News Logo
หน้าแรก
ศจ.สหรัฐฯ ชี้ความเป็นกลาง ทำไทยได้เปรียบเวทีแข่งชิปโลก แนะเร่งดึงลงทุน

ศจ.สหรัฐฯ ชี้ความเป็นกลาง ทำไทยได้เปรียบเวทีแข่งชิปโลก แนะเร่งดึงลงทุน

7 ก.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 8 คน

ศจ.สหรัฐฯ ชี้ความเป็นกลางทำไทยได้เปรียบเวทีแข่งขันชิปโลก เพราะเป็นจุดแข็งดึงดูดการลงทุน แนะไทยใช้โอกาสทอง ดึงซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ สอดคล้องดีมานด์โลก

สำนักข่าว Next News เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ดร. คริส มิลเลอร์ (Chris Miller) หรือ Christopher R. Miller ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศ (Professor of International History) ประจำโรงเรียนกฎหมายและการทูตฟลีตเชอร์ (The Fletcher School) แห่งมหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University) สหรัฐอเมริกา ได้ให้สัมภาณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) ถึงความได้เปรียบของประเทศไทยในสงครามการแข่งขันชิป ระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่โดดเด่นในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการวางตำแหน่งทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายต่างประเทศที่เป็นกลาง

ศาสตราจารย์มิลเลอร์กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความสำคัญกับภาคส่วนเซมิคอนดักเตอร์อย่างชัดเจน ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์เป็นผู้เล่นหลักอยู่แล้ว เช่นเดียวกับมาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งเหมือนกับประเทศไทย กำลังพยายามสร้างตำแหน่งของตนเองในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ข่าวดีสำหรับประเทศเหล่านี้คือ ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดที่จำเป็นต่อการผลิตชิปมีโอกาสในการขยายตัวอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์มิลเลอร์เน้นย้ำว่าการเข้าสู่ส่วนที่ก้าวหน้าที่สุด ซับซ้อนที่สุด และต้องใช้เงินลงทุนสูงที่สุดของห่วงโซ่อุปทานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งรวมถึงการผลิตชิปด้วยตนเอง ที่ประเทศอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้มีความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่นอย่างยิ่ง ดังนั้น แม้จะมีศักยภาพมากมายสำหรับประเทศไทย แต่การเดินทางจากการเริ่มต้นในห่วงโซ่อุปทานไปสู่การขยับขึ้นไปในห่วงโซ่คุณค่า (การผลิตชิปที่มีมูลค่าสูง)นั้นเป็นเส้นทางที่ยาวนาน

พิธีกรซีเอ็นบีซีตั้งข้อสังเกตว่าเว่าประเทศไทยต้องการพัฒนาศักยภาพการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งภายนอกและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า หรือการหยุดชะงักใดๆ อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือจุดแข็งในการแข่งขันของไทยอยู่ที่ใด เมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่างเกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา

ศาสตราจารย์มิลเลอร์กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่น่าขันอย่างหนึ่งสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ แม้ประเทศในภูมิภาคนี้จะไม่ชอบความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่พวกเขากลับได้รับประโยชน์จากความจริงที่ว่าบริษัทต่างๆ กำลังมองหาพื้นที่ที่เป็นกลางในการวางห่วงโซ่อุปทานของตน เราจึงเห็นการลงทุนทั้งจากบริษัทตะวันตกและบริษัทจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุผลที่ว่าภูมิภาคนี้ถูกมองว่าเป็นสถานที่ที่เป็นกลางในการผลิตสินค้าที่สามารถขายให้กับตลาดปลายทางทั้งสองฝ่ายได้ และประเทศไทยก็มีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะทำเช่นนี้

"เราได้เห็นการลงทุนจำนวนมากในส่วนของแผงวงจรพิมพ์ในประเทศไทย โดยมีสถานะที่เป็นกลางนี้อยู่ในใจ และเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับรัฐบาลที่จะพยายามดำเนินการในลักษณะเดียวกันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ด้วย" ศาสตราจารย์มิลเลอร์กล่าว

