิชิแกน มินนิโซตา เนวาดา นิวเจอร์ซีย์ นิวเม็กซิโก นิวยอร์ก นอร์ทแคโรไลนา โรดไอแลนด์ เวอร์จิเนีย เวอร์มอนต์ วอชิงตัน และวิสคอนซิน รวมทั้งผู้ว่าการรัฐเคนทักกีและเพนซิลเวเนีย โดยทั้งหมดขอให้ศาลมีคำสั่งว่ามาตรการภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ระงับการบังคับใช้ระหว่างการพิจารณาคดี และสั่งคืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้ว

สำหรับประเทศไทย USTR จัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเสียภาษีศุลกากรอัตรา 12.5% โดยระบุว่า การบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ภาษีดังกล่าวจะจัดเก็บเพิ่มเติมจากอัตราภาษีปกติและมาตรการทางการค้าอื่นที่ยังมีผลบังคับใช้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของไทยหลายกลุ่มที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ

คดีดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาของศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีด้านภาษีศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะ โดยกลุ่มโจทก์มีแนวโน้มยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ขณะที่รัฐบาลจะยื่นคำให้การต่อสู้คดีตามขั้นตอน หากฝ่ายใดไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ยังสามารถอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์แห่งสหรัฐฯ สำหรับเขตวงจรกลาง และอาจยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้ในลำดับต่อไป

กลุ่มโจทก์ยังอ้างผลการศึกษาของนักวิจัยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ซึ่งระบุว่า ภาระต้นทุนภาษีศุลกากรในปี 2568 เกือบร้อยละ 90 ถูกผลักไปยังผู้บริโภคและภาคธุรกิจของสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า มาตรการภาษีรอบใหม่จะเพิ่มต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค และส่งผลต่อการจัดซื้อของหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจในหลายรัฐ

ตามข้อมูลของสำนักงานอัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย คดีล่าสุดนับเป็นการดำเนินคดีครั้งที่ 3 ของกลุ่มรัฐดังกล่าวต่อมาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์ โดยรัฐบาลยังยืนยันว่าการใช้มาตรา 301 เป็นมาตรการที่ชอบด้วยกฎหมายและมีความจำเป็นในการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์จวก บ.น้ำมันฟันกำไรมากเกิน จากสงครามอิหร่าน จี้ลดราคาหน้าปั๊ม
ทรัมป์จวก บ.น้ำมันฟันกำไรมากเกิน จากสงครามอิหร่าน จี้ลดราคาหน้าปั๊ม