เท็กซัสสั่งชะลอเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ หลังคำขอใช้ไฟพุ่งเกิน 474 กิกะวัตต์ สูงกว่าสถิติใช้ไฟสูงสุดของรัฐกว่า 5 เท่า เร่งคัดกรองอุปสงค์ผี ป้องกันการลงทุนโครงข่ายเกินจำเป็นและผลักภาระต้นทุนสู่ประชาชน
เท็กซัสสั่งชะลอการเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว หลังคำขอใช้ไฟฟ้าจากโครงการขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมากกว่า 474 กิกะวัตต์ หรือสูงกว่าสถิติความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของรัฐกว่า 5 เท่า ท่ามกลางความกังวลว่าคำขอบางส่วนอาจเป็นโครงการที่ยังไม่มีแผนพัฒนาจริง และอาจทำให้รัฐต้องลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานเกินความจำเป็น จนต้นทุนสุดท้ายตกอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้า
Reuters รายงานเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ว่า เท็กซัสเป็นรัฐขนาดใหญ่แห่งแรกของสหรัฐอเมริกาที่สั่งตรวจสอบคำขอเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์กับโครงข่ายไฟฟ้าอย่างเข้มงวด หลัง เกร็ก แอ็บบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส มีคำสั่งเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ให้คณะกรรมการกำกับสาธารณูปโภคแห่งรัฐเท็กซัส (Public Utility Commission of Texas) และ สภาความน่าเชื่อถือระบบไฟฟ้าแห่งเท็กซัส (Electric Reliability Council of Texas: ERCOT) ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ทุกแห่งที่อยู่ระหว่างรอเชื่อมต่อ ก่อนอนุมัติการเชื่อมต่อใหม่ โดยโครงการที่ไม่สามารถยืนยันข้อมูลหรือไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะไม่ได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐ
ข้อมูลจาก ERCOT และหนังสือคำสั่งของผู้ว่าการรัฐระบุว่า คำขอใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้รายใหญ่ในระบบของ ERCOT เพิ่มจากประมาณ 48 กิกะวัตต์ในปี 2566 เป็นมากกว่า 474 กิกะวัตต์ในปัจจุบัน โดยประมาณร้อยละ 90 เป็นคำขอจากดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่สถิติความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดรายชั่วโมงของเท็กซัสอยู่ที่ประมาณ 91 กิกะวัตต์ในเดือนกรกฎาคม 2569
ปัญหาคำขอใช้ไฟฟ้าที่สูงกว่าความต้องการจริงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเท็กซัส โดย Reuters รายงานว่า พื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของสหรัฐอเมริกามีคำขอใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้รายใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ รวมกันมากกว่า 700 กิกะวัตต์ สูงกว่าประมาณการการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศในปัจจุบันมากกว่า 10 เท่า
คำขอในลักษณะดังกล่าวถูกเรียกในอุตสาหกรรมว่า “อุปสงค์ผี” หมายถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ปรากฏอยู่ในคิว แต่โครงการอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริง ส่วนหนึ่งมาจากการยื่นคำขอเพื่อจองลำดับการเชื่อมต่อไว้ก่อน เนื่องจากต้นทุนในการยื่นคำขอยังอยู่ในระดับต่ำและไม่มีข้อผูกมัดที่เข้มงวด ทำให้โครงข่ายไฟฟ้าต้องวางแผนรองรับความต้องการที่อาจสูงกว่าปริมาณที่จะเกิดขึ้นจริงอย่างมาก
ปัจจุบัน ERCOT มีโครงการรออยู่ในคิวมากกว่า 1,800 โครงการ โดยคำสั่งของผู้ว่าการรัฐระบุว่า การเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า การตรวจสอบรอบใหม่จึงกำหนดให้ผู้พัฒนาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งเจ้าของโครงการที่แท้จริง ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดและค่าเฉลี่ยรายปี ปริมาณการใช้น้ำ แผนผลิตไฟฟ้าภายในพื้นที่ การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐ และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
ด้าน Utility Dive รายงานว่า ERCOT ได้ระงับกระบวนการศึกษากลุ่มโครงการใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ชุดแรกภายใต้กฎใหม่เป็นการชั่วคราว และตั้งเป้าตรวจสอบข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 ธันวาคม 2569 ก่อนเดินหน้าวางแผนโครงข่ายไฟฟ้าต่อไป อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวไม่ครอบคลุมโครงการที่สร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าของตนเองภายในพื้นที่และใช้ไฟโดยไม่ผ่านโครงข่ายหลัก ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเริ่มนำมาใช้เพื่อลดระยะเวลารอเชื่อมต่อระบบ
มาตรการเพิ่มเงื่อนไขเพื่อคัดกรองโครงการเคยถูกนำมาใช้ในรัฐอื่นของสหรัฐฯ เช่นกัน โดย The Next Web รายงานว่า หลัง Exelon เพิ่มข้อกำหนดด้านหลักประกันสำหรับการยื่นคำขอ ปริมาณความต้องการจากโครงการที่มีโอกาสพัฒนาจริงลดลงประมาณร้อยละ 40 ขณะที่รัฐโอไฮโอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมศึกษาการเชื่อมต่อสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และพบว่าจำนวนคำขอลดลงในลักษณะใกล้เคียงกัน
ข้อมูลของ BloombergNEF ที่ Utility Dive นำมารายงานระบุว่า การชะลอกระบวนการในเท็กซัสอาจกระทบโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาประมาณร้อยละ 20 ของทั้งสหรัฐฯ หรือคิดเป็นกำลังไฟฟ้าราว 49.8 กิกะวัตต์ และหากกระบวนการตรวจสอบยืดเยื้อ อาจทำให้โครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์สูญเสียรายได้รวมหลายพันล้านดอลลาร์ภายในช่วงต้นปี 2570
แม้ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสจะเดินหน้าผลักดันให้รัฐเป็นศูนย์กลางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ แต่ในคำสั่งล่าสุดระบุว่า การคุ้มครองประชาชนชาวเท็กซัสต้องมาก่อน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้าน โทมัส กลีสัน ประธานคณะกรรมการกำกับสาธารณูปโภคแห่งรัฐเท็กซัส เคยกล่าวในการประชุมอุตสาหกรรมเมื่อเดือนมีนาคมว่า หากยังแยกไม่ได้ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าส่วนใดมาจากโครงการที่จะเกิดขึ้นจริง ก็ยากที่จะประเมินได้ว่าควรลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับมากน้อยเพียงใด
CRE Daily รายงานว่า ผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์บางส่วนสนับสนุนการตรวจสอบครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าจะช่วยคัดแยกโครงการที่มีแผนลงทุนจริงออกจากคำขอเชิงเก็งกำไร ขณะที่ผู้ประกอบการอีกส่วนกังวลว่ากระบวนการดังกล่าวอาจเพิ่มความไม่แน่นอนต่อกำหนดการพัฒนาโครงการ ทั้งนี้ ERCOT ยังสามารถพิจารณาคำขอเชื่อมต่อของผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ประเภทอื่นที่ไม่ใช่ดาต้าเซ็นเตอร์และธุรกิจขุดคริปโทเคอร์เรนซีได้ตามกระบวนการปกติ
อ้างอิง:
Reuters: Texas' halt on powering data centers reflects US reckoning over 'ghost' demand
The Next Web: Texas has 474GW of data centre requests and no idea how many are real
Utility Dive: ERCOT aims to complete Texas governor’s data center audit by December
Utility Dive: Texas data center pause puts 20% of US pipeline at risk of delay: BNEF
Ars Technica: Texas halts data center connections to power grid amid overwhelming demand