เมื่อถามว่าการที่ไม่มีประเทศใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถแข่งขันกับไต้หวันหรือเกาหลีใต้ได้ในขณะนี้ การสร้างพันธมิตรและความร่วมมือที่มากขึ้นระหว่างประเทศอาเซียนจะเป็นหนทางที่เหมาะสมหรือไม่ และจะเสี่ยงต่อการทำให้จีนไม่พอใจหรือไม่นั้น ศาสตราจารย์มิลเลอร์อธิบายว่า หากเราจินตนาการถึงโรงงานเฉพาะที่จะสร้างขึ้น โรงงานเหล่านี้จะต้องเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่อุปทานที่ป้อนลูกค้าของตนเอง ดังนั้น บริษัทต่างๆ จะต้องพิจารณาถึงภูมิรัฐศาสตร์อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องคำนึงถึงรูปแบบธุรกิจด้วยเช่นกัน ว่าพวกเขาจะขายสินค้าให้กับใคร และนั่นคือจุดที่จำเป็นต้องมีการบูรณาการที่ขยายออกไปนอกอาเซียน เนื่องจากลูกค้าปลายทางมักจะอยู่ในไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน หรือสหรัฐอเมริกา ดังนั้น การคิดถึงความร่วมมือในอาเซียนจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่โดยส่วนใหญ่แล้วยังไม่เพียงพอที่จะรองรับการลงทุนที่จำเป็นในการสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพียงเพราะลูกค้าปลายทางส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์มิลเลอร์ยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับความก้าวหน้าของจีนในการสร้างความยั่งยืนและการพึ่งพาตนเองด้านชิปเพื่อความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจ ซึ่งถูกกระตุ้นโดยความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยระบุว่า หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์ จีนได้จัดตั้งกองทุนลงทุนวงจรรวมแห่งแรกขึ้นพร้อมเงินลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดความตึงเครียดทางการค้าใดๆ และก่อนที่ใครๆ ในกรุงวอชิงตันจะเคยได้ยินคำว่าเซมิคอนดักเตอร์เสียด้วยซ้ำ ดังนั้น การพึ่งพาตนเองจึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนและกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐได้ผลักดันมานานกว่าหนึ่งทศวรรษแล้ว ซึ่งมาก่อนความตึงเครียดทางการค้าทั้งหมดที่เราเห็นในช่วงรัฐบาลชุดก่อนและหลังจากนั้น การผลิตภายในประเทศเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนผลักดันในทุกภาคส่วน รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ด้วย

ศาสตราจารย์มิลเลอร์ยังกล่าวเสริมว่าสหรัฐฯ ได้ลดมาตรการจำกัดใหม่ๆ ลงในช่วงประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นแร่ธาตุวิกฤตที่เคยมีการหารือกันก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ตระหนักดีว่าจีนมีเครื่องมือที่ทรงพลังในเรื่องแร่ธาตุวิกฤต และจนกว่าจะมีฐานการผลิตแร่ธาตุวิกฤตที่หลากหลายมากขึ้น รัฐบาลสหรัฐฯ จึงระมัดระวังในการดำเนินการใดๆ ที่จีนอาจมองว่าเป็นการยั่วยุ เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้ของจีนโดยการระงับการจัดหาแร่ธาตุสำคัญ

เมื่อถูกถามถึงอนาคตที่จีนจะไม่ต้องลักลอบนำเข้าชิปจากบริษัทอย่างเอ็นวิเดีย (Nvidia) อีกต่อไป ศาสตราจารย์มิลเลอร์กล่าวว่า หนทางยังอีกยาวไกล เป็นที่น่าจดจำว่าผ่านมาเป็นเวลาหลายปีแล้วนับตั้งแต่จีนไม่สามารถซื้อเครื่องมือผลิตชิปที่ทันสมัยที่สุด เช่น เครื่องมือลิโทกราฟี ที่ใช้ในการผลิตหน่วยความจำและชิปลอจิกคุณภาพสูง ดังนั้น กว่าครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เรายังคงรอข่าวความคืบหน้าของการผลิตเครื่องมือผลิตชิปประเภทนี้ภายในประเทศ ซึ่งหากไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถผลิตชิปที่ทันสมัยที่สุดในขนาดที่แข่งขันได้เลย

ศาสตราจารย์มิลเลอร์กล่าวทิ้งท้ายแสดงมั่นใจว่าจีนมีฐานวิศวกรที่น่าประทับใจเป็นพิเศษ มีเงินจำนวนมากไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมชิป แต่การสร้างขีดความสามารถที่ล้ำสมัยนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมปัจจุบันมีเพียงบริษัทจำนวนน้อยเท่านั้นที่มีความสามารถดังกล่าว

ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=Gez3LPIoufs

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไมโครชิป
เวทีแข่งชิปโลก



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาเลย์สอบเข้ม หลังหลังไทยยึดปุ๋ยรัฐ ลอบขนข้ามแดน โยงทำระเบิดป่วนใต้
มาเลย์สอบเข้ม หลังหลังไทยยึดปุ๋ยรัฐ ลอบขนข้ามแดน โยงทำระเบิดป่วนใต้